30 ก.ค. เวลา 18:02 • ข่าว

ถอดรหัส ‘พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 : ผนึกกำลัง ‘ทีเส็บและภาคีพันธมิตร’ ผสานพลังขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์ทรานส์ฟอร์มเมืองอีสาน

นับถอยหลังสู่การเติบโตครั้งประวัติศาสตร์ของภาคอีสาน กับ งานมหกรรมพืชสวนโลก Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ซึ่งได้รับแต่งตั้งและรับรองอย่างเป็นทางการจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ให้เป็นงานระดับ International Horticultural Expo ประเภท Category B มีกำหนดการจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 1,030 ไร่
ภายใต้ธีมหลัก "Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living" คำถามคือ ในการผลักดันงานมหกรรมระดับโลกขนาดนี้ กลไกความร่วมมือระหว่าง “ทีเส็บ” (TCEB) และภาคีพันธมิตรทุกภาคส่วน มีความสำคัญอย่างไรในการเดินหน้าเมกะโปรเจกต์นี้?
ผสานพลังพันธมิตร: ฟันเฟืองร่วมกันขับเคลื่อนงานพืชสวนโลก 2569
การจัดงานมหกรรมระดับโลก (Mega Event) ไม่ใช่เพียงแค่การจัดสวนหรือโชว์พันธุ์ไม้ แต่มีกลไกซับซ้อนที่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกฝ่าย ทีเส็บจึงทำหน้าที่เป็น "ผู้ประสานความร่วมมือและตัวเร่งการพัฒนา" โดยจับมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดอุดรธานี หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว
ความร่วมมือที่ไร้รอยต่อนี้ช่วยสร้างเอกภาพในการประสานงานกับองค์กรสากลอย่าง AIPH และการเชิญชวนประเทศภาคีต่าง ๆ มาร่วมจัดแสดง การผนึกกำลังกันทำหน้าที่นำมาตรฐานสากลมาปรับใช้ร่วมกับศักยภาพของท้องถิ่น ช่วยยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว และบุคลากรในพื้นที่ เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันแปรเปลี่ยนงานพืชสวนโลกให้กลายเป็นเครื่องมือในการทรานส์ฟอร์มเมืองไปสู่ "เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและไมซ์ระดับสากล" อย่างแท้จริง
ตัวเลขแห่งความสำเร็จ: ผลลัพธ์จากการร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
จากการประเมินร่วมกันของรัฐบาลไทย ทีเส็บ หน่วยงานท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายในการจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่ามหาศาลดังนี้
* มูลค่าเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม: มากกว่า 32,000 ล้านบาท
* มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ที่เพิ่มขึ้น: มากกว่า 20,000 ล้านบาท
* อัตราการกระตุ้นและสร้างงานในพื้นที่: สูงถึง 81,000 อัตราการจ้างงาน
* รายได้จากการจัดเก็บภาษีกลับคืนสู่รัฐ: ประมาณ 7,700 ล้านบาท
มรดกแห่งความยั่งยืน (Expo Legacy): ดอกผลของความร่วมมือในระยะยาว
เป้าหมายสูงสุดของการทำงานร่วมกันระหว่างทีเส็บและพันธมิตร ไม่ใช่แค่การดูแลให้งาน 4 เดือนครึ่ง ผ่านพ้นไปด้วยดีเท่านั้น แต่คือการสร้าง "มรดกเชิงยุทธศาสตร์หลังจบงาน" (Expo Legacy) ที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน
หลังสิ้นสุดงานในวันที่ 14 มีนาคม 2570 พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จะไม่ถูกปล่อยทิ้งร้าง
โดย ทีเส็บได้ร่วมวางโรดแมป กับจังหวัดอุดรธานี และชุมชนท้องถิ่น ในการแปรสภาพพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และสถานที่รองรับการจัดกิจกรรม พื้นที่แสดงสินค้า และงานไมซ์ต่าง ๆ ของจังหวัดอุดรธานีในอนาคต
ดอกผลเหล่านี้จะกระจายตัวสู่ฟันเฟืองท้องถิ่น ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจ SME อย่างทั่วถึง
งานพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่งระหว่าง ทีเส็บ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศไทยได้จัดงานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่คือการรวมพลังดีไซน์อนาคตและสร้างสินทรัพย์ถาวรที่จะอยู่คู่กับชุมชน พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปอีกหลายทศวรรษ
โฆษณา