Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Health Story - เฮ้วนี้มีเรื่อง
•
ติดตาม
31 ก.ค. เวลา 10:47 • ข่าว
สธ.สั่งรื้อ KPI ปม "คีย์ทิพย์" หมอพร้อม ล่าสุดพบร้องเรียน 1.3 หมื่นรายการ
สั่งทุกจังหวัดเคลียร์ คาดรู้ผลสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" มีการรับบริการสุขภาพไม่ตรงจริง
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลสุขภาพเป็นสิทธิของประชาชน ความถูกต้องของข้อมูลสำคัญต่อการรักษาพยาบาล การใช้สิทธิ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสาธารณสุข ทั้งนี้ ภายหลัง สธ.ได้รับข้อร้องเรียน มีข้อสั่งการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดข้อเท็จจริง โดยตั้งคณะทำงานร่วม สธ. - สปสช. ตรวจสอบทุกประเด็นรอบด้าน
"ที่ผ่านมามีข้อสังเกตไม่ได้พบแค่หมอพร้อม แต่ยังพบในแพลตฟอร์มอื่นที่เกี่ยวเนื่องข้อมูลสุขภาพด้วย การตรวจสอบจะไม่ได้แค่เฉพาะตัวระบบเรา แต่ครอบคลุมการบันทึกข้อมูลหน่วยบริการ ส่งข้อมูลเชื่อมโยง แสดงผลเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริง และการแก้ไขอย่างเป็นระบบ" นพ.เอกชัยกล่าว
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัด สธ. กล่าวว่า หมอพร้อมเป็น "หน้าต่าง" หรือ "กระจก" ส่องให้เห็นการรับบริการ วันนี้เมื่อมีการพบว่าข้อมูลบางส่วนบนแอปฯ หมอพร้อมบางท่าน ทำให้เกิดคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างไร คณะทำงานมีการตรวจสอบ 2 กรณีแรก ตั้งแต่เหตุที่เกิด 5 วันที่ผ่านมา คือ กรณีร้อยเอ็ดและปทุมธานี เป็นความผิดพลาดของการบันทึกข้อมูล ถือเป็นเออเร่อในระดับบุคคล ซึ่งที่ปทุมธานีมีกังวลเรื่องจ่ายยา แต่ยาไม่ได้จ่ายออกไป จึงตัดประเด็นเรื่องการทุจริตออกไป
"วิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก ถือเป็นโอกาสพัฒนา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะประชาชนมีเครื่องมือทรงพลังที่ดูข้อมูลตนเองได้ การรับบริการส่วนใหญ่ถูกต้อง แต่มีส่วนที่คลาดเคลื่อนจริงต้องปรับปรุงพัฒนาให้สมบูรณ์ผิดพลาดน้อยที่สุด นี่คือ 2 เคสที่ตรวจสอบในช่วงวันหยุดและนำมานำเรียนให้ทราบ และแจ้งเจ้าของข้อมูลรับทราบเป็นที่เรียบร้อย ส่วนกรณีอื่นอยู่ในช่วงการตรวจสอบ จะชี้แจงให้ข้อมูลเป็นระยะ" นพ.โสภณกล่าว
นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า หลังจากมีประเด็นในสื่อออนไลน์ กรณีมีท่านหนึ่งโพสต์ว่าไม่ได้ใช้บริการ รพ.สต. แต่มีข้อมูลให้บริการ 2 ครั้ง มีการจ่ายยาร่วมด้วย หลังทราบ สสจ.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจสอบหน่วยบริการต่างๆ พบว่า รพ.สต.แห่งนี้ เป็น รพ.สต.รับการถ่ายโอนไป อบจ. เมื่อปี 2566 ข้อมูลบริการมี 2 ครั้ง เป็นการตรวจรักษาเมื่อปี 2562 ตรวจสอบพบว่า
เป็นลักษณะบันทึกในโปรแกรมบันทึกข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยผู้รับบริการตัวจริง มีชื่อเดียวกัน แต่คนละนามสกุล แต่อักษรตัวแรกในนามสกุลเหมือนกัน ทำให้เกิดผิดพลาดคลาดเคลื่อนในการลงบันทึกข้อมูล เนื่องจากพอคีย์เสิร์ชชื่อก็จะขึ้นมา เจ้าหน้าที่บันทึกเห็นปรากฏชื่อขึ้นมา คิดว่าเป้นชื่อท่านนั้นผู้รับบริการตัวจริง จึงบันทึกข้อมูล แต่คือบันทึกข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่ถูกคน
"การตรวจรักษาในช่วงปี 2562 ช่วงนั้นบางส่วน จนท.ที่ตรวจรักษามีการบันทึกเอกสารในกระดาษก่อน และนำเข้าบันทึกโปรแกรมอีกครั้ง อาจเกิดคลาดเคลื่อนได้ แต่ปี 2564 เป็นต้นมา เราเริ่มใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยระบบสมาร์ทการ์ด ป้องกันสวมสิทธิ มีความถูกต้องในการบันทึกจ่ายยา ระบบคลาดเคลื่อนตกหล่นน้อยลงมาก" นพ.พิทักษ์พงศ์กล่าว
นพ.พิทักษ์พงศ์กล่าวว่า .หลังตรวจสอบเหตุการณ์ ได้สื่อสารทำความเข้าใจและขออภัยความเคลื่อนกับเจ้าของโพสต์ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจญาติและชุมชน หากพบข้อมูลผิดพลาดให้แจ้งเข้ามาได้ รวมถึงให้หน่วยบริการปรับข้อมูลให้ถูกต้อง และเน้นย้ำทุกหน่วยบริการตรวจสอบสิทธิ ด้วยบัตรประชาชนทุกครั้งที่รับบริการ กำชับระวังข้อมูลผิดพลาดในการบันทึกเช่นนี้อีก
ชมคลิป
tiktok.com
TikTok · เฮ้วนี้มีเรื่อง
ด้าน นพ.นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ผู้ร้องเรียนระบุว่าไม่ได้เข้ามารับบริการ รพ.ชุมชนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เมื่อจังหวัดทราบเรื่องได้ทวนสอบไปที่ รพ.ดังกล่าวในการหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น รวมทั้งตรวจสอบมาที่ สธ.ว่าระบบหมอพร้อมมีปัญหาหรือไม่ ก็ทราบว่าระบบหมอพร้อมไม่มีปัญหาอะไร จึงสั่งการ ผอ.รพ.ชุมชนสอบหาข้อเท็จจริงและส่งรายงานมา ทราบว่า
เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับผู้ร้องเกิดขึ้นปลาย ม.ค. 69 ช่วงเวลานั้น รพ.ชุมชนแห่งนี้มีโครงการเฝ้าระวังตรวจสุขภาพเชิงรุกในชุมชน ประสานร่วม อสม.ในพื้นที่ 3 โครงการ คือ
1.การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ด้วยตรวจอุจจาระ
2.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
3.โครงการสาวไทยแก้มแดง ต้องการหายาธาตุเหล็กหญิงไทยวัยเจริญพันธุ์
โดย อสม.ลงไปในชุมชนที่รับผิดชอบ หาประชาชนกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว อสม.นำชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชนมาแจ้งเจ้าหน้าที่ หนึ่งในนั้นมีผู้ร้องด้วย เจ้าหน้าที่ รพ.จึงคีย์ลงระบบเป็นกลุ่มเป้าหมายคัดกรองทั้ง 3 โครงการ ซึ่งต้น ก.พ. พบว่า อสม.รายงานกลับมาว่าชุดตรวจอุจจาระผลตรวจปกติ และมีการพิมะในระบบว่าจ่ายยาเสริมธาตุเหล็กให้ผู้ร้องรายนี้
"เรื่องนี้เป็นการบันทึกข้อมูลคลาดเคลื่อนและสื่อสารคลาดเคลื่อน ระหว่าง อสม.ในชุมชน และเจ้าหน้าที่ รพ. เพราะไปคีย์ข้อมูลทั้งสามโปรแกรม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการทวนสอบยาธาตุเหล็กที่บันทึกลงไปมีการเบิกในคลังยา รพ.หรือไม่ ทางคลังยายืนยันว่าไม่มีการเบิกยาออกไปแต่อย่างใด รพ.ติดต่อไปที่ผู้ร้อง ตั้งใจจะแก้ไขบันทึกการรักษาในเวชระเบียนให้ถูกต้องั โดนนัดกันวันจันทร์ช่วงบ่ายที่ผู้ร้องสะดวกเข้า รพ. ซึ่ง สสจ.ยินดีช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง" นพ.นนท์กล่าว
นพ.นนท์กล่าวว่า ทั้งสามโปรแกรมเมื่อทวนสอบกองทุนต้นทนทาง สปสช. กรมบัญชีกลาง จากอายุผู้ร้อง 48 ปี จึงไม่เข้าเกณฑ์ตรวจคัดกรองทั้ง 3 โปรแกรม รพ.ไม่สามารถเคลมกับกองทุนใดๆ ได้ ภาพรวมข้อเท็จริงได้ทำรายงานขึ้นมากับผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ผู้ตรวจราชการ รองปลัด และปลัด ส่วนมาตรการป้องกันจะคล้ายร้อยเอ็ด ว่ามีความคลาดเคลื่อนการบันทึกข้อมุล ให้หน่วยงานทวนสอบการให้บริการ การเคลมเบิกว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ มีเรื่องการรับเรื่องร้องเรียนสำหรับประชาชนที่คิดว่าข้อมูลสขภาพคลาดเคลื่อน
ถามถึงยอดยอดตัวเลขที่ผิดในหมอพร้อม นพ.โสภณ กล่าวว่า ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาได้รับฟีดแบ็กมาเป็นระยะ มีคำร้องเข้ามา 1.3 หมื่นครั้ง ซึ่งบางคนส่งมากกว่า 1 ครั้ง จำนวนคนคาดว่าไม่ถึง มีตัวเลขแยกรายพื้นที่ จังหวัด อำเภอ รพ. กำลังเร่งดำเนินการ เมื่อเช้าปลัด สธ.ให้นโยบายบอกว่าให้ดำเนินการเร่งด่วนที่สุด อยากช่วยคลายความกังวล ข้อคลาดเคลื่อนผิดพลาดโดยเร็ว จึงให้ นพ.สสจ.ทุกจังหวัดมอบหมายผู้รับผิดชอบดำเนินการอย่างเร่งรีบรวดเร็ว เพื่อให้เกิดผลการตรวจสอบที่ชัดเจน
ถามถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Healthlink ที่พบว่าผิดพลาดเช่นกัน นพ.โสภณกล่าวว่า ในระบบของประเทศไทยมีแอปฯ ที่แสดงข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า 1 แอปฯ กรณีนี้เป็นแอปฯ ทางรัฐ ใช้วิธีการส่งต่อข้อมูลจากอีกฐานข้อมูลหนึ่งไม่ใช่ส่วนที่ สธ.รับผิดชอบโดยตรง ต้องทำงานร่วมกับคนดูแลระบบให้ชัดเจนว่าส่วนที่คลาดเคลื่อนเกิดจากเหตุใด คณะทำงานก็มีผู้แทนหน่วยงานอื่น เช่น สปสช. ทำงานด้วยกันเพื่อดูว่าเป็นยังไง แต่เนื่องจากเป็นคนละระบบ ขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง
ถามถึงเรื่อง KPI ที่ทำให้เกิดการคีย์ทิพย์ นพ.โสภณกล่าวว่า ตัวชี้วัดที่หน่วยงานดูแลสุขภาพประชาชนเลือกมากำกับติดตามการดำเนินงาน ปลัด สธ.เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอาจมีผลกระทบกับการทำงาน เช่น ภาระงาน การบันทึกข้อมูลด้วย มอบหมายให้ทบทวน
โดยให้หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ดู KPI ที่เหมาะสม โดยกำลังตรวจดูว่าเป็นส่วนเป็นเหตุของบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้องด้วยหรือไม่ ซึ่งการวิเคราะห์ต้องใช้เวลา เพราะต้องดูแบบแผนความผิดพลาดที่เกี่ยวกับบางตัวเลขที่มาจากให้บริการ เพื่อไปวัดผลลัพธ์จาก KPI ขอใช้เวลาเพื่อให้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน
"KPI ตัวชี้วัดเรื่องผลดำเนินงาน ที่ผ่านมาตัวชี้วัดหลักในการตรวจราชการ มีเพียง 30 ตัวชี้วัด แต่มีแผนงานสุขภาพหลายแผนงาน หลายกรมวิชาการ อาจไม่ได้ใช่ตัวชี้วัดตรวจราชการ ก็ให้พิจารณาร่วมกัน จัดหมวดหมู่ให้เหลือน้อยที่สุด แต่ยังมีประโยชน์ต่อการกำกับติดตามสถานะสุขภาพและการทำงาน ไม่ให้เป็นภาระ คิดว่าจำนวนน่าจะลดลง
เราทบทวนเป็นระยะ แต่มีปัญหาสุขภาพใหม่ที่เกิดขึ้น หรือโครงการใหม่ก็มีการปรับเพิ่มขึ้นลงบ้างตามความเหมาะสม ขอให้รอการทบทวน ต้องปรึกษาหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สปสช.ด้วยเพราะทำงานด้วยกัน" นพ.โสภณกล่าว
นพ.โสภณกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ผู้ที่มีข้อมูลอาจจะไม่ถูกต้อง หากมีหน่วยงานหรือประชาชนต้องการให้เราดำเนินการตรวจสอบในการยื่นหนังสือ ก็ย้ำว่าให้รับมาเลย เพื่อเป็นข้อมูลช่วยกันดู สิ่งที่กังวลห่วงใยที่ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีสาระสำคัญอย่างไร ก่อนไปถึงขั้นสอบสวนวินัยต้องหาข้อเท็จจริงประกอบ และมอบศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รับทุกเรื่องที่ประชาชนอยากจะยื่นเป็นเอกสาร ที่ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มายื่นได้เลยตลอดเวลาราชการ
ส่วนที่บอกว่ามีการคีย์ข้อมูลทิพย์ เราพร้อมรับข้อมูลในการตรวจสอบเพื่อสร้างความชัดเจนให้ประชาชนและสังคม สามารถส่งมาได้เลย ผอ.สำนักสุขภาพดิจิทัลได้สร้างระบบในการรับข้อมูลหลายช่องทาง
นพ.โสภณกล่าวว่า ส่วนกรณีอื่นๆ อยู่ในระดับตรวจสอบที่สถานบริการ รอการรายงานกลับมา ปลัดให้เวลา 1-2 สัปดาห์ต้องมีคำตอบ และต้องดูภาพรวมว่าเกิดจากอะไร คาดว่ามีทั้งสามสาเหตุ คือ ผิดพลาดในการทำงานของบุคคล แรงกดดันอาจเกี่ยวกับตัวชี้วัด หรือการจะลงข้อมูลเพื่อเบิกจ่าย ทั้งสามกรณี สักสัปดาห์หน้าเพื่อสรุปชัดเจนขึ้นว่าเป็นอย่างไร จะเร่งตรวจสอบข้อมูล ซึ่งแต่ละรายต้องละเอียดมิเช่นนั้นจะไม่ตรงข้อเท็จจริง
"ระบบหมอพร้อมใช้ต่อเนื่องมาแล้ว 5 ปี มีความถูกต้องแม่นยำของแอปฯ อยู่ในระดับที่เชื่อถือได้ตามมาตรฐานสากล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่มีใครสามารถรู้ข้อมูลได้ ยกเว้นเจ้าตัวเองถึงจะเห็นข้อมูล เมื่อแจ้งกลับมาต้องใช้เวลาในการตรวจเช่นกัน มั่นใจได้ว่าผู้บริหารให้ความสำคัญดำเนินการตรงไปตรงมา" นพ.โสภณกล่าว
เมื่อถามถึงหากข้อมูลลงในระบบไม่ตรงจริง มีผลต่อการรักษาในอนาคตและการเคลมประกัน นพ.โสภณกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกต้องทำให้ประชาชนได้รับบริการที่แม่นยำ ไม่ว่าในอนาคตหรือมีปัญหาสุขภาพอื่นเกิดขึ้นใหม่ ช่วงนี้จะเคลียร์ข้อมูลเดิมให้ถูกต้องมากที่สุด หากมีหลักฐานชัดเจน อย่าง ร้อยเอ็ด บันทึกผิดคนก็แก้ไขให้ถูกต้อง ก็ไม่กระทบบริการในอนาคต เพราะชัดเจนว่าทำไมข้อมูลถึงเกิดการเปลี่ยนแปลง รมว.สธ.มองเป็นโอกาสยกระดับข้อมูลสุขภาพประชาชนทั้งระบบ
ที่ผ่านมามีการตรวจสอบแก้ไขเป็นระยะ แต่ครั้งนี้ถือว่าตื่นตัวพร้อมกัน ปริมาณงานเข้ามามาก การแก้ไขที่ถูกต้องไม่ได้เกิดในวันนี้ ที่ผ่านมาฉีดวัคซีนเข็มนี้ไม่ขึ้น หรือไม่ตรงก็มีการแจ้งแก้ไข แต่จำนวนไม่มาก แก้เสร็จรับบริการต่อได้ไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้จำนวนมากเวลาอันสั้นต้องทำเชิงระบบทำพร้อมกันทุกจังหวัดทุกสถานพยาบาลที่ร้องเข้ามา
เมื่อถามถึงการเข้าถึงข้อมูล ผอ.สำนักสุขภาพดิจิทัล กล่าวว่า การเข้าใช้ระบบซูเปอร์แอปฯ หมอพร้อม ผู้รับบริการเข้าถึงข้อมูลเพียงผู้เดียว มีระบบยืนยันตัวตนแอปฯ ที่ได้มาตรฐาน และเราไม่มีส่งข้อมูลส่วนอื่นให้หน่วยบริการ หรือบริษัทประกันหรือที่ใดๆ เป็นข้อมูลสุขภาพประชาชน เราให้ผู้เข้าถึงข้อมูลคือเจ้าตัวอย่างเดียว
ส่วนถามว่าข้อมูลรั่วไหลจากแอปฯ หมอพร้อมหรือไม่ ผอ.สำนักสุขภาพดิจิทัล กล่าวยืนยันว่าไม่มี
นพ.โสภณกล่าวว่า ระบบรักษาความผลอดภัยไซเบอร์ของ สธ. เราเป็นหน่วยงานพัฒนาระบบอันดับต้นๆ ได้รับรางวัลไพรม์มินิสเตอร์ 2 ปีติด ก็มั่นใจเรื่องความปลอดภัย และทำตาม พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด การขอข้อมูลยากมาก หากไม่ใช่เจ้าของข้อมูล เพราะความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ
ข่าว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย