31 ก.ค. เวลา 05:48 • หนังสือ

บทที่ 400

เขาโบกแขนไปมาอย่างไร้ทิศทาง พยายามผลักไสศัตรูที่มองไม่เห็นออกไป
“ข้าไม่ผิด! ข้าไม่ผิด! ในสายตาของเสด็จพ่อ...มีแต่รัชทายาทเท่านั้น...” เสียงของเขาพลันแหลมสูงขึ้น เต็มไปด้วยความไม่ยอมรับ “ในเมื่อรัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ได้ ข้าก็ขึ้นได้เหมือนกัน!”
“ข้าก็ทำได้!”
เขาสะบัดแขนอย่างแรง ชี้ไปทั่วทุกทิศ พลางก่นด่าผู้คนรอบตัวด้วยอาการคลุ้มคลั่ง
“พวกเจ้าพวกกบฏทรยศ! ขอให้ตายโหงกันให้หมด!”
ท่านอ๋องหลี่ถอนหายใจ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
“ไม่รู้จักสำนึกเสียเลย”
กู้อี่ช่านเลิกคิ้วหงส์ ใช้ศอกกระทุ้งเซี่ยอิ่งเฉินเบา ๆ แล้วกระซิบ
“อย่าบอกนะว่าเจ้าทำให้เขาเสียสติไปแล้ว?”
เซี่ยอิ่งเฉินเพียงยิ้ม ก่อนจะสั่งให้คนจับตัวเซี่ยหรงไว้ จากนั้นก็กวาดสายตามองลงไปยังเหล่าทหารเบื้องล่าง กล่าวทีละคำอย่างชัดเจน
“เซี่ยหรงมีความผิดมหันต์ สมควรได้รับโทษประหาร แต่พวกเจ้าถูกคนชั่วหลอกลวง หากรู้ตัวกลับใจได้ทัน ข้าจะยกโทษให้ ถือว่าไม่มีความผิด”
ไม่มีความผิด?
เหล่าทหารเบื้องล่างต่างมองหน้ากันด้วยความยินดี หินก้อนมหึมาที่กดทับอยู่ในใจพลันสลายหายไป
พวกเขา...ไม่ต้องตายแล้ว!
ตึง!
ซุงกระแทกประตูอันหนักอึ้งหลุดจากมือทหาร กระแทกพื้นจนฝุ่นตลบ
จากนั้นอาวุธในมือก็ถูกปล่อยร่วงลงตามกันทีละเล่ม
ทหารคนแล้วคนเล่าคุกเข่าลง หมอบกราบกับพื้น หน้าผากที่ชุ่มเหงื่อแนบติดกับพื้นหินอันเย็นเฉียบ
พิชิตศัตรูโดยไม่ต้องรบ!
เซี่ยอิ่งเฉินเกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์โดยแท้ เป็นผู้ที่ลิขิตให้ยืนอยู่เหนือผู้คนนับหมื่น
ท่านเว่ยกั๋วกงมองลงไปยังผู้คนที่ดำทะมึนสุดลูกหูลูกตา เลือดในกายที่เคยเย็นชืดพลันเดือดพล่านอีกครั้ง เขาถึงกับรู้สึกว่าตนยังสามารถยกง้าวหนักร้อยชั่ง ออกรบเพื่อแคว้นต้าฉี่ได้อีกเป็นร้อยปี!
เซี่ยอิ่งเฉินเดินลงจากกำแพงเมือง เซี่ยหรงที่ยังคลุ้มคลั่งถูกอุดปากและถูกทหารเจิ้นเป่ยควบคุมตัวลงไปพร้อมกัน
คนอื่น ๆ ต่างเดินตามหลัง
ท่านเว่ยกั๋วกงรีบเดินตามติดแจไม่ห่าง สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบ คิดหาคำพูดเอาใจทุกวิถีทาง เดี๋ยวก็ชมว่าองค์รัชทายาททรงปรีชาสามารถ เดี๋ยวก็ยกย่องว่าเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม พูดเสียจนออกสีหน้าออกท่าทางอย่างออกรส
มหาเสนามใหญ่ซ่งถึงกับกระตุกมุมปาก แทบจะรักษาสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่
“องค์รัชทายาท”
โจวมู่ให้คนคุมตัวเชลยชาวเหลียงหลายคนเข้ามารายงาน
อูเอ่อร์เป็นคนที่เซี่ยอิ่งเฉินรู้จักดี เขาคือมือซ้ายมือขวาของโตวหลิง สมัยที่เซี่ยอิ่งเฉินยังอยู่แคว้นเหลียง อีกฝ่ายอาศัยอำนาจของโตวหลิงกลั่นแกล้งเขาไม่น้อย
“โตวหลิงอยู่ที่ไหน?”
อูเอ่อร์ถูกกดให้คุกเข่าอยู่กับพื้น เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดอาบไปทั้งหน้า
“ถุย!”
เขาถ่มน้ำลายคำหนึ่ง ก่อนจะสบถด่าด้วยภาษาเหลียงจนหน้าแดงก่ำ
ศึกครั้งนี้ทำเอาเขาทั้งโกรธทั้งขำ
ฮ่องเต้คนหนึ่งไร้ประโยชน์ได้ถึงเพียงนี้ หากอยู่แคว้นเหลียงของพวกเขา คงถูกฟันหัวเปลี่ยนตัวไปนานแล้ว!
“พาตัวกลับเมืองหลวง”
เซี่ยอิ่งเฉินออกคำสั่ง ก่อนจะเดินผ่านไป โดยไม่ได้แม้แต่ชายตามองเขา
“องค์รัชทายาทแห่งต้าฉี่!”
อูเอ่อร์ตะโกนลั่นขึ้นกะทันหัน
เซี่ยอิ่งเฉินหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
ใต้แขนเสื้อของอูเอ่อร์ กล้ามแขนที่กำยำปูดโปนขึ้นทันที เขาคำรามต่ำราวสัตว์ป่า ก่อนจะระเบิดพลังในพริบตา สะบัดทหารที่กดตัวเขาไว้จนกระเด็น แล้วพุ่งเข้าหาเซี่ยอิ่งเฉินราวลูกธนูที่หลุดจากสาย
จับมัน! ใช้มันเป็นตัวประกัน!
ในหัวของเขามีเพียงความคิดนี้เท่านั้น
ความเร็วของเขาเหลือเชื่อ ราวกับเสือร้ายที่เลือกเหยื่อเอาไว้แล้ว
“องค์รัชทายาท ระวัง!”
ผู้คนร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ ต่างพุ่งเข้ามาโดยไม่ลังเล ใช้ร่างของตนเป็นโล่มนุษย์ขวางอยู่เบื้องหน้าเซี่ยอิ่งเฉิน
แต่เซี่ยอิ่งเฉินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
เขายกปืนไฟขึ้น ลั่นไก
ปัง!
ควันดินปืนฟุ้งกระจาย
ร่างของอูเอ่อร์แข็งค้าง เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากหน้าอก แขนทั้งสองตกห้อยอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายโอนเอน ก่อนจะล้มหงายลงกับพื้นอย่างแรง
เซี่ยอิางเฉินลดปืนไฟลง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนดังเดิม
“ผู้ใดขัดขืน...ตาย”
ทุกคนต่างประสานมือคารวะพร้อมกัน
“รับบัญชา!”
“องค์รัชทายาททรงพระเจริญ!”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เสียงนับไม่ถ้วนหลั่งไหลประหนึ่งคลื่นมหาสมุทร เปี่ยมด้วยความเคารพศรัทธาและความคลั่งไคล้อย่างถึงที่สุด พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“องค์รัชทายาททรงพระเจริญ!”
“ฮ่องเต้หมื่นปี! ฮ่องเต้หมื่นปี!”
เซี่ยจิ่งหลับตาลง สีหน้าหม่นหมองไร้ชีวิตชีวา
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้...หมดรูปโดยสิ้นเชิง
ต่อหน้าเซี่ยอิ่งเฉิน เขาเป็นเพียงตัวตลกที่กระโดดโลดเต้นอยู่บนเวที
ยิ่งกว่านั้น ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เซี่ยอิงเฉินยังไม่แม้แต่จะชายตามองเขาสักครั้ง
จริงสินะ...
นับตั้งแต่วันที่เซี่ยอิ่งเฉินกลับเมืองหลวง เขาก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายเลย
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู
เซี่ยจิ่งหมดอาลัยตายอยากเสียจนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
“องค์ชาย...ท่านจะเลือกเป็น บุตร หรือจะเลือกเป็น ราษฎร?”
แส้ขนหางจามรีของชิงผิงสะบัดผ่านเหนือศีรษะของเขา พร้อมเอ่ยคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง
ระหว่างชิงผิงกับเซี่ยจิ่งยังมีวาสนาแห่ง “การรู้คุณผู้มีพระคุณ” ผูกพันกันอยู่
เขาจึงพูดได้เพียงเท่านี้
เซี่ยจิ่งสะดุ้งเฮือก ราวกับถูกน้ำเย็นราดศีรษะจนได้สติ
บุตร...หรือราษฎร?
เขาเป็นโอรสของเสด็จพ่อ...
และในขณะเดียวกัน ก็เป็น...ราษฎรของต้าฉี่
ในฐานะบุตร เขาย่อมต้องกตัญญูต่อบิดา
แต่ในฐานะราษฎร...
“ได้รับการอุปถัมภ์จากประชาชนแห่งต้าฉี่ เสวยสุขในลาภยศและความมั่งคั่ง...” เซี่ยจิ่งพึมพำกับตัวเอง ดวงตาที่เคยสับสนค่อย ๆ กระจ่างขึ้น “ข้า...จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน จนทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้”
ความลังเลและความสับสนในใจของเขา ถูกแทนที่ด้วยความแน่วแน่อันเด็ดเดี่ยว
“เซี่ยอิ่งเฉิน...ท่านพี่ใหญ่...องค์รัชทายาท!”
เสียงเรียกแต่ละครั้งดังและแหลมยิ่งกว่าครั้งก่อน
เขาวิ่งโซเซมาจนถึงเบื้องหน้าเซี่ยอิ่งเฉิน ขาทั้งสองอ่อนยวบ ทรุดเข่าลงบนขั้นบันไดหิน ก่อนจะเงยหน้าตะโกนสุดเสียง
“พวกชาวเหลียง...ชาวเหลียงกักตุนน้ำมันไฟไว้ในเมืองหลวงหลายหมื่นชั่ง! พวกมันจะเผาเมือง! รีบกลับไปเร็ว!”
เขา...คือราษฎรของต้าฉี่!
การสมคบกับชนต่างเผ่า คบคิดกับเสือร้าย นับเป็นความผิดมหันต์อยู่แล้ว
เขาไม่อาจทนมองดูชาวเมืองทั้งเมืองต้องตาย เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของเสด็จพ่อได้อีก
ฝีเท้าของเซี่ยอิ่งเฉินหยุดชะงัก
“พูดต่อ”
เซี่ยจิ่งหมอบกราบลงกับพื้น
“แผนเดิมแบ่งกำลังเป็นสองสาย เสด็จพ่อจะทรงนำทัพมาปราบที่ศาลบรรพชน ส่วนพวกชาวเหลียงจะอยู่ในเมืองหลวง ควบคุมหน่วยงานราชการและจวนขุนนางต่าง ๆ โดยเฉพาะจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง”
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลกู้ฝ่าวงล้อมออกจากเมือง อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องต่อรอง บีบบังคับให้เหล่าขุนนางยอมศิโรราบ
“แต่ตอนแรก...ไม่ได้พูดถึงเรื่องใช้น้ำมันไฟ”
“เป็น...เป็นจี้หนานเค่อที่หลุดปากบอกโดยไม่ตั้งใจ”
คืนวันอภิเษกของเซี่ยจิ่ง เขาใช้เวลาทั้งคืนอยู่กับจี้หนานเค่อ ท่ามกลางความอ่อนหวานและความรักอันลึกซึ้ง
จนกระทั่งใกล้รุ่ง เขาจึงจำใจต้องจากมา
ระหว่างที่จี้หนานเคาอรับใช้เขาชำระล้างร่างกาย เห็นว่าเขาดูเคร่งเครียด จึงปลอบใจว่า
“ชาวเหลียงเตรียมน้ำมันไฟไว้หลายหมื่นชั่งแล้ว ไม่มีทางพลาดแน่นอน พระองค์ไม่ต้องกังวล รอพระองค์กลับมา พระองค์ก็จะได้เป็นรัชทายาท เป็นองค์รัชทายาทแห่งต้าฉี่”
ตอนนั้นเซี่ยจิ่งตกใจมาก รีบซักถามทันทีว่านางรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
จี้หนานเค่อเพียงตอบว่า บังเอิญได้ยินโตวหลิงพูดถึงโดยไม่ตั้งใจ
เซี่ยจิ่งคิดจะไปถามโตวหลิงต่อ แต่เวลากลับไม่ทันแล้ว
ลูกศรขึ้นสายธนู ย่อมไม่มีทางดึงกลับ
ตอนนั้นเขามัวแต่หลงใหลในความอ่อนหวาน จึงไม่ได้เอะใจ
แต่เมื่อย้อนคิดดูอีกครั้ง ตอนที่เขาซักถาม จี้หนานเค่อชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าราวกับไม่อยากเชื่อว่าตนเผลอพูดออกมา ก่อนจะรีบแก้ตัวว่า “บังเอิญได้ยิน”
ยิ่งคิด เซี่ยจิ่งก็ยิ่งขนลุก
“คำพูดนี้ ข้าไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ แต่จี้หนานเค่อไม่มีทางพูดเรื่องน้ำมันไฟขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล!”
“อะไรนะ?!”
เพียงประโยคเดียว ทุกคนก็หน้าซีดเผือด
เมืองหลวงมีประชากรอาศัยอยู่ประจำกว่าสี่แสนคน!
ปลายนิ้วของเซี่ยอิ่งเฉินกำแน่นจนซีดขาว
ระหว่างวางแผนบนกระดานจำลองศึก พวกเขาคาดไว้แล้วว่าชาวเหลียงอาจวางเพลิงในเมือง แล้วฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า...อีกฝ่ายจะมีน้ำมันไฟมากถึงหลายหมื่นชั่ง
กู้อี่ช่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า
“ชาวเหลียงไม่มีทางหาน้ำมันไฟได้มากขนาดนี้ในเวลาอันสั้น”
ถูกต้อง
การซื้อขายน้ำมันไฟอยู่ภายใต้การควบคุมของราชสำนัก ต่อให้หละหลวมเพียงใด ก็ไม่มีทางปล่อยให้ใครซื้อครั้งละมหาศาลแล้วขนเข้ามาในเมืองหลวงโดยไม่มีใครรู้
เว้นเสียแต่ว่า...เซี่ยจิ่งกำลังพูดเกินจริง
หรือไม่ก็...
เซี่ยอิงเฉินรับคำต่อทันที
“หรือไม่...ชาวเหลียงใช้เวลาหลายปี ค่อย ๆ สะสมน้ำมันไฟทีละน้อย”
น้ำมันไฟหลายหมื่นชั่งอาจยังไม่พอเผาผลาญเมืองหลวงทั้งเมือง
แต่เวลานี้ลมสารทเริ่มพัด อากาศก็แห้งแล้ง
หากสาดน้ำมันไฟทั้งหมดลงบริเวณเหนือลม แล้วจุดไฟขึ้นมา
อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเมืองจะถูกลูกหลง มีผู้คนหลายหมื่นต้องเดือดร้อน
เมืองหลวงย่อมตกอยู่ในความโกลาหล
และหากชาวเหลียงบ้าคลั่ง พากันสาดน้ำมันไฟไปทั่ว ผลลัพธ์ย่อมเลวร้ายยิ่งกว่านั้น
ประชาชนที่อยู่ห่างออกไปฟังบทสนทนาไม่ถนัด ต่างยังจมอยู่กับความยินดีที่สามารถปกป้ององค์รัชทายาทไว้ได้ ต่างพากันซุบซิบพูดคุยด้วยความตื่นเต้น
แต่เหล่าขุนนางที่ยืนอยู่ข้างกายเซี่ยอิงเฉินกลับได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน จนหน้าซีดด้วยความหวาดหวั่น
เพราะบิดามารดา ภรรยา และบุตรหลานของพวกเขา...ล้วนอยู่ในเมืองหลวง!
วันนี้เป็นพิธีสวดขอพร เชื้อพระวงศ์ ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ และเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างตามเสด็จมาจนหมด
ในเมืองหลวงแทบไม่เหลือผู้ใดที่สามารถบัญชาการสถานการณ์ได้
ที่สำคัญที่สุด ฮ่องเต้ยังพาตัวองครักษ์ที่รับหน้าที่ป้องกันเมืองออกมาด้วย ทำให้กำลังทหารในเมืองลดลงกว่าครึ่ง
เซี่ยอิงเฉินสูดลมหายใจลึก บังคับให้ตนเองสงบนิ่ง ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“เจิ้นเป่ยอ๋อง รีบกลับเมืองหลวงทันที”
พูดจบ น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย พร้อมยื่นป้ายคำสั่งให้
“ข้าวางกำลังสำรองไว้แล้ว”
กู้อี่ช่านพยักหน้า
ในใจของเขาเป็นห่วงน้องสาวและคนในครอบครัวอย่างยิ่ง จึงรับคำสั่งทันที
เขายกนิ้วจรดริมฝีปาก เป่าเสียงหวีดยาว
ครู่ต่อมา ม้าสีดำตัวหนึ่งก็วิ่งออกมาจากคอกม้าทางด้านตะวันตกของศาลบรรพชน
สี่เท้าอันแข็งแรงทะยานขึ้นสูง กระโดดข้ามศีรษะผู้คนที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้า ก่อนจะพุ่งมาหยุดตรงหน้ากู้อี่ช่านภายในไม่กี่อึดใจ
กู้อี่ช่านคว้าสายบังเหียน พลิกกายขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว
“ไป!”
ม้าศึกเหยียนอวิ๋นทะยานออกไปยังประตู เพียงไม่นานก็หายลับจากสายตา
เซี่ยอิงเฉินพยักหน้าให้ซงจิ่ว
“แดงก่อน...น้ำเงินทีหลัง”
ซงจิ่วหยิบลูกธนูส่งสัญญาณทะลุเมฆออกมาสองดอกจากอกเสื้อ
เป็นแบบเดียวกับที่กู้จือจั๋วเคยใช้ก่อนหน้านี้ทุกประการ
เยาเยาจะไม่เป็นอะไร...ไม่มีทางเป็นอะไร
เซี่ยอิงเฉินเก็บสายตากลับ ก่อนสั่งต่อ
“พาตัวเฉิงเอินกงมา แล้วพาชาวเหลียงมาด้วยอีกหนึ่งคน”
ฟิ้ว!
ลูกธนูส่งสัญญาณพุ่งทะยานขึ้นฟ้า พร้อมเสียงแหวกอากาศอันแหลมคม ทะลุผ่านชั้นเมฆ ก่อนระเบิดเป็นแสงสีแดงฉานเจิดจ้า
แดงสดดุจอาทิตย์อัสดงที่ลุกโชนอยู่บนขอบฟ้า
แสงแดงค้างอยู่บนท้องฟ้าไม่ยอมเลือนหาย ย้อมผืนเมฆทั้งผืนให้กลายเป็นสีแดงเพลิง
กู้จือจั๋วเงยหน้ามอง ก่อนยกมือปาดเลือดบนใบหน้า
เลือดกระเซ็นตามปลายนิ้ว ทิ้งรอยสีเข้มไว้บนชุดเกราะสีแดง
สีแดง...หมายความว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ท่านพี่และทุกคน...ปลอดภัยดี!
เมื่อนึกถึงปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้าเมื่อครู่ รอยยิ้มบนมุมปากของนางก็ยิ่งลึกขึ้น ลักยิ้มตื้น ๆ ปรากฏเด่นชัด
แต่แล้ว...
“เอ๊ะ?”
รูม่านตาของกู้จือจั๋วหดวูบทันที
แสงแดงยังไม่ทันสลาย
พลันมีแสงสีน้ำเงินอีกสายหนึ่งพุ่งตามมาติด ๆ ห่อหุ้มผืนเมฆเอาไว้ทั้งผืน...
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🥀➡️ บทถัดไป
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงานของเรา อย่าลืมกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามและทุกกำลังใจที่มอบให้เสมอ 🖤
โฆษณา