30 ก.ค. เวลา 23:36 • ท่องเที่ยว

พระมงคลมิ่งเมือง

พระมงคลมิ่งเมือง
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแห่งจังหวัดอำนาจเจริญ
เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดอำนาจเจริญ สิ่งแรกที่ผู้คนมักตั้งใจมากราบสักการะ คือ พระมงคลมิ่งเมือง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “พระใหญ่” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายใน พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง บนเขาดานพระบาท ห่างจากตัวเมืองเพียงไม่กี่กิโลเมตร
องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยอย่างสง่างาม ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งศรัทธา เป็นหลักชัยและกำลังใจของชาวอำนาจเจริญมาอย่างยาวนาน
พระมงคลมิ่งเมืองมิได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการสักการบูชา หากยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความศรัทธา และอัตลักษณ์ของจังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย
จุดเริ่มต้นแห่งศรัทธา
ประวัติการสร้างพระมงคลมิ่งเมืองเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 จากความตั้งใจของ พระครูทัศประกาศ เจ้าอาวาสวัดมงคลมิ่งเมืองในขณะนั้น ที่ต้องการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อเป็นพุทธบูชา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและโบราณวัตถุทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งเป็นอนุสรณ์แด่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) องค์ปฐมสังฆนายก และให้เป็นที่เคารพบูชาของชาวอำนาจเจริญสืบไป
การก่อสร้างได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากพระสงฆ์ ประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ แม้จะประสบอุปสรรคด้านงบประมาณ แต่ในที่สุดองค์พระก็สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2508 กลายเป็นสมบัติล้ำค่าของชาวอำนาจเจริญจนถึงปัจจุบัน
ความงดงามแห่งศิลปกรรม
พระมงคลมิ่งเมืองเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียเหนือแบบ ปาละ (Pala Art) ซึ่งเคยแพร่หลายเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเมื่อกว่าพันปีก่อน
องค์พระมีหน้าตักกว้างประมาณ 11 เมตร และสูงจากพื้นดินถึงยอดเปลวรัศมีประมาณ 20 เมตร โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก บุภายนอกด้วยกระเบื้องโมเสกสีทอง เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ องค์พระจะเปล่งประกายงดงามอย่างยิ่ง
แม้จะเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แต่สัดส่วนของพระพักตร์ พระเนตร และพระโอษฐ์กลับอ่อนโยน สงบ และเปี่ยมด้วยเมตตา ทำให้ผู้ที่ได้มองรู้สึกถึงความเย็นใจอย่างประหลาด
พระบรมสารีริกธาตุแห่งศรัทธา
สิ่งที่ทำให้พระมงคลมิ่งเมืองมีความสำคัญยิ่ง คือ ภายในองค์พระได้บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย พร้อมด้วยโบราณวัตถุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ
ชาวอำนาจเจริญมีความเชื่อว่า การได้มากราบพระมงคลมิ่งเมือง เปรียบเสมือนได้กราบพระบรมสารีริกธาตุ ณ แดนพุทธภูมิ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ช่วยเสริมความเจริญ ความมั่นคง และความสำเร็จในการงาน จึงมีผู้คนเดินทางมาสักการะตลอดทั้งปี
พุทธอุทยานแห่งความสงบ
บริเวณโดยรอบองค์พระได้รับการพัฒนาเป็น พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์และลานหินธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินจงกรม นั่งสมาธิ และพักใจจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน
ด้านหลังองค์พระยังมี พระละฮาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พระขี่ล่าย พระพุทธรูปโบราณที่ค้นพบจากหนองน้ำในปี พ.ศ. 2505 ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นพระที่ให้โชคลาภและความเป็นสิริมงคล
ประเพณีแห่งแรงศรัทธา
ทุกปีในช่วงวันมาฆบูชา จังหวัดอำนาจเจริญจะจัด งานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง อย่างยิ่งใหญ่ มีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญ เวียนเทียน และรำถวายองค์พระ
ภาพนางรำหลายร้อยจนถึงกว่าพันคนที่พร้อมใจกันรำบูชาเบื้องหน้าองค์พระ เป็นภาพที่งดงามและสะท้อนพลังแห่งศรัทธาของชาวอำนาจเจริญได้อย่างลึกซึ้ง
ความรู้สึกจากการได้มาเยือน
เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าองค์พระมงคลมิ่งเมือง สิ่งที่สัมผัสได้ไม่ใช่เพียงความยิ่งใหญ่ของพุทธศิลป์ หากคือความสงบที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วบริเวณ
สายลมที่พัดผ่านผืนป่า เสียงนกร้องแผ่วเบา และองค์พระที่ประทับนิ่งเหนือทุกสรรพสิ่ง ทำให้ผู้มาเยือนได้หยุดพักจากความเร่งรีบของชีวิต แล้วหันกลับมามองหัวใจของตนเอง
บางครั้ง…การเดินทางที่มีค่าที่สุด ไม่ใช่การไปให้ไกลที่สุด แต่คือการเดินทางกลับมาพบ “ความสงบ” ที่มีอยู่ภายในใจ
พระมงคลมิ่งเมืองจึงมิใช่เพียงพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอำนาจเจริญ หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความเมตตา และความหวัง ที่คอยโอบอุ้มผู้คนทุกคนอย่างเงียบงามตราบจนทุกวันนี้. 🙏
โฆษณา