30 ก.ค. เวลา 22:22 • การตลาด

​🤍 เมื่อ SOMPO Thailand ใช้ "หัวใจ" นำหน้า "กรมธรรม์" : บทเรียนใหม่ของวงการประกันภัยไทย

​ในมุมมองของผู้บริโภค ภาพจำของ "ธุรกิจประกันภัย" มักจะถูกผูกติดอยู่กับความแข็งกระด้าง กฎระเบียบที่ยุ่งยาก และคำว่า "ต้องรอผลการตรวจสอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์" เป็นหลัก ยิ่งในสถานการณ์วิกฤตหรือเคสที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ การจะเห็นบริษัทประกันยื่นมือเข้ามาซัพพอร์ตก่อนที่กระบวนการทางเอกสารจะเสร็จสิ้น มักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก 📑❌
​แต่กรณีล่าสุดจากแถลงการณ์ของ ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) ต่อการจากไปอย่างน่าเสียดายของ คุณฮลุน โซโล่ (คุณบวรทัต เป็งสุข) ในประเทศจอร์เจีย ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าชื่นชมและชวนให้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานของวงการประกันภัยในบ้านเรา 🕊️✨
​🕊️ ทำไมแถลงการณ์นี้ถึงสร้างความประทับใจ?
​หากอ่านรายละเอียดในจดหมายแถลงการณ์ จะพบว่าในขณะที่เรื่อง "ความคุ้มครองอื่นๆ ตามกรมธรรม์" ยังคงอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหลักการพิจารณาปกติ แต่สิ่งที่ Sompo Thailand เลือกทำทันทีโดยไม่ลังเล คือ:
  • 1.
    ​🏠 ออกตัวรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพาพาร์ทเนอร์กลับบ้าน: บริษัทประกาศรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างกลับประเทศไทยทันที
  • 2.
    ​🤝 นำเครือข่ายต่างประเทศเข้าช่วยเหลือ: ดำเนินการประสานงานผ่านเครือข่ายและพันธมิตรในประเทศจอร์เจีย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ครอบครัวในยามที่เคว้งคว้างที่สุด
  • 3.
    ​💖 มองมนุษย์เหนือตัวเลข: ให้เหตุผลอย่างให้เกียรติว่า ทำไป "เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและความระลึกถึงในฐานะพาร์ทเนอร์ที่เคยร่วมงานกันมาเป็นอย่างดี"
​นี่คือ Action ที่ Beyond Contractual Duty หรือการทำเกินกว่าข้อผูกพันในสัญญาทางกฎหมาย เพราะในทางปฏิบัติ การเคลมประกันภัยทั่วไป หากผลทางกฎหมายยังไม่สรุป บริษัทประกันส่วนใหญ่จะเลือกระวังตัวและนิ่งเฉยเพื่อเซฟตัวเองก่อนเสมอ 🛡️
​🇯🇵 สะท้อนอะไรในโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กร?
​ความกล้าในการตัดสินใจลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ในองค์กรขนาดใหญ่ หากไม่มีรากฐานมาจาก วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง
​แม้ในประเทศไทย Sompo จะดำเนินการในรูปแบบบริษัทร่วมทุนตามกฎหมาย โดยมีบริษัทโฮลดิ้งฝั่งไทยถือหุ้น 51% (บริษัท ซี.เค.ที. โฮลดิ้งส์ จำกัด) แต่การบริหารงานยุทธศาสตร์ ทิศทางนวัตกรรม และแบรนด์ดิ้งทั้งหมดนั้น ขับเคลื่อนโดย SOMPO Holdings จากประเทศญี่ปุ่น 🏛️
​ความเป็นญี่ปุ่นตรงนี้เองที่นำพาปรัชญา Omotenashi (โอโมเตะนาชิ) หรือการดูแลใส่ใจด้วยหัวใจอย่างแท้จริง รวมถึงแนวคิดการทำธุรกิจยุคใหม่ที่เน้น ESG (Environment, Social, Governance) เข้ามาผสมผสานกับการดำเนินธุรกิจในไทย 🌸
​เมื่อองค์กรไม่ได้มองผู้เอาประกันหรือคู่ค้าเป็นเพียง "เลขกรมธรรม์" แต่มองเป็น "มนุษย์" การแก้ปัญหาในภาวะวิกฤต (Crisis Communication) จึงไม่ได้ทำเพียงเพื่อปกป้องความเสี่ยง แต่ทำเพื่อ "พยุงความรู้สึกและคุณค่าของมนุษย์" เอาไว้ 🙏
​📌 บทเรียนสำคัญของวงการประกันภัยไทย
​เหตุการณ์นี้กลายเป็นอีกหนึ่ง Benchmark หรือหมุดหมายสำคัญที่น่าจับตามองในวงการประกันภัย:
  • 1.
    ​💎 การสร้าง Brand Value ที่เงินซื้อไม่ได้: ในวันที่ธุรกิจประกันภัยต่อสู้กันด้วยสงครามราคาและเบี้ยประกัน การแสดงออกถึง "ความจริงใจ" ในยามยุ่งยาก คือสิ่งที่จะซื้อใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืนที่สุด
  • 2.
    ​🌿 ความยืดหยุ่นในภาวะมนุษยธรรม: สัญญาประกันภัยมีไว้บริหารความเสี่ยงทางเงินทุน แต่ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) คือสิ่งที่จะช่วยเยียวยาชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง
​ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคุณฮลุน โซโล่ มา ณ ที่นี้ และขอชื่นชมการตัดสินใจของ SOMPO Thailand ที่ทำให้ได้เห็นว่า "ธุรกิจประกันภัยที่มีหัวใจ" นั้นเป็นอย่างไร 🤍✨
โฆษณา