Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
31 ก.ค. เวลา 06:08 • การศึกษา
บทที่ 410
น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความคาดหวังอยู่เล็กน้อย
“นาง...สบายดีใช่ไหม?”
จี้หนานเค่อไม่ได้ถูกจับมาด้วย เซี่ยจิ่งจึงคิดว่า บางทีอาจเป็นเพราะนางยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ ยังไม่ถือว่าเป็นอนุของเขา บางทีนางอาจรอดพ้นจากเคราะห์ครั้งนี้ได้
“นางหรือ?”
กู้จือจั๋วหัวเราะคิก
เสียงหัวเราะนั้นทำให้เซี่ยจิ่งเกิดลางสังหรณ์ร้ายอย่างยิ่ง
ครู่ต่อมา นางถามว่า
“อยากรู้จริงหรือ?”
มือที่เซี่ยจิ่งกำลูกกรงเหล็กไว้แน่นขึ้น เขาเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“เจ้าพูดมาเถอะ”
“นางหนีไปกับโตวหลิงแล้ว ใช้แบบแปลนหน้าไม้กลเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน ให้โตวหลิงพานางกลับแคว้นเหลียง เพื่อจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายมั่งคั่งต่อไป”
“เจ้าโกหก!”
กู้จือจั๋วยิ้มบาง ๆ
“ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะ? เจ้าคิดว่านางจะอยู่ร่วมทุกข์ในคุกกับเจ้าหรือ? หรือจะออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวเอง แล้วรอวันที่เจ้าพ้นโทษ?”
เซี่ยจิ่ง “...”
เขารู้จักเค่อเอ๋อร์ดีเกินไป
นางเป็นดั่งกล้วยไม้ที่ถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม ทนทุกข์ลำบากเพียงนิดเดียวก็ไม่ได้
เพราะฉะนั้น...เมื่อเขาไม่อาจมอบความมั่งคั่งและเกียรติยศให้นางได้ นางจึงหนีไปงั้นหรือ?
เซี่ยจิ่งหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาควรนึกได้ตั้งนานแล้ว
กู้จือจั๋วคร้านจะสนใจเขา จึงเพียงสั่งให้ผู้คุมเปิดประตูห้องขัง แล้วพาเจียเยี่ยออกมา
“เดินเล่นกันหน่อยไหม?”
เจียเยี่ไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร แต่ก็พยักหน้ารับ
ผู้คุมเดินนำทาง พวกเขากลับขึ้นมาที่ชั้นใต้ดินชั้นแรก
ที่นี่ไม่มืดทึบเหมือนด้านล่าง อีกทั้งกลิ่นอับชื้นก็จางลงมาก
เจียเยี่ยเดิมคิดว่านางจะพาตนไปสอบสวน
นี่แทบจะออกจากคุกหลวงแล้วไม่ใช่หรือ?
“เจ้าจะพาข้าไปไหน?”
“ปล่อยเจ้า”
กู้จือจั๋วยิ้มถาม
“ดีไหม?”
“คุณหนูกู้ล้อเล่นแล้ว”
“พี่หญิง! ช่วยข้าด้วย!! พี่ใหญ่!”
เสียงร้องไห้สุดเสียงของเด็กคนหนึ่งตัดบทสนทนาของพวกนาง
กู้จือจั๋วขมวดคิ้ว
เซี่ยเยี่ยน ซึ่งยังสวมชุดหม่างเผาขององค์ชาย วิ่งโซซัดโซเซเข้ามา
เขาวิ่งอย่างรีบร้อนจนสะดุดอะไรบางอย่าง ล้มคว่ำลงกับพื้นอย่างแรง
ตอนอยู่ที่ศาลบรรพชนหลวง เขาอาศัยจังหวะชุลมุนแอบปะปนเข้าไปในฝูงประชาชนที่มาชมพิธี
เขาไม่มีฐานะเป็นองค์ชายอย่างเป็นทางการ อีกทั้งหลี่ชินอ๋องก็ไม่เคยยอมรับฐานะเชื้อพระวงศ์ของเขา
ตอนทหารจับกุมผู้คน จึงเผลอมองข้ามเขาไปชั่วคราว
เพิ่งจับตัวได้ จึงถูกพามาที่นี่
เซี่ยเยี่ยนไม่สนใจแม้แต่จะลุกขึ้น
มือสกปรกทั้งสองข้างคว้าชายกระโปรงของกู้จือจั๋วไว้แน่น
ชุดตัวนี้กู้จือจั๋วเพิ่งใส่เป็นวันแรก นางชอบมันมาก จึงไม่ได้กระชากออกทันที
“ปล่อย”
นางเอ่ยอย่างไร้อารมณ์
“พี่หญิง ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดแล้ว! พาข้าออกไปด้วยเถอะ”
เซี่ยเยี่ยนร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาน้ำมูกเลอะเต็มหน้า
“พี่หญิง ต่อไปข้าจะไม่เอาแต่ใจอีกแล้ว”
“พี่ใหญ่ ข้าจะตั้งใจฝึกวรยุทธ์กับท่าน”
“อย่าทิ้งข้าเลย ข้าจะเชื่อฟัง ข้าจะเชื่อฟังทุกอย่าง”
เขากำชายกระโปรงของกู้จือจั๋วไว้แน่น ร้องไห้อย่างน่าสงสาร
เด็กอายุเพียงหกขวบกว่า ๆ ถึงกับหดคอ ตัวสั่นงันงก
กู้จือจั๋วมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
ไม่มีความสงสารแม้แต่น้อย
“พี่หญิง...พาข้าไปด้วย อย่าทิ้งข้าไว้”
“เจ้าแซ่เซี่ย พ่อของเจ้า พี่ชายของเจ้าล้วนรอเจ้าอยู่ในคุก อย่าเรียกผิดคน”
เด็กคนนี้...หมดทางเยียวยาแล้ว
ชาติที่แล้ว ท่านย่าผู้เฒ่าทะนุถนอมเขาราวกับไข่มุกในฝ่ามือ
เขาอายุน้อยที่สุด คนทั้งตระกูลต่างเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ
แล้วผลเป็นอย่างไร?
ตอนที่นางนำอัฐิของท่านย่าผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ กลับมาจากโรงเก็บศพ เพื่อให้พวกเขาได้ฝังอย่างสงบในสุสานบรรพบุรุษ รวมกับท่านปู่และท่านอาทั้งหลาย
เขากลับไม่ยอม
ในเวลานั้น เซี่ยเยี่ยนซึ่งรับสืบทอดตำแหน่งกั๋วกงแห่งเจิ้นกั๋วกง กล่าวอย่างหนักแน่นว่า
ตระกูลกู้เป็นตระกูลของขุนนางกบฏ
ไม่คู่ควรได้รับการเซ่นไหว้จากลูกหลาน
หึ!
เมื่อเห็นน้องสาวสีหน้าเย็นลง กู้อี่ช่านจึงก้มลง แกะนิ้วของเซี่ยเยี่ยนที่กำชายกระโปรงน้องสาวออกทีละนิ้ว
จากนั้นก็จัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย แล้วจูงน้องสาวเดินจากไป
“พี่หญิง! พี่ใหญ่! ข้าผิดแล้ว! ข้าผิดแล้ว!”
ทั้งสองทำราวกับไม่ได้ยิน
เจียเยี่ยหันกลับไปมองแวบหนึ่ง
“นั่นน้องชายเจ้าหรือ? เขาถูกลากตัวไปแล้ว เจ้าไม่คิดจะสนใจเลยหรือ?”
“องค์หญิง”
กู้จือจั๋วยกมือเชื้อเชิญเล็กน้อย
“หรือว่าองค์หญิงจะไม่มีพี่น้องที่เห็นแล้วเกลียด อยากกำจัดให้สิ้นซากบ้าง?”
“มี”
“ยกตัวอย่างสิ?”
เจียเยี่ย “...”
กู้จือจั๋วไม่ได้ตั้งใจรอฟังคำตอบของนาง เพียงยิ้มแล้วกล่าวต่อเอง
“ทั้งหมด...ใช่ไหม?”
“โอรสธิดาทุกคนภายใต้ชื่อของอ๋องแห่งแคว้นเหลียง...ใช่หรือไม่?”
เจียเยี่ย “...”
“มารดาของเจ้าเป็นนางรำ ในแคว้นเหลียง ต่อให้เป็นงานเลี้ยง หากผู้ใดถูกใจนางรำคนไหน ก็สามารถลากเข้าไปในกระโจมได้ทันที มารดาของเจ้าถูกซื้อขายเปลี่ยนมือมาหลายครั้ง สุดท้ายก็ถูกกษัตริย์เหลียงหมายตาและแย่งตัวไป”
“ที่แคว้นเหลียง ฐานะของบุตรขึ้นอยู่กับฐานะของมารดา”
“มารดาเป็นคนชั้นต่ำ ลูกก็เป็นคนชั้นต่ำเช่นกัน ต่อให้เจ้าเป็นพระธิดาของกษัตริย์เหลียงก็ไม่มีข้อยกเว้น”
กู้จือจั๋วจ้องมองริมฝีปากที่ค่อย ๆ เม้มแน่นของนาง พลางเดินออกไปพลางกล่าวว่า
“ตั้งแต่เด็ก เจ้าต้องฝึกการร่ายรำ เรียนรู้วิธีเอาใจผู้ชาย ทำให้ผู้ชายพึงพอใจ และดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางพี่น้องมากมายของเจ้า”
“หลังมารดาเสียชีวิต ตามนามแล้วเจ้าถูกเลี้ยงดูใต้ชายคาของราชินี แต่ความจริง ราชินีก็แค่เลี้ยงเจ้าไว้แทนตัวโตวหลิง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสมรสทางการเมือง”
“ไม่แต่งกับต้าฉี่ ก็ต้องแต่งกับชนเผ่าอื่น”
เจียเยี่ยปัดเส้นผมขึ้น ดวงตาแพรวพราวเย้ายวน ก่อนจะยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“คุณหนูกู้พูดถูกทุกอย่าง หากตอนนี้ท่านปล่อยข้ากลับไป ข้าก็ไม่อยากกลับเช่นกัน ข้าสืบมาแล้ว ปกติในกรณีแบบนี้ เซี่ยจิ่งมากที่สุดก็แค่ถูกกักบริเวณหรือลงโทษเนรเทศ”
“แต่หากข้ากลับแคว้นเหลียง ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะถูกส่งไปให้ใครอีก อย่างน้อยเซี่ยจิ่งก็หน้าตาดี ไม่ชอบตีคน แถมหลอกง่าย ยังดีกว่าต้องไปปรนเปรอตาแก่เฒ่าสกปรก ตัวมันเยิ้มพวกนั้นบนทุ่งหญ้า”
กู้จือจั๋วยกนิ้วขึ้น ส่ายเบา ๆ
“หากพี่น้องของเจ้าจะส่งเจ้าไปแต่งงาน ก็เหยียบพวกเขาให้จมลงไป”
“หากกษัตริย์เหลียงจะส่งเจ้าไปแต่งงาน ก็เหยียบกษัตริย์เหลียงลงไป”
“ถ้าเหยียบไม่ได้...ก็ขึ้นไปแทนที่เสีย”
พูดจบ กู้จือจั๋วก็หันมายิ้มให้นาง
ดวงตาหงส์คู่นั้นมองทะลุความทะเยอทะยานและความไม่ยอมจำนนที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของนาง พูดถูกทุกความคิดของนาง และจุดประกายไฟที่เคยถูกกดทับไว้ในใจให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
“ผู้นำเผ่าหญิงแห่งอวี้ปู้ น่ากู่หย่าเอ่อร์ แต่เดิมก็เป็นเพียงเด็กเลี้ยงแกะ”
“ส่วนเจ้า เป็นถึงพระธิดาของกษัตริย์เหลียง จะกลัวอะไร”
เจียเยี่ยยิ้มบาง ๆ
“คุณหนูกู้ช่างพูดเก่งจริง ๆ แต่ที่แคว้นเหลียง ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์สืบทอดบัลลังก์ มารดาของข้าเป็นนางรำ ข้าก็ไม่มีตระกูลฝ่ายแม่คอยหนุนหลัง”
“เจ้ามี”
“ราชินีมีเพียงบุตรชายคนเดียวคือโตวหลิง และมีลูกบุญธรรมเพียงคนเดียวคือเจ้า”
แสงจากโคมแดงสาดลงบนร่างของกู้จือจั๋ว ทำให้ใบหน้ายิ่งดูอ่อนโยน แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับคมกริบราวคมดาบ
“ถ้าหากลูกชายเพียงคนเดียวของนาง...ตายล่ะ?”
เจียเยี่ยชะงักฝีเท้า
กู้จือจั๋วกล่าวต่อ
“ถ้าหากลูกชายของนาง ตายด้วยน้ำมือของสามีนางเองล่ะ?”
“เจ้าคิดว่านางจะทำอย่างไร?”
เจียเยี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น แล้วค่อย ๆ คลายลง แววตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ยากจะปิดบัง
ครู่หนึ่ง นางกลืนน้ำลายแล้วกล่าวว่า
“หากถูกจับได้ ข้าคงหนีความตายไม่พ้น”
กู้จือจั๋วเดินมาถึงข้างรถม้าแล้ว นางวางมือลงบนฝ่ามือที่กู้อี่ช่านยื่นมาช่วย พลางยิ้มบาง ๆ
“แน่นอน”
“ถูกลงโทษประหารด้วยการฉีกร่างห้าม้าลาก คงยังนับว่าเบาเสียด้วยซ้ำ”
“แต่...”
กู้จือจั๋วเปลี่ยนน้ำเสียงก่อนยิ้มอีกครั้ง
“หากคิดจะขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ในฐานะสตรี แต่ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะเอาชีวิตเข้าแลก ต่อให้ต้าฉี่ฝืนช่วยดันเจ้าขึ้นไป เจ้าก็นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้นได้ไม่นาน”
“ในเมื่อข้าต้องเสียแรงเสียใจเปล่า ๆ เช่นนั้น ข้าก็เปลี่ยนไปสนับสนุนคนอื่นเสียยังดีกว่า”
“องค์หญิงเจียเยี่ย เจ้าไม่ใช่ตัวเลือกเพียงคนเดียวของข้า และก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับข้า”
เจียเยี่ย “...”
ความคิดของนางถูกอีกฝ่ายมองออกหมดสิ้น
กู้จือจั๋วก้าวขึ้นรถม้า คราวนี้นางฉลาดขึ้น ยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนก้าว
“องค์หญิงเจียเยี่ยจะกลับไปพักที่จวนรุ่ยอ๋องก่อนก็ได้”
“เจ้าเป็นองค์หญิงที่มาสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี ไม่ว่าเซี่ยจิ่งจะถูกตัดสินโทษเช่นไร ตราบใดที่เจ้าไม่ได้ก่ออาชญากรรมในต้าฉี่ ข้ารับรองว่าเจ้าจะใช้ชีวิตอย่างสงบปลอดภัยไปตลอด”
“แต่หากเจ้าคิดจะกลับแคว้นเหลียง พรุ่งนี้ตอนเที่ยง จงมาที่จวนเจิ้นกั๋วกง หากเลยเวลาไป ข้าจะไม่รอ”
“ไปกันเถอะ”
กู้จือจั๋วนั่งลง ปล่อยม่านรถม้าลง รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
เจียเยี่ยยืนอยู่ที่เดิม แววตาเปล่งประกาย ความทะเยอทะยานในดวงตาลุกโชนดั่งเปลวไฟ
กู้อี่ช่านนั่งเอกเขนกอยู่ข้างน้องสาว ถามอย่างสบาย ๆ
“น้องสาว เจ้าคิดจะสนับสนุนองค์หญิงผู้นี้ให้เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นเหลียงหรือ?”
กู้จือจั๋วใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
“องค์หญิงผู้นี้มีความทะเยอทะยาน แต่ความกล้ายังไม่พอ มีไหวพริบ แต่การลงมือยังไม่เด็ดขาด หากนางจะขึ้นสู่อำนาจ ก็ต้องพึ่งต้าฉี่”
“นางไม่มีตระกูลฝ่ายแม่คอยสนับสนุน ต่อให้ขึ้นครองบัลลังก์ได้ ก็ยังต้องอาศัยต้าฉี่เพื่อรักษาบัลลังก์เอาไว้”
“หากช่วยให้นางขึ้นครองอำนาจ อย่างน้อยก็แลกกับความสงบตามชายแดนได้สิบปี”
สิบปี...เพียงพอให้ดินแดนซีเจียงฟื้นตัวแล้ว
กู้อี่ช่านกล่าวว่า
“ถ้านางกลัวขึ้นมาก็ไม่เป็นไร”
“อย่างไรเสีย หากโตวหลิงตาย แล้วเรายุให้ราชินีกับกษัตริย์เหลียงแตกคอกัน ก็ทำให้แคว้นเหลียงเกิดสงครามภายในได้เหมือนกัน”
กู้อี่ช่านพูดว่า
“ข้าจะไปกับเจ้า...”
“ไม่ต้องหรอก ช่านช่าน”
“รอให้ข้าเอาสร้อยเขี้ยวหมาป่าที่คอโตวหลิงกลับมาให้เจ้าก็พอ”
กู้อี่ช่านทำหน้าเศร้าแกล้ง ๆ แล้วเอนตัวซบบ่าน้องสาว
“น้องสาวเก่งเกินไป พี่ชายอย่างข้ากดดันจริง ๆ”
“กลับกันเถอะ ท่านย่ายังรอพวกเรากลับไปกินข้าว”
รถม้าเลี้ยวอ้อมไปแวะจวนตระกูลหวังก่อน แล้วจึงกลับจวน
งานเลี้ยงเลิกราแล้ว แขกที่มาร่วมพิธีปักปิ่นก็ทยอยกลับกันหมด ส่วนอาจารย์ก็ไปพักที่จวนท่านมหาราชครูชั่วคราว
กู้จือจั๋วหิวมาก ขี้เกียจให้คนจัดสำรับใหม่ จึงสั่งบะหมี่น้ำซุปไก่คนละชามกับกู้อี่ช่าน
ที่ครัวเล็กมีหม้อน้ำซุปไก่ตุ๋นไว้ตลอด ต้มเส้นลงไปก็พร้อมกินทันที
ท่านย่าผู้เฒ่าดึงกู้อี่ช่านมาดูซ้ายดูขวา ตรวจจนแน่ใจว่าเขาปลอดภัยดี ไม่มีแม้แต่แผลถลอก จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ตันหลิงบอกว่าจะกลับไปพักที่จวนตระกูลหวัง บอกว่าซูเฟยออกจากวังแล้วหรือ?”
“ท่านป้าไม่ใช่ซูเฟยอีกแล้ว”
กู้จือจั๋วพูดพลางกินบะหมี่น้ำซุปไก่คำใหญ่ ๆ หลายคำ
“ฮ่องเต้ถูกปลดแล้ว ข้าตั้งใจจะจัดการให้ท่านป้าหย่าขาดโดยชอบธรรม แล้วกลับมาอยู่บ้านเดิม”
ท่านย่าผู้เฒ่าตกใจ
“อะไรนะ?!”
“พวก...พวกเจ้าสองคน...”
นางยกมือสั่น ๆ ชี้ไปที่พี่น้องทั้งสอง ก่อนลดเสียงลงแล้วกระซิบอย่างระมัดระวัง
“วันนี้พวกเจ้าออกไปทำเรื่องนี้กันหรือ?”
นางเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนถามเสียงเบา
“พวกเจ้า...ไปก่อกบฏกันมาหรือ?”
“สำเร็จไหม?”
กลัวว่าพวกเขาจะกดดันเกินไป ท่านย่าจึงรีบพูดเสริมอีกประโยค
“ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร ขอแค่กลับมาได้อย่างปลอดภัยก็พอ”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗 ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a6b37474ab2d0c13faff7e7
🥀➡️ บทถัดไป
🔗 ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a6c3e902dbfe01a48e11213
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงานของเรา อย่าลืมกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามและทุกกำลังใจที่มอบให้เสมอ 🖤
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย