31 ก.ค. เวลา 08:24 • สิ่งแวดล้อม

เมื่อ Hydrogen กลายเป็นพลังงานแห่งอนาคต ความท้าทายที่หลายอุตสาหกรรมต้องรับมือมีอะไรบ้าง

ไฮโดรเจนไม่มีคาร์บอน แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องยนต์ไฮโดรเจนจะไม่มีปัญหาด้านการสึกหรอ
ปัจจุบันหลายประเทศกำลังเร่งพัฒนา Hydrogen Economy หรือเศรษฐกิจฐานพลังงานไฮโดรเจน เพื่อใช้เป็นหนึ่งในพลังงานสำคัญสำหรับภาคการขนส่ง อุตสาหกรรมหนัก การผลิตไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียง Hydrogen Fuel Cell เท่านั้น แต่ยังรวมถึง Hydrogen Internal Combustion Engine หรือ H₂ICE ตลอดจนการผลิต e-Fuels และ Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงทั่วไปมาใช้ไฮโดรเจนไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแหล่งพลังงาน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้วัสดุ การออกแบบชิ้นส่วน ระบบหล่อลื่น และกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ
Hydrogen อาจทำให้วัสดุเปราะได้
หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือ Hydrogen Embrittlement หรือการเปราะจากไฮโดรเจน
เมื่ออะตอมไฮโดรเจนซึมเข้าไปภายในโครงสร้างของโลหะ อาจทำให้วัสดุสูญเสียความเหนียว เกิดรอยร้าว และเกิดความเสียหายจากความล้าเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงหรือมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
นอกจากผลกระทบต่อวัสดุแล้ว การเผาไหม้ของไฮโดรเจนยังทำให้เกิดน้ำ ซึ่งอาจปนเปื้อนเข้าสู่น้ำมันหล่อลื่น เร่งการกัดกร่อน และลดประสิทธิภาพของสารเติมแต่งหรือ Additives ภายในน้ำมัน
ขณะเดียวกัน ไฮโดรเจนยังมีพลังงานในการจุดติดต่ำและมีช่วงการติดไฟกว้าง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Pre-Ignition หรือการจุดระเบิดก่อนกำหนด ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกสูบ วาล์ว และระบบหล่อลื่นเสียหายก่อนอายุการใช้งานที่กำหนด
Tribology หัวใจสำคัญของการพัฒนาเครื่องยนต์ Hydrogen
การพัฒนาเครื่องยนต์ไฮโดรเจนจำเป็นต้องอาศัยการทดสอบด้าน Tribology ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทาน การสึกหรอ และการหล่อลื่น
การทดสอบดังกล่าวช่วยให้นักวิจัยและวิศวกรประเมินได้ว่า
✅ วัสดุชนิดใดเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีไฮโดรเจน
✅ น้ำมันหล่อลื่นสูตรใดสามารถลดการสึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✅ Surface Coating รูปแบบใดช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน
✅ ระบบหล่อลื่นยังสามารถทำงานได้ดีหรือไม่ เมื่อแรงดันและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
เครื่อง High Pressure Reciprocating Tribometer หรือ HPR จาก PCS Instruments สามารถใช้จำลองสภาวะการทำงานภายใต้แรงกด อุณหภูมิ ความเร็ว และบรรยากาศของก๊าซที่ควบคุมได้ รวมถึงการทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีไฮโดรเจน
ผลการทดสอบสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ค่า Coefficient of Friction, Wear Rate, ประสิทธิภาพของสารหล่อลื่น ความเข้ากันได้ของวัสดุ และผลกระทบจาก Hydrogen Embrittlement ก่อนนำวัสดุหรือสูตรน้ำมันไปพัฒนาเป็นต้นแบบและใช้งานจริง
ความบริสุทธิ์ของ Hydrogen สำคัญต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย
อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความบริสุทธิ์ของก๊าซไฮโดรเจน
แม้จะเป็นสิ่งเจือปนในปริมาณต่ำ แต่ก๊าซอย่าง Oxygen, Moisture, Carbon Monoxide, Carbon Dioxide, Nitrogen และ Methane อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Fuel Cell เร่งการเสื่อมสภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา และเพิ่มความเสี่ยงในกระบวนการผลิต การจัดเก็บ และการนำก๊าซไปใช้งาน
ดังนั้น การเลือกเครื่องวิเคราะห์ก๊าซจึงต้องพิจารณาทั้งชนิดของก๊าซ ช่วงการวัด และระดับความเข้มข้นที่ต้องการตรวจสอบ
สำหรับงานตรวจติดตาม Oxygen และ Carbon Dioxide ในกระแสก๊าซระดับเปอร์เซ็นต์ เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ SERVOFLEX MiniMP 5200 จาก Servomex รองรับการวัดแบบ Single หรือ Dual Measurement ภายในเครื่องเดียว สามารถใช้งานได้ทั้งผ่านระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เหมาะสำหรับงานตรวจสอบก๊าซในห้องปฏิบัติการและกระบวนการอุตสาหกรรม
การวิเคราะห์เชื้อเพลิงยังจำเป็นในยุค Energy Transition
แม้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด แต่ในทางปฏิบัติ เชื้อเพลิงหลายประเภทยังคงถูกใช้งานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น SAF, HVO, e-Fuels, Methanol รวมถึงเชื้อเพลิงปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม
การวิเคราะห์คุณสมบัติของเชื้อเพลิงจึงยังคงมีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพ การจัดเก็บ การขนส่ง และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์หรือเครื่องจักร
หนึ่งในค่าที่ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดคือ ความหนืด
ค่าความหนืดมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการไหล การสูบจ่าย และการนำเชื้อเพลิงหรือน้ำมันหล่อลื่นเข้าสู่ระบบ หากค่าความหนืดสูงหรือต่ำเกินไป อาจทำให้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงทำงานผิดปกติ ลดประสิทธิภาพของการหล่อลื่น และส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องจักร
สำหรับห้องปฏิบัติการที่ต้องวิเคราะห์ตัวอย่างจำนวนมาก เครื่องวิเคราะห์ความหนืด OptiMVD จาก Phase Technology สามารถวัดความหนืดและความหนาแน่นได้ภายในการทดสอบเดียว โดยใช้ตัวอย่างเพียง 5 มิลลิลิตร
เครื่องยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบทำความสะอาด และระบบเป่าแห้งอัตโนมัติ รองรับการทดสอบน้ำมันดีเซล น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ภายในห้องปฏิบัติการ
ห้องปฏิบัติการคือส่วนสำคัญของ Hydrogen Economy
การเข้าสู่ยุค Hydrogen Economy ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยวัสดุที่เหมาะสม ระบบหล่อลื่นที่มีประสิทธิภาพ ก๊าซที่มีคุณภาพ และผลการวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้ตลอดทั้งกระบวนการ
Chemical House & Lab Instrument พร้อมสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการควบคุมคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์สำหรับห้องปฏิบัติการและโรงงานในหลากหลายอุตสาหกรรม
📩 ติดต่อเราเพื่อปรึกษาโซลูชันการทดสอบสำหรับงานวิจัยและพัฒนา
📌 โทร: 02-184-4000
📌 E-mail: info@chemihouse.com
📌 Line OA: @chemihouse_th
โฆษณา