เพราะหลังจากนั้น เขาได้เขียนบทความยาว 165 หน้า ชื่อว่า “Situational Awareness: The Decade Ahead”
ซึ่งเนื้อหามีการคาดการณ์ถึงเทคโนโลยี AGI (Artificial General Intelligence) ที่จะถูกพัฒนาให้สามารถทำงานได้เทียบเท่ามนุษย์ ภายในช่วงทศวรรษนี้ ส่งผลให้โลกจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อเพิ่มกำลังการประมวลผลอีกจำนวนมหาศาล
บทความนี้ถูกพูดถึงกันอย่างมาก ทำให้คุณ Aschenbrenner เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการ AI
เมื่อตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง
หุ้นในพอร์ตฝั่ง Long ของเขา เช่น Nebius, SanDisk, Micron, CoreWeave และ SK Hynix ดิ่งลงอย่างรุนแรงมากกว่า 35% ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
ในขณะเดียวกัน การเดิมพันฝั่ง Short ในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ก็ไม่ได้เป็นไปตามคาด ราคาหุ้นมีการผันผวนสวนทาง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น กองทุนของคุณ Aschenbrenner ได้ใช้เลเวอเรจ (Leverage) หรือการกู้ยืมเงินผ่าน Prime Brokers ในสัดส่วนที่สูงมากเพื่อขยายผลตอบแทน
เมื่อราคาหุ้นดิ่งลง ผลขาดทุนจึงทวีคูณอย่างรวดเร็ว จนสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ เช่น Goldman Sachs, JPMorgan Chase และ Bank of America ต้องออกคำสั่งเรียกวางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call)