วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

SEGA ผู้ลงทุนต่อลมหายใจให้ Nvidia แต่เสียโอกาสทำกำไร 4.3 ล้านล้านบาท

เมื่อพูดถึงบริษัทที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในยุคปัจจุบัน ก็คงหนีไม่พ้น Nvidia
ผู้ออกแบบชิปเซมิคอนดักเตอร์ ที่เปรียบเสมือนสมองของเทคโนโลยีล้ำยุคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น AI, รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไปจนถึงสมาร์ตโฟนที่เรากำลังใช้งานกันอยู่
พูดมาขนาดนี้ เราก็คงไม่สงสัยแล้วว่า ทำไม Nvidia กลายเป็นบริษัทมหาชนที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 170 ล้านล้านบาทไทย
แต่ก่อนที่ Nvidia จะประสบความสำเร็จได้แบบทุกวันนี้ ครั้งหนึ่งบริษัทเคยขาดเงินทุนอย่างหนัก จนเกือบต้องปิดกิจการไปอย่างถาวร
ถึงอย่างนั้น ก็ยังโชคดีที่มีบริษัทหนึ่งเข้ามาช่วยต่อลมหายใจให้ Nvidia ที่กำลังตั้งไข่ นั่นก็คือบริษัท SEGA จากญี่ปุ่นนั่นเอง
แล้ว SEGA เข้ามาช่วย Nvidia ให้รอดพ้นจากวิกฤติในครั้งนั้นได้อย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
Nvidia ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยคุณเจนเซน หวง CEO คนปัจจุบัน และเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน
ธุรกิจแรกของบริษัทก็คือ การพัฒนาชิปประมวลผลด้านกราฟิกสำหรับเกม
โดยสินค้าตัวแรกที่ Nvidia เปิดตัวก็คือชิป NV1 สำหรับประมวลผลกราฟิก 3 มิติ ซึ่งมีบริษัทเกมชื่อดังในสมัยนั้นอย่าง SEGA เป็นพาร์ตเนอร์ ในการร่วมพัฒนาชิป
แต่ปัญหาก็คือ เทคนิคการเรนเดอร์ภาพของชิป NV1 ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมในขณะนั้น แม้ชิป NV1 จะมีประสิทธิภาพสูงก็ตาม
เนื่องจาก Microsoft ที่เป็นผู้นำในตลาดระบบปฏิบัติการ PC ได้เปิดตัว DirectX ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางในการประมวลผลภาพกราฟิกของเกมในเครื่อง PC ต่างออกไปจากการทำงานของชิป NV1 ของ Nvidia
อย่างไรก็ตาม แม้ Nvidia จะรู้ว่าชิป NV1 ของตนนั้นจะไม่สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้ และจะทำให้เครื่องเล่นของ SEGA ไม่สามารถเข้ากับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้
แต่ทาง SEGA ที่เป็นพาร์ตเนอร์สำคัญของ Nvidia ก็ยังยืนกรานให้ Nvidia พัฒนาชิปรุ่นต่อไปที่ชื่อ NV2 โดยใช้เทคนิคการเรนเดอร์ภาพแบบเดิมอยู่
อีกทั้งทาง Nvidia ก็มีทางเลือกไม่มากนัก เพราะบริษัทเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน และมีเงินเหลือจ่ายเงินเดือนให้พนักงานอีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น
แต่สุดท้ายแล้วคุณเจนเซน หวง ก็ฝืนพัฒนาชิป NV2 ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว เพราะรู้ดีว่าเทคโนโลยีนี้กำลังถึงทางตัน
เมื่อเผชิญกับภาวะหลังพิงฝา คุณเจนเซน หวง ก็ตัดสินใจบินไปญี่ปุ่น เพื่อขอเข้าพบคุณโชอิจิโร ประธานบริษัท SEGA สาขาอเมริกา
เพื่อสารภาพกับคุณโชอิจิโรตรง ๆ ว่า เทคโนโลยีชิป NV2 จะไม่สามารถทำงานได้ดีเทียบเท่ากับชิปของคู่แข่ง ที่ทำตามมาตรฐานของอุตสาหกรรม
และหากทาง SEGA ยังคงฝืนจะใช้ชิปรุ่นนี้ต่อไป นี่ก็คงเป็นจุดจบของทั้ง SEGA และ Nvidia ที่จะกอดคอกันลงเหว เพราะชิปเพียงตัวเดียว
เท่านั้นยังไม่พอ คุณเจนเซน หวง ยังพูดตรง ๆ อีกว่า ขอให้ SEGA จ่ายเงินให้ Nvidia ต่อไป ตามสัญญาที่ต้องจ่ายงวดสุดท้ายอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันที่ 370 ล้านบาท แม้ SEGA จะไม่ได้รับชิปตามที่ตกลงไว้ก็ตาม..
เพราะตอนนี้ Nvidia กำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และยอมรับกับคุณโชอิจิโร ว่าแม้จะได้เงินก้อนนี้ไป Nvidia ก็อาจจะล้มละลายอยู่ดี ทำให้เงินก้อนนี้ของ SEGA อาจสูญเปล่าอยู่ดี
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่า SEGA คงไม่ให้เงิน Nvidia อย่างแน่นอน
เพราะสิ่งที่คุณเจนเซน หวง ได้ทำไป คือการบอกกับลูกค้ารายใหญ่ว่า สินค้าที่สั่งนั้นจะผลิตไม่ได้ตามที่สัญญาไว้
แถมยังมาขอให้ลูกค้าอย่าง SEGA จ่ายเงินให้เหมือนเดิมอีกด้วย
แต่ผิดคาดที่คุณโชอิจิโร ได้ตัดสินใจมอบเงินให้ Nvidia จำนวน 370 ล้านบาทตามเดิม แม้ว่าจะไม่ได้สินค้าก็ตาม
แต่มีการเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นการร่วมลงทุนแทน เพื่อไม่ให้ผู้ถือหุ้นของทาง SEGA ประท้วง
โดยในตอนหลังคุณโชอิจิโร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ยอมให้เงินกับ Nvidia ตอนนั้นว่า
คุณเจนเซน หวง เป็นผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติที่หาได้ยากในซิลิคอนแวลลีย์ เพราะกล้ายืดอกยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง แถมยังมีความซื่อสัตย์ กล้าพูดความจริงกับคู่ค้า
ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่า Nvidia จะไปรอดหรือไม่ เขาก็แค่อยากจะรักษาคนอย่างคุณเจนเซน หวง ให้อยู่ในวงการธุรกิจต่อไปเท่านั้นเอง
เช็คเงินสดมูลค่า 370 ล้านบาท จาก SEGA จึงเปรียบเสมือนเครื่องกระตุ้นหัวใจ ที่ต่อลมหายใจให้กับ Nvidia ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ที่จะตัดสินว่า Nvidia จะอยู่รอดต่อไปหรือไม่
เมื่อได้รับเงินสดมาแล้ว ก็ใช่ว่าจะทำให้คุณเจนเซน หวง หายใจหายคอโล่งขึ้น เพราะเงินทุนก้อนนี้ต่อเวลาให้ Nvidia ได้แค่ 6 เดือนเท่านั้น
ในช่วงเวลาที่เหลือ Nvidia จึงต้องรีบพัฒนาชิปให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ Microsoft กำหนดไว้
คุณเจนเซน หวง ถึงขนาดไม่รับเงินเดือน เพื่อประหยัดเงินให้ได้มากที่สุด
เงินทุนของ Nvidia จำกัดจำเขี่ยถึงขั้นที่ว่า บริษัทไม่มีเงินสร้างชิปต้นแบบออกมาทดสอบได้หลาย ๆ ครั้ง เหมือนที่คู่แข่งทำได้
คุณเจนเซน หวง ต้องใช้วิธีการซื้อซอฟต์แวร์จำลองการทำงานของชิปมาใช้แทน
เมื่อทำการทดลองการทำงานของชิปผ่านซอฟต์แวร์เรียบร้อยแล้ว คุณเจนเซน หวง ก็ติดต่อไปยัง TSMC ในไต้หวัน เพื่อเดินสายการผลิตทันที โดยไม่มีการผลิตตัวต้นแบบมาก่อน
นับเป็นการเดิมพันหมดหน้าตักว่า หากชิปถูกผลิตออกมาแล้วใช้การไม่ได้ Nvidia ก็คงต้องปิดตัวลงไปตลอดกาล
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อชิปที่ผลิตออกมาใช้งานได้ดี และมียอดจำหน่ายสูงถึง 1 ล้านออร์เดอร์ ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน
และชิปตัวนี้ก็ทำให้ Nvidia ได้วางรากฐานของสถาปัตยกรรมชิปตระกูล GeForce ออกมา และกลายมาเป็นผู้นำในตลาดผู้ออกแบบชิป GPU จนถึงปัจจุบัน..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อ Nvidia เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ได้สำเร็จในปี 1999
ทาง SEGA ก็ได้ขายหุ้น Nvidia ที่ตัวเองถือไว้ออกไปทั้งหมด และทำกำไรได้ถึง 3 เท่าตัว จากเงินลงทุน 370 ล้านบาท
แต่ถ้าหาก SEGA ยังคงถือหุ้นใน Nvidia ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันนี้ จะมีกำไรประมาณ 127,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.3 ล้านล้านบาทเลย..
โฆษณา