30 ก.ค. เวลา 10:44 • กีฬา

ฟุตบอลโลก 2026: จุดจบวลี “เกมรุกอาจทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์”

แม้นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงถูกถกเถียงไม่รู้จบในหมู่แฟนบอล คือคำถามที่ว่า “ปรัชญาฟุตบอลแบบไหนกันแน่ที่พาทีมเป็นแชมป์?”
ในฐานะแฟนบอลอังกฤษ (ที่ทำได้ดีที่สุดแค่อันดับ 3 ในครั้งนี้) การได้นั่งดูเกมรับของอาร์เจนตินา ปะทะ เกมรุกบุกแหลกของสเปน ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า “ฟุตบอลที่เน้นเกมรุกมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าฟุตบอลเกมรับ” นี่ไม่ใช่ความคิดเห็นที่คิดไปเอง แต่เป็นผลลัพธ์ที่วิเคราะห์จากผลงานภาพรวมของแต่ละทีมในทัวร์นาเมนต์นี้
ยกตัวอย่างเช่น อังกฤษ ที่ต้องตกม้าตายในรอบรองฯ เพราะเลือกถอยไปเล่นเกมรับแต่ต้านเกมรุกของอาร์เจนตินาไม่อยู่ หรือ ญี่ปุ่น ที่ตกรอบอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ออกนำบราซิลไปก่อน แต่กลับเลือกผ่อนเกมรุกและถอยร่นไปเน้นตั้งรับ ปล่อยให้บราซิลเดินหน้าบุกใส่จนต้านไม่ไหว แม้กระทั่ง อาร์เจนตินา ในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเข้าใจได้ว่าศักยภาพเป็นรองจนต้องเลือกเล่นเกมรับ แต่การเล่นเกมรับแบบรอตั้งรับเพียงอย่างเดียว สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจากการ "รอวันโดนยิง" และทุกทีมที่กล่าวมาก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งหมด
ในทางกลับกัน สเปนแสดงให้เห็นว่าการใช้เกมรุกและครองบอลบุกใส่คู่แข่ง คือการมุ่งสู่ชัยชนะที่แท้จริง บทสรุปของนัดชิงนี้ที่ส่งให้สเปนคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ จึงสะท้อนให้เห็นว่า วลีคลาสสิกอย่าง “เกมรุกทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์” อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์น็อกเอาต์ที่คุณต้องบดเอาชนะคู่แข่งให้ได้ในเวลา การตั้งรับเพื่อรอไปลุ้นจุดโทษมีความเสี่ยงสูงเกินไป
แม้ในอดีตอาจจะมีอิตาลีหรือกรีซที่เคยทำสำเร็จ แต่นั่นเป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่มีทีมทำแบบนั้นได้ ส่วนตัวผมยังคงเชื่อมั่นว่า “เกมรุกที่มีประสิทธิภาพ ย่อมสร้างโอกาสในการเป็นแชมป์ได้มากกว่า” อย่างแน่นอน
ผู้เขียนยินดีอย่างยิ่งกับทีมชาติสเปนในครั้งนี้ และแอบหวังเล็ก ๆ ว่า ครั้งหน้า “ฟุตบอลจะได้กลับบ้านซะที”
ขอบคุณที่อ่านกันมาจนจบครับ
โฆษณา