Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
31 ก.ค. เวลา 05:58 • หนังสือ
บทที่ 405
“คุณหนูกู้ เจ้าคิดจะกลับคำหรือ?”
กู้จือจั๋วยักไหล่ ก่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ถ้าอย่างนั้น...ข้าไปถามให้ดีไหม?”
พูดจบ นางก็ยกมือโบกไปทางเหล่าทหารรักษาพระองค์ที่เฝ้าประตูเมือง
“พวกเราจะออกนอกเมือง เปิดประตูเมืองด้วย”
แม่ทัพทหารรักษาพระองค์จ้องนางเขม็ง ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ
นานเสียจนกู้จือจั๋วคิดว่าจะไม่มีคำตอบแล้ว
ทันใดนั้น...
แอ๊ด...
ประตูเมืองค่อย ๆ เปิดออกเป็นช่องแคบ ๆ
กู้จือจั๋ว “?”
เมื่อครู่นี้ยังบอกว่า ผู้ใดออกนอกเมืองโดยพลการ ฆ่าไม่ละเว้นมิใช่หรือ?
นางชะงักไปเพียงชั่วครู่ ก่อนครุ่นคิด และสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างทันที
ไม่ถูก...
แม้ชุดเกราะจะดูคล้ายกันมาก แต่รูปแบบกลับไม่ใช่ของทหารรักษาพระองค์
เกราะของทหารรักษาพระองค์ใช้ผ้าคาดเอวสีแดงเข้ม
แต่ของคนกลุ่มนี้...
เป็นสีดำ
พวกเขาไม่ใช่ทหารรักษาพระองค์!
โตวหลิงหัวเราะเยาะ
“เจ้ามิใช่บอกว่าทหารรักษาพระองค์ไม่ฟังคำสั่งเจ้าหรือ?”
เดิมทีเขายังคิดจะเย้ยหยันนางอีกสองสามประโยค
ทว่า...
เบื้องหลังกลับมีเสียงฝีเท้าม้าดังถี่กระชั้นเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เฮ่อหลานหันกลับไปมอง ก่อนอุทานด้วยความตกใจ
“องค์ชายใหญ่! อาหลาง!”
ชายผู้ถูกเรียกว่าอาหลางอาบไปด้วยเลือด ควบม้าพุ่งตรงเข้ามา พลางตะโกนสุดเสียง
“องค์ชายใหญ่ รีบไป!”
“เร็ว!”
“เร็วเข้า!!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง
ร่างของเขาก็เอียงวูบ กลิ้งตกจากหลังม้าอย่างแรง
จากนั้น...
ก็แน่นิ่ง ไร้ลมหายใจ
“คุณหนูกู้?!”
เส้นเลือดที่ขมับของโตวหลิงปูดโปน ความเดือดดาลแทบพุ่งออกมาจากดวงตา
เขากัดฟันเอ่ยทีละคำ
“เจ้าถ่วงเวลาข้าจริง ๆ ด้วย”
“องค์ชายใหญ่”
กู้จือจั๋วตอบอย่างแผ่วเบา พลางมองเขาราวกับมองคนโง่
“ท่านเป็นศัตรูของข้านะ”
“แล้วเหตุใดถึงคิดว่า...ข้าจะเชื่อท่าน?”
โตวหลิงแม้จะรับปากว่าจะไม่วางเพลิง
แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลัง เขาสั่งการลูกน้องไว้อย่างไรบ้าง
การติดต่อกับคนประเภทนี้ จำต้องใช้ทั้งการปลอบโยน ข่มขู่ และล่อด้วยผลประโยชน์
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำไม่ได้เด็ดขาด...
คือเชื่อใจ
ตอนที่กู้จือจั๋วออกจากจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง นางได้ส่งคำสั่งไปยังกองทัพเชียนจีแล้วว่า
“เริ่มปิดตาข่าย”
อย่างน้อยที่สุด...
นางก็ต้องถ่วงเวลาให้กองทัพเชียนจีมากพอ
เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอก โตวหลิงกลับหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
เขาคว้าสายบังเหียนของอวี้ซือจื่อมาพันรอบข้อมือสองรอบ
มือขวากดดาบโค้งไว้ตรงเอวของกู้จือจั๋ว
จากนั้นกระชากนางไปพร้อมกับตน มุ่งตรงสู่ประตูเมืองที่เปิดอ้าอยู่
คนอื่น ๆ พร้อมรถม้าก็เร่งติดตามไปทันที
โตวหลิงไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย
เขาเฆี่ยนม้าเต็มแรง
อวี้ซือจื่อถูกกระชากจนพ่นลมหายใจฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ
ส่วนเจ้าแมวนั้น...
อารมณ์ยิ่งร้ายกว่า
มันโผล่หัวเล็ก ๆ ออกมาจากอ้อมอกของกู้จือจั๋ว ก่อนพาลไปตบหัวม้าด้วยอุ้งเท้า
“เหมียวว!”
“เหมียววว!”
มันร้องประท้วงไม่หยุด
แต่ไม่นาน...
มันก็ร้องไม่ออกอีก
ได้แต่นอนหมดแรง กอดคอม้าเอาไว้
มัน...
เมาม้าแล้ว!
โตวหลิงนำคนทั้งหมดพุ่งออกจากเมืองหลวง
เขาจงใจหลบเส้นทางหลวง แล้วมุ่งเข้าสู่ทางเล็กในป่า
วิ่งมาเกือบครึ่งชั่วยาม
เมื่อเห็นว่ากู้จือจั๋วไม่มีทีท่าจะทิ้งม้าหลบหนี
มือที่พันสายบังเหียนไว้กับข้อมือจึงคลายลงเล็กน้อย
แต่ความเร็วกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย
ภายในรถม้า
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
โตวหลิงไม่มีเวลาสนใจจี้หนานเคออีกแล้ว
ยิ่งไม่มีทางลดความเร็วของม้าเพราะความเป็นความตายของนาง
หลังม้ากระแทกขึ้นลงอย่างรุนแรง
สายลมหวีดหวิวผ่านหู
แต่เสียงของกู้จือจั๋วกลับยังชัดเจน
“องค์ชายใหญ่ ข้ารับปากว่าจะให้เวลาท่านหนีหนึ่งวัน”
“ข้าไม่มีวันผิดคำพูด”
โตวหลิงแค่นเสียงเย็น
นางบอกว่าจะไม่เชื่อใจเขา
แต่ตัวนางเองก็หลอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
แล้วจะให้เขาเชื่อนางได้อย่างไร?
กู้จือจั๋วหัวเราะเบา ๆ
“นอกจากเชื่อข้า...ท่านก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
โตวหลิงแค่นหัวเราะ
“คุณหนูกู้ก็ประเมินตัวเองสูงเกินไป”
สายลมพัดกิ่งไม้จนเกิดเสียงซ่า ๆ ไม่ขาดสาย
กู้จือจั๋วยิ้มบาง
“ดูสิ...มาแล้ว”
ทันใดนั้นเอง
สองฝั่งของป่าก็มีคนกว่าร้อยคนพุ่งออกมา
ทุกคนสวมชุดเกราะ มือถือดาบ ยืนขวางทางเอาไว้
ก่อเป็นกำแพงมนุษย์ที่แน่นหนาไร้ช่องโหว่
รูม่านตาของโตวหลิงหดวูบ
เขากระตุกบังเหียนอย่างแรง
ม้าส่งเสียงร้องยาว พลางยกสองขาหน้าขึ้นสูง
ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำ มือกำบังเหียนแน่น ก่อนรีบหันม้าหมายฝ่าวงล้อม
แต่ทันทีที่หันกลับ...
เขาก็พบว่า
ไม่ว่าหน้า หลัง ซ้าย หรือขวา
ล้วนมีเงาคนเคลื่อนไหวอยู่ทุกทิศ
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด...
พวกเขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว
สายตาของกู้จือจั๋วหยุดอยู่บนผ้าคาดเอวสีดำของคนเหล่านั้นชั่วอึดใจ
นางกางมือทั้งสองออก พร้อมยิ้มละไม
“เห็นไหม”
“ข้าบอกแล้ว”
“เจ้า!”
โตวหลิงเผยจิตสังหารออกมาเต็มที่
เขากระชากบังเหียนอย่างแรง
บังคับให้อวี้ซือจื่อเข้ามาเทียบอยู่ข้างกายตน
วินาทีต่อมา
ดาบโค้งในมือสะท้อนประกายเย็นเยียบ
ปลายดาบชี้ตรงไปยังลำคอของกู้จือจั๋ว
แทบจะในเสี้ยวเวลาที่คมดาบเฉียดเข้ามา
กู้จือจั๋วก็แอ่นกายไปด้านหลังอย่างฉับพลัน
ร่างของนางโค้งดุจคันธนูที่ถูกดึงจนสุด
คมดาบเฉือนเส้นผมของนางขาดไปหลายเส้น
กู้จือจั๋วกดเจ้าแมวบนไหล่ไว้ ก่อนพลิกตัวหนึ่งตลบ
ร่างเบาหวิวกลิ้งลงจากหลังม้าอย่างงดงาม
ทุกการเคลื่อนไหวต่อเนื่องลื่นไหล
รวดเร็ว เด็ดขาด
ราวกับสายน้ำที่ไหลไม่สะดุด
พู่ห้อยบนปิ่นผมแกว่งไกวเบา ๆ
สะท้อนประกายระยิบระยับ
เจ้าเสิ่นเหมียวที่เมารถจนหมดแรง เดิมทีนอนซบอยู่เงียบ ๆ
จู่ ๆ มันก็เงยหน้าขึ้น
จมูกเล็ก ๆ ขยับฟุดฟิด
ก่อนร้องอย่างร่าเริง
“เหมียว~”
เสียงหวานจนเหมือนอมก้อนน้ำตาลก้อนใหญ่ไว้ในปาก
ทั้งออดอ้อน ทั้งนุ่มนวล
“เหมียว~~”
เสียงท้ายลากยาว
มันยืดคอไปยังทิศทางหนึ่ง
กู้จือจั๋วมองตามไป
ในป่ามีรถม้าสีดำคันหนึ่งจอดอยู่
โคมแก้วสี่ดวงที่แขวนอยู่หน้ารถม้า...
ช่างคุ้นตาเหลือเกิน
โตวหลิงกวาดสายตามองรอบด้านอย่างเยือกเย็น ดวงตาคมดุจเหยี่ยว กำลังคำนวณความเป็นไปได้ในการฝ่าวงล้อมอย่างรวดเร็ว
“องค์ชายใหญ่”
ชาวเหลียงทั้งหมดต่างขยับเข้ามาชิดข้างกายเขา
โดยมีโตวหลิงเป็นศูนย์กลาง
แต่ละคนหันหน้าไปคนละทิศ
มือกำดาบโค้งแน่น
ร่างกายกดต่ำลงเล็กน้อย
ราวกับฝูงอสูรร้ายที่พร้อมกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ
เพียงรอให้อีกฝ่ายเผยช่องโหว่
ก็จะพุ่งเข้าไปกัดฉีกอย่างสุดชีวิต
การต่อสู้นองเลือด...
พร้อมปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ.
กู้จือจั๋วละสายตาจากรถม้าสีดำ ก่อนจะลูบหัวเจ้าเหมียวปลอบโยนเบา ๆ
“องค์ชายใหญ่ ข้ายังให้เวลาท่านหนึ่งวัน” นางกล่าวช้า ๆ เน้นทุกถ้อยคำ “พรุ่งนี้เวลาเดียวกันนี้ ข้าจะนำทัพออกตามล่าท่าน”
นี่คือคำที่นางเคยพูดไว้เมื่อครู่ การเอ่ยซ้ำในตอนนี้ ก็เพื่อบอกให้เขารู้ว่า ข้อตกลงระหว่างทั้งสองยังไม่เปลี่ยนแปลง
โตวหลิงมีสีหน้าครุ่นคิดปนหวาดระแวง เขาแยกไม่ออกแล้วว่า คำพูดไหนของนางเป็นความจริง คำพูดไหนเป็นคำลวง
ตอนแรกนางค่อย ๆ วางกับดักให้เขาทีละชั้น แต่ตอนนี้ ทั้งที่นางเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ กลับยืนยันว่าจะรักษาสัญญาเสียอย่างนั้น
หรือว่านี่จะเป็นแผนการอะไรอีก?
“ข้ายังมีธุระ ไม่ไปส่งต่อแล้ว องค์ชายใหญ่ เชิญเดินทางโดยสวัสดิภาพ”
กู้จือจั๋วพูดจบก็ถอยหลังเพียงครึ่งก้าว พลางยกมือทำท่าเชิญ อวี้ซือจื่อสะบัดหางแล้วเดินตามอยู่ข้างกายนาง
โตวหลิงกำบังเหียนแน่น ไม่เอ่ยสักคำ ม้าศึกใต้ร่างเดินวนอย่างกระสับกระส่าย ส่วนชาวเหลียงรอบด้านต่างเดือดดาล ตะโกนด่าทอไม่หยุด
“องค์ชายใหญ่ อย่าหลงกลคำหวานของสตรีผู้นี้อีกเลย!”
“พวกเราจะคุ้มกันท่านฝ่าออกไปเอง!”
“นักรบแห่งต้าเหลียงไม่เคยหวาดกลัวพวกต้าฉี่อ่อนแอพวกนี้!”
ทันใดนั้น ม่านรถม้าสีดำก็สั่นไหว ราวกับมีคนด้านในเตะอย่างไม่สบอารมณ์
เสิ่นเหมียวเองก็อดใจไม่ไหว หลายครั้งพยายามกระโจนออกจากอ้อมแขนนาง
กู้จือจั๋วหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกนิ้วขึ้นสามนิ้ว
“ข้าจะนับถึงสาม หากท่านยังไม่ไป ก็ถือว่าท่านสละข้อตกลงกับข้าด้วยความสมัครใจ”
“เช่นนั้น...”
ดวงตาของนางเย็นเยียบ อีกมือหนึ่งยกหน้าไม้ขึ้น
“ข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว”
“องค์ชายใหญ่! นังผู้หญิงคนนี้คิดจะฆ่าพวกเราจริง ๆ!”
“อย่าไปเชื่อนาง!”
สถานการณ์อันได้เปรียบกลับถูกกู้จือจั๋วพลิกจนมาถึงขั้นนี้ โตวหลิงแทบอยากฉีกร่างนางเป็นชิ้น ๆ เพื่อระบายความแค้นในใจ
“สาม”
“สอง...”
นิ้วชี้ของกู้จือจั๋วแตะอยู่บนไกหน้าไม้ เพียงกดลงไป ลูกดอกก็จะพุ่งออกในทันที
“ไป!”
ในที่สุดโตวหลิงก็ตัดสินใจ กัดฟันตวาดเสียงต่ำ
“องค์ชายใหญ่!”
“นี่คือคำสั่ง”
น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
สิ้นคำ โตวหลิงก็กระแทกส้นเท้าเข้าที่สีข้างม้า พุ่งทะยานออกไปทันที
เสียงกีบม้าดังกึกก้องราวฟ้าร้อง
ชั่วขณะนั้น เขาถึงกับรู้สึกว่าตัวเองกำลังวิ่งเข้าสู่กับดัก บางทีใน้สี้ยวเวลาถัดไป ดาบของฝ่ายตรงข้ามอาจฟันลงมาจากหลังม้าก็ได้
แต่เมื่อเขาพุ่งเข้าหากำแพงมนุษย์ เหล่าทหารในชุดเกราะกลับถอยออกพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ เปิดทางให้พวกเขาผ่านไป
จนกระทั่งเขาทะลวงวงล้อมออกมาได้ ก็ยังไม่มีเสียงไล่ล่าตามหลังแม้แต่น้อย
นาง...ปล่อยพวกเขาไปจริง ๆ หรือ?
“ไป!”
โตวหลิงไม่มีเวลาคิดต่อ รีบสะบัดแส้ม้า
หนึ่งวัน...เวลาหนึ่งวันมากพอให้เขาหนีไปได้ไกล แล้วกลับถึงเมืองหลวงอย่างมีชีวิต!
ชาวเหลียงที่เหลือต่างเร่งม้าตามติดไป
เมื่อเงาของคนทั้งขบวนลับหายเข้าไปในป่าจนหมด กู้จือจั๋วจึงอุ้มเจ้าเหมียว เดินตรงไปยังรถม้าสีดำด้วยฝีเท้าแช่มชื่น
เสิ่นเหมียวตื่นเต้นเสียจนแทบคลั่ง ราวกับนักล่าที่หมอบซ่อนอยู่กลางพุ่มไม้มาเนิ่นนาน ในที่สุดก็พบผีเสื้อตัวน้อยที่เฝ้ารอ
หางกิเลนฟูฟ่องสะบัดไม่หยุด ลำตัวอ้วนกลมบิดไปมา ก่อนจะกระโจนลงจากอ้อมแขนกู้จือจั๋ว
“เหมียวว!”
มันร้องพลางวิ่งสุดแรงไปยังรถม้า
จากนั้นก็พุ่งตัวขึ้น ใช้อุ้งเท้าหน้าทั้งสองเกาะขอบหน้าต่างรถม้า ศีรษะเล็ก ๆ เบียดลอดผ่านช่องม่านเข้าไปอย่างร้อนใจ
“เหมียวว!”
หนวดของเสิ่นเหมียวชี้ตั้งด้วยความดีใจ
ขาหลังทั้งสองถีบตัวกับตัวรถ ก่อนกลิ้งโผลนเข้าไปด้านใน
“เหมียว——”
แมวลายสลิดหัวทิ่มกลิ้งหนึ่งตลบ ส่ายหัวไปมา แล้วรีบพุ่งเข้าใส่คนที่มันรักที่สุดทันที
มุมปากของเสิ่นซวี่โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางแทบมองไม่เห็น
เขาปล่อยให้เจ้าเหมียวเหยียบพรมขนยาวสีขาวสะอาดจนเต็มไปด้วยรอยอุ้งเท้าสีดำ ก่อนมันจะกระโจนเข้ามาซุกในอ้อมอก
“สกปรกจะตาย”
“เหมียว~”
เจ้าเหมียวสูดดมตัวเขาก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อตรวจดูว่ามีกลิ่นแมวตัวอื่นติดอยู่หรือไม่
ดีมาก ไม่มี!
มันพึงพอใจแล้ว จึงใช้หัวฟู ๆ ถูไถอยู่ใต้คางเขาไม่หยุด จนสาบเสื้อของเขาถูกถูจนคลายออก เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าอันงดงาม
“พอได้แล้ว”
เสิ่นซวี่กระตุกมุมตาอย่างจนใจ ปัดขนแมวที่ติดอยู่บนใบหน้าออกด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนผลักมันออกห่าง
“ท่านผู้บัญชาการใหญ่”
กู้จือจั๋วเคาะตัวรถสามครั้ง จากนั้นก็ไม่สนใจสีหน้าดำทะมึนของสารถีและองครักษ์ เปิดม่านรถขึ้นเอง พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส
“ท่านกลับมาแล้ว เสิ่นเหมียวคิดถึงท่านมากเลยเจ้าค่ะ”
เสิ่นเหมียวฟังเข้าใจ จึงร้องรับทันที
“เหมียว~”
มันนั่งตัวตรง สะบัดหางกิเลนไปมา ก่อนเงยหน้ามองเสิ่นซวี่ด้วยแววตาน่าสงสารราวกับกำลังฟ้องว่า คิดถึงเขาเหลือเกิน
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗 ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a6b36d91c1b12a13bd73ce8
🥀➡️ บทถัดไป
🔗 ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a6b37064ab2d0c13fafcee3
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงานของเรา อย่าลืมกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามและทุกกำลังใจที่มอบให้เสมอ 🖤
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย