เมื่อวาน เวลา 00:00 • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 30

คำถาม 1
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม : ทุกวันนี้ยังอ่านวรรณกรรมเยาวชน หรือหนังสือประมาณ แฮร์รี พอตเตอร์ อยู่บ้างมั้ยคะ
วินทร์ เลียววาริณ : สมัยผมเป็นเด็ก ไม่มีการแยกตระกูลชัดเจนว่านี่เป็นวรรณกรรมเยาวชน นั่นเป็นวรรณกรรมผู้ใหญ่ เด็กๆ ก็อ่านเรื่องผู้ใหญ่บ่อยไป ตราบใดที่วางบนชั้นในห้องสมุด
หนังสือเยาวชนเล่มแรกที่ผมอ่านเป็นพวกนิทาน หลังจากนั้นก็อ่านแบบไม่รู้ว่าอะไรเป็นวรรณกรรมเยาวชนหรือไม่ อ่านปนกันไปหมด
ตอนเด็กก็ชอบงานแนววรรณกรรมเยาวชน เคยซื้อด้วย ทั้งที่ยังเป็นเด็กนักเรียน
จำได้ว่าวรรณกรรมเยาวชนเล่มแรกที่ซื้อเองด้วยเงินตัวเองคือ พลายจำปา นิยายเกี่ยวกับชีวิตการคล้องช้างป่าในแอฟริกา จำได้ว่าสนุกดี เรื่องนี้แปลมาจากเรื่อง Jamba the Elephant เขียนโดย Theodore J. Waldeck แปลโดย ลมุล รัตตากร จำหน่ายในปี 2513
ที่บอกว่าซื้อด้วยเงินตัวเอง ทั้งที่ตอนนั้นยังเรียนชั้นมัธยมต้น เพราะหาเงินมาจากการเขียนขำขันในนิตยสารชัยพฤกษ์ ค่าเรื่อง 10 บาท ค่าหนังสือแค่ 5 บาท (ตอนนั้นก๋วยเตี๋ยวราดหน้าจานละ 3 บาท)
ชัยพฤกษ์ (ไทยวัฒนาพานิช) ผลิตหนังสือดีราคาย่อมเยา เรียกว่า ‘หนังสืออ่านสำหรับเยาวชนตามโครงการหนังสือเด็กของกองบรรณาธิการชัยพฤกษ์’ เป็นโครงการที่ดี
1
เริ่มต้นอย่างนี้แหละ เด็กที่เกิดในยุคสมาร์ทโฟนไม่มีโอกาสอย่างนี้!
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้อ่านนวนิยายทุกประเภทมานานมากแล้ว ส่วนวรรณกรรมเยาวชนยิ่งนานกว่านั้น
ผมชอบไอเดียเรื่อง แฮร์รี พอตเตอร์ มาก (10/10) แต่ยังไม่เคยอ่านฉบับหนังสือ อาจจะเลยวัยอ่านหนังสือแนวเด็กแล้ว
คำถาม 2
ไม่ประสงค์ออกนาม : คุณวินทร์เขียนหนังสือนิยายมานาน เคยปล่อยไก่ไหมครับ
วินทร์ เลียววาริณ : บ่อยไป เขียนมา 40-50 ปี ก็ยังคงปล่อยไก่เสมอ ไม่ว่าเนื้อเรื่องหรือคำผิด
แต่ความถี่ของการปล่อยไก่ลดลงไป เมื่อเทียบกับสมัยเริ่มต้นเขียน
สมัยนั้นเขียนอะไรก็ไม่ค่อยรีเสิร์ชและตรวจสอบ
ทั้งสองอย่างนี้สำคัญมาก
ในปีแรกๆ ผมเขียนคำนี้ว่า ‘ยาเสพย์ติด’ ซึ่งผิด เพราะหนังสือพิมพ์ใช้คำผิด ก็จำมา โดยไม่ตรวจสอบ
จึงเรียนรู้ว่า ต้องรู้จริงทุกคำก่อนเขียน
ภายหลังจะตรวจสอบทุกอย่าง แม้แต่ชื่อตัวละคร เช่น ตั้งชื่อตัวละครว่า เกษร วรรณวิทยานุสรณ์ ก็ต้องตรวจสอบว่ามีนามสกุลนี้จริงไหม
คงไม่มีปัญหาหากตัวละครนามสกุลนั้นเป็นคนดี กล้าหาญ มีคุณธรรม แต่หากเป็นคนร้าย ฆาตกรฆ่าข่มขืน เจ้าของนามสกุลคงไม่ยินดีแน่ๆ
บ่อยครั้งเพื่อความปลอดภัย ผมจะตั้งนามสกุลที่แปลกออกไปเลย หรือสะกดแบบเก่าที่ไม่ค่อยนิยมแล้ว ไม่ใช่เพื่อความเท่ แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทีหลัง
ผมจำได้ว่าสมัยที่ติดนิยายบู๊ในนิตยสารบางกอก มีนิยายบู๊เรื่องหนึ่งใช้ชื่อพระเอกว่า แพน ดาวเรือง
ผ่านไปสองสามฉบับ ผู้เขียนก็ขอแก้ชื่อเป็น แพน ดาวลอย เพราะมีคนนามสกุลดาวเรืองจริงๆ ทักท้วงมา
การ ‘ปล่อยไก่’ ในการเขียนหนังสือเกิดจากความไม่รู้กับการไม่ตรวจสอบ
นี่คือเหตุผลที่นักเขียนควรมีบรรณาธิการและคนตรวจปรู๊ฟหรือพิสูจน์อักษร
หลายสำนักพิมพ์ใช้คนผิดงาน บรรณาธิการไม่มีหน้าที่ ‘ตรวจคำผิด’ แต่มีหน้าที่ ‘ตรวจความผิด’
แต่คนตรวจปรู๊ฟตรวจหาคำผิดและการใช้ภาษาไทยที่ผิดหลัก
นี่คือความแตกต่างระหว่างบรรณาธิการกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์อักษร
บรรณาธิการต้องอ่านกว้าง ต้องรู้รอบ ต้องรีเสิร์ชเพื่อตรวจสอบ
คนตรวจปรู๊ฟ มากกว่าหนึ่งคนได้ยิ่งดี
ปัญหาหนึ่งของผมที่อาจไม่เกิดขึ้นกับนักเขียนอื่น คือผมชอบเขียนแบบตัดต่อ เหมือนทำหนัง ซึ่งเป็นวิธีเฉพาะตัว
ผมมักทำงานแบบร่างโครงคร่าว ๆ แล้วค่อยไปขยายความในท่อนที่อยากขยาย ไม่ได้เขียนหนังสือไล่เรียงจากบรรทัดที่ 1 ไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย
เขียนตรงกลางบ้าง สลับไปเขียนตรงท้ายบ้าง สลับไปสลับมา
ข้อดีคือมีความคล่องตัว และเขียนโดยไม่ต้องรอให้เกิดอารมณ์เขียน
ข้อเสียคือมีโอกาสที่เรื่องจะตีกัน
นักเขียนก็เป็นคน ผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา ก็แก้ไขและเรียนรู้กันไป
คำถาม 3
ไม่ประสงค์ออกนาม : ถามจริงๆ คุณวินทร์จะเขียนหนังสือจนเมื่อใด
วินทร์ เลียววาริณ : ขอแยกเป็นสองประเด็น คือการเขียนหนังสือ กับตีพิมพ์หนังสือ
การเขียนหนังสือไม่ว่ายุคไหน ก็ยากเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
ผมไม่นับการให้เอไอช่วยเขียนนะครับ ผมหมายถึงเขียนหนังสือโดยกลั่นความคิดจากสมองเราออกมาแบบ old school
ส่วนการตีพิมพ์หนังสือทำได้ยากขึ้นในยุคดิจิตัลและโซเชียล เน็ตเวิร์ก
ในยุคใหม่ นักเขียนคนหนึ่งเขียนหนังสือแล้ว อาจไม่ได้ตีพิมพ์เป็นเล่ม หรืออาจไม่สามารถตีพิมพ์เป็นเล่ม เพราะขายยาก เนื่องจากคนอ่านน้อย พิมพ์น้อยลง ราคาก็สูงขึ้น ทำให้คนอ่านน้อยลงไปอีก
อาจต้องไปขายวิธีอื่น เช่น อีบุ๊ค
สำหรับผม ไม่ว่าจะทำงานมานานกี่สิบปี หรือมีกี่รางวัล ก็อยู่ในชะตากรรมเดียวกับนักเขียนส่วนมาก คือขายหนังสือยากขึ้นทุกวัน
1
ดังนั้นก็คงตีพิมพ์ไปจนถึงวันที่ขายไม่ได้อีกต่อไป หรือไม่คุ้มการลงทุน
1
ส่วนการเขียนหนังสือนั้น ฝังในเส้นเลือดแล้ว
1
โชคดีที่ในวัยขนาดนี้ ผมยังไม่ขาดแคลนไอเดีย
1
ยังอยากเขียนไซไฟ นิยายนักสืบ นิยายอิงประวัติศาสตร์ เรื่องสั้นหักมุมจบ เรื่องสั้นแนวทดลองใหม่ๆ สารคดีวิทยาศาสตร์ หนังสือกำลังใจ
1
แม้แต่นิยายกำลังภายใน
แต่รู้ว่ามีเวลาไม่พอ ก็ไปเรื่อยๆ ลานสุดเมื่อไร ก็หยุดเดินในวันนั้น
1
โฆษณา