1 ส.ค. เวลา 07:44 • หนังสือ

บทที่ 08 สามีของคุณรสนิยมไม่เลวเลย

เสิ่นเจาหลีมีความสามารถในการหาเรื่องใส่ตัวได้อย่างน่าทึ่ง ความบ้าคลั่งในแววตาของเธอไม่เคยคิดจะปิดบัง มันเอ่อล้นออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
เผยอวิ๋นเหลียนกดดับบุหรี่ในมือ ควันสีขาวลอยวนอยู่รอบปลายนิ้ว เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เย็นนี้กินข้าวหรือยัง?”
แม้แต่เติ้งเมี่ยวที่กำลังเย็นชาใส่กันอยู่ และเย่หลิ่นที่เอาแต่พูดไม่หยุด ต่างก็หยุดการปะทะคารมลง พร้อมหันมองมาทางเผยอวิ๋นเหลียนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ทันทีที่ได้ยินคำถามของเขา เย่หลิ่นก็รีบสบตากับเซี่ยอี๋เยี่ยนอย่างรวดเร็ว
เสิ่นเจาหลีส่ายหน้า
“ยังเลย เมืองหนานเจียงไม่มีอะไรอร่อยเท่าไหร่”
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เธอกินอาหารที่นี่จนเริ่มเบื่อแล้ว เธอเป็นคนพิถีพิถันเรื่องอาหารมาก ไม่ใช่อะไรก็ถูกปากเธอไปเสียหมด
“ผมรู้จักร้านหนึ่ง รสชาติดีทีเดียว จะพาเพื่อนของคุณไปลองไหม?”
ทันทีที่เผยอวิ๋นเหลียนพูดจบ เซี่ยอี๋เยี่ยนกับเย่หลิ่นก็หันมาสบตากันอีกครั้ง
สำหรับเผยอวิ๋นเหลียน อย่าได้หวังว่าเขาจะทำหน้าที่เจ้าบ้านคอยต้อนรับแขก
เขาไม่ชอบพูดคุยสังสรรค์ ไม่ชอบเข้าสังคม ที่พวกเขาสนิทกันได้ ก็เพราะครั้งหนึ่งเซี่ยอี๋เยี่ยนเคยช่วยเหลือเขาไว้ในช่วงที่ชีวิตตกต่ำ
ส่วนเย่หลิ่น ตอนนั้นอยากเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง แต่ตระกูลเย่ไม่สนับสนุน เป็นเผยอวิ๋นเหลียนที่ลงทุนให้เขา
หลังจากคบหากันมานาน พวกเขาต่างรู้ดีกว่าใครว่า ผู้ชายคนนี้...ไม่มีใครเดินเข้าไปถึงหัวใจของเขาได้
“ได้สิ”
สำหรับเสิ่นเจาหลีแล้ว การที่สามีของเธอเชิญเพื่อนของเธอมากินข้าว ก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว
ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะกลม รออาหารทยอยมาเสิร์ฟ แต่ความเงียบระหว่างนั้นกลับชวนอึดอัดเสียเหลือเกิน
แม้จะเป็นกลุ่มเพื่อนที่อ้างว่าจะทำหน้าที่เจ้าบ้านต้อนรับ แต่เสิ่นเจาหลีก็ยังรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง
เซี่ยอี๋เยี่ยนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
“คุณฟางกับคุณเถาตั้งใจจะอยู่เมืองหนานเจียงอีกกี่วันครับ?”
เถาซิงอ๋องตอบว่า
“ฟางจิ่นอีกสองวันก็กลับแล้ว ส่วนผม ที่บ้านมีโครงการร่วมกับตระกูลเสิ่น รอให้โครงการเดินหน้าเรียบร้อย น่าจะอีกหลายเดือน ค่อยกลับเมืองเป่ยอัน”
ตระกูลเถาทำธุรกิจด้านพลังงานใหม่ โดยเน้นการวิจัยและพัฒนาวัสดุโซลาร์เซลล์ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน
เดิมทีตระกูลเสิ่นทำธุรกิจแบบดั้งเดิมเป็นหลัก กระทั่งช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังเสิ่นเจาหลีเข้ามาบริหารบริษัท จึงเริ่มก้าวเข้าสู่วงการเทคโนโลยีสมัยใหม่
ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ พลังงานใหม่ และเทคโนโลยีเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน อีกทั้งยังมีข่าวว่าตระกูลเสิ่นเพิ่งก่อตั้งทีมวิจัยใหม่ขึ้นมาอีกทีม
เซี่ยอี๋เยี่ยนเป็นคนข่าวสารไว เขารู้ว่าทีมวิจัยนั้นมีเสิ่นเจาหลีเป็นหัวหน้าทีม
แต่เขาก็ได้ยินมาว่า หลังแต่งงานกับเผยอวิ๋นเหลียน เธอแทบไม่ได้ออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะนำทีมวิจัยได้อย่างไร หรือทั้งหมดเป็นเพียงการสร้างภาพ?
ในฐานะนักธุรกิจ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาจึงกล่าวว่า
“ก่อนคุณฟางจะกลับเมืองเป่ยอัน ผมขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงทุกคนอีกสักมื้อ”
เซี่ยอี๋เยี่ยนยกแก้วขึ้น ชนแก้วกับทุกคน
เสิ่นเจาหลียกแก้วแตะกับของเขา ดื่มไวน์หมดแก้ว ก่อนยกยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณเซี่ยนะคะ แต่เพื่อนของฉันกลุ่มนี้...ยกเว้นเมี่ยวเมี่ยวแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นพวกไม่เอาการเอางาน แถมยังไม่ชอบงานสังสรรค์กับคนที่ไม่คุ้นเคยด้วย”
แม้จะถูกปฏิเสธ เซี่ยอี๋เยี่ยนก็ไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน เพียงยิ้มตอบ
“ได้ครับ ถ้าเพื่อนของคุณเสิ่นต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ติดต่อผมได้ทุกเมื่อ”
เผยอวิ๋นเหลียนมองรอยยิ้มที่มุมปากของเสิ่นเจาหลี ก่อนหรี่ตาลงเล็กน้อย
รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยมารยาทและความห่างเหิน ไม่มีแม้แต่ประกายยินดีในดวงตา
ทั้งที่เป็นเพียงรอยยิ้มเสแสร้ง แต่เมื่ออยู่บนใบหน้าของเสิ่นเจาหลี กลับหวานละมุนราวกับสายไหมนุ่มฟู
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงรอยยิ้มเมื่อครู่ ตอนที่เธอโอบลำคอของเขาแล้วเผยรอยยิ้มสดใสออกมา
ตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันสวยงามอะไรนัก
แต่ในตอนนี้...กลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของเธอ แม้จะสวยงาม ทว่ากลับชวนให้ขัดตาอย่างประหลาด
เซี่ยอี๋เยี่ยนหยิบนามบัตรออกมา แจกให้ฟางจิ่นและเถาซิงอ๋องทีละคน
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เสิ่นเจาหลีไม่ได้พูดเล่น ทั้งสองคนเป็นพวกไม่เอาการเอางานจริง ๆ ถึงขนาดไม่มีนามบัตรเป็นของตัวเอง
ฟางจิ่นรู้สึกขายหน้านิดหน่อย เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายของเสิ่นเจาหลีกับเติ้งเมี่ยว
จึงรีบอธิบายว่า
“ฉันเป็นช่างภาพอิสระ ไม่มีนามบัตร งั้นเราแอดวีแชตกันดีกว่า”
“ได้ครับ”
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่ง เซี่ยอี๋เยี่ยนก็เพิ่งเข้าใจว่า ที่กลุ่มเพื่อนของเสิ่นเจาหลีสนิทกันได้ ก็เพราะไม่มีใครต้องแบกรับภาระสืบทอดกิจการของตระกูล
ต่อให้เรียกว่าพวกทายาทเศรษฐีที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ในแวดวงไฮโซเมืองเป่ยอัน ก็ยังถือว่าเป็นการชมเกินจริงเสียด้วยซ้ำ
เติ้งเมี่ยวกับเย่หลิ่นยังคงงอนกันอยู่
เย่หลิ่นยังคงตามตื๊อไม่เลิก
ส่วนเติ้งเมี่ยวก็เหมือนคนที่ไม่ยอมอ้าปากพูดอะไรเลย
ไม่นานอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟ
เสิ่นเจาหลีคีบอาหารเข้าปาก พลางคลายคิ้วลงเล็กน้อย
เธอพอใจกับรสชาติอาหารของร้านนี้มาก และอาหารหลายจานก็ไม่ได้ใส่ขิง ซึ่งถูกใจเธอเป็นพิเศษ
เถาซิงอ๋องขยิบตาให้เธอ
“ถูกปากแล้วใช่ไหม?”
เสิ่นเจาหลีพยักหน้าเบา ๆ
“อร่อยดี ระดับที่กลับมากินซ้ำได้”
เถาซิงอ๋องยกคางไปทางเผยอวิ๋นเหลียนพร้อมยิ้ม
“สามีของคุณรสนิยมไม่เลวเลย”
เผยอวิ๋นเหลียนพยักหน้าให้เถาซิงอ๋องอย่างสุภาพ
หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันจบ ฟางจิ่นและเถาซิงอ๋องต่างก็มีความประทับใจต่อเผยอวิ๋นเหลียนและเซี่ยอี๋เยี่ยนไม่น้อย
แต่สำหรับเย่หลิ่น...ทั้งสองกลับยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
เย่หลิ่นอดกลั้นมาตลอดจนกินข้าวเสร็จ ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินออกจากร้าน เติ้งเมี่ยวเก็บของช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย
เย่หลิ่นยืนรออยู่หน้าประตู เพราะยังไม่หายโกรธจากการทะเลาะกัน จึงหาเรื่องพูดขึ้นว่า
“ทำไมช้าขนาดนี้ รอคุณอยู่คนเดียวเลยนะ!”
ฟางจิ่นที่เดินออกไปถึงระเบียงทางเดินแล้ว หันกลับมา เดินย้อนผ่านเซี่ยอี๋เยี่ยนกับเผยอวิ๋นเหลียนที่อยู่ด้านหลัง
“ฉันลืมของไว้ แบบนี้ก็ไม่ได้รอแค่คนเดียวแล้วสิ”
เถาซิงอ๋องก็รีบวิ่งกลับเข้ามาเช่นกัน
“รอฉันด้วย จู่ ๆ ก็ปวดเข้าห้องน้ำ”
เสิ่นเจาหลีมองเผยอวิ๋นเหลียน แล้วหันไปมองเซี่ยอี๋เยี่ยน ก่อนจะหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ...”
ไม่กี่วันก่อน เย่หลิ่นเพิ่งถูกเสิ่นเจาหลีตบหน้าไปหนึ่งฉาด ยังไม่ได้คิดบัญชีให้เรียบร้อย วันนี้ก็อาศัยเห็นแก่หน้าของเผยอวิ๋นเหลียน จึงอดกลั้นมาตลอด
แต่เสียงหัวเราะที่ไม่คิดจะปิดบังของเสิ่นเจาหลีในตอนนี้ ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึง
“เสิ่นเจาหลี! คุณกับเพื่อนของคุณนี่เสียมารยาทกันจริง ๆ!”
เสิ่นเจาหลียังหัวเราะไม่หยุด ใช้มือข้างหนึ่งพิงกำแพง พลางโบกมือให้เขา
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย จะโทษฉันอีกเหรอ?”
เย่หลิ่นโมโหจนชี้นิ้วไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดที่เติ้งเมี่ยว
“เติ้งเมี่ยว ตอนเพื่อนพวกนี้ยังไม่มา คุณเรียบร้อยกว่านี้เยอะ ผมว่าต่อไปคุณเลิกคบเพื่อนพวกนี้เถอะ แล้วทำตัวให้สมกับฐานะของตัวเอง”
“ใครเป็นเพื่อนเหลวไหลกัน?”
“อะไรคือทำตัวให้สมฐานะ? ราชวงศ์ชิงล่มสลายไปนานแล้ว!”
“เธอเป็นตัวของตัวเองก่อน แล้วค่อยเป็นภรรยาของคุณ!”
“แล้วคุณทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้วหรือยัง? ยังมีหน้ามาพูดคนอื่นอีก? เรื่องรักแรกในดวงใจของคุณน่ะ คนทั้งเมืองหนานเจียงรู้กันหมดแล้ว ยังกล้าพูดอีกเหรอ!”
เถาซิงอ๋องกับฟางจิ่นผลัดกันเปิดฉากโจมตี พูดเสียจนใบหน้าของเย่หลิ่นดำทะมึน
“เติ้งเมี่ยว...คุณเป็นคนเอาเรื่องผมไปพูดแบบนี้เหรอ?”
เย่หลิ่นไม่เคยคิดเลยว่า คนจากเมืองเป่ยอันกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่เถียงเก่งเท่านั้น แต่ยังชอบลงไม้ลงมืออีกด้วย
ทั้งเมืองเป่ยอัน มีคนอ่อนโยนอยู่เพียงคนเดียว แต่ดันเป็นคนที่เขาแต่งงานด้วยเสียอีก ซึ่งเป็นการประชดว่า เติ้งเมี่ยวคือคนอ่อนโยนเพียงคนเดียวในกลุ่ม.....
หลังจากแยกย้ายกันกลับไปแล้ว
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เสิ่นเจาหลีรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง
เดิมทีคืนนี้เธอวางแผนจะฆ่าตัวตาย
หลังจากความพยายามฆ่าตัวตายครั้งใหญ่ล้มเหลวมาถึงสองครั้ง ต้องทนทุกข์ทรมานแต่ก็ไม่ตาย เธอจึงระมัดระวังมากขึ้น
วิธีที่มีแต่ต้องเจ็บตัวแต่ไม่ตาย เธอจะไม่เลือกอีก
ส่วนวิธีที่ตายอย่างทรมานและดูน่าเวทนา เธอก็ไม่เอาเช่นกัน
หลังอาบน้ำเสร็จ เดินออกมาจากห้องน้ำ เผยอวิ๋นเหลียนก็คงไปอาบน้ำจากห้องว่างห้องอื่นมาแล้ว เขากำลังยืนอยู่ตรงประตู มองสำรวจสภาพภายในห้อง
ภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำของเขาไม่มีเสื้อผ้าชิ้นอื่น เผยให้เห็นแผงอกกว้างเป็นบริเวณใหญ่
เสิ่นเจาหลีเดินเท้าเปล่าออกมาในชุดนอน
เผยอวิ๋นเหลียนมองเธอเพียงแวบหนึ่ง
ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่เท้าของเธอ
เท้าเล็กขาวเนียนงดงามเหยียบลงบนพรมสีขาว ภาพตรงหน้าดูเย้ายวนอย่างประหลาด ทั้งเบาสบายและชวนให้ละสายตาไม่ได้
เสิ่นเจาหลีไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า
เธอเหมือนเห็นเผยอวิ๋นเหลียนถอนหายใจ
ทั้งที่เขาไม่ได้ถอนหายใจออกมาจริง ๆ
เหมือนเป็นเพียงเสียงถอนหายใจที่เกิดขึ้นในใจ โดยที่สีหน้าภายนอกยังคงเรียบเฉย
อาจเพราะต่างก็เป็นคนที่มีปัญหาทางจิตใจเหมือนกัน
เสิ่นเจาหลีจึงมักจับอารมณ์ที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ของเผยอวิ๋นเหลียนได้อย่างแม่นยำ
เผยอวิ๋นเหลียนเริ่มเก็บห้องอย่างเงียบ ๆ
เขาค่อย ๆ แกะแผ่นปิดหน้าอกที่ติดอยู่บนกระจกออกทีละแผ่น
เสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้และยังไม่ได้ซัก ก็เก็บโยนลงตะกร้าผ้าทีละชิ้น
เสิ่นเจาหลีไม่ได้สนใจเขา
เธอนั่งลงบนเก้าอี้บีนแบ็ก เปิดโคมไฟตั้งโต๊ะข้างตัว ก่อนหยิบหนังสือด้านฟิสิกส์ขึ้นมาอ่าน
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน
เมื่อเผยอวิ๋นเหลียนเก็บห้องเสร็จ เสิ่นเจาหลีก็ยังคงอ่านหนังสืออยู่
ภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงมุมที่เธอนั่งเท่านั้นที่สว่างไสว
เสียงพลิกหน้ากระดาษดังแผ่วเบา หน้าหนังสือสั่นไหวอยู่ระหว่างปลายนิ้วของเธอ
เธอจมอยู่ในโลกของตัวเอง ราวกับมีม่านที่มองไม่เห็นกั้นเธอออกจากโลกภายนอก
เธอตั้งใจอ่านอย่างยิ่ง
บางครั้งก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
บางครั้งริมฝีปากก็ขยับแผ่วเบา ราวกับกำลังท่องหรือครุ่นคิดตามเนื้อหาในหนังสือ
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🌹 Love Love Story 🌹
◀️ บทก่อนหน้า
▶️ บทถัดไป
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🩶 Love Love 🩶
🥀 ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก "ผลประโยชน์"
🖤 แต่สุดท้าย... หัวใจกลับเลือกเส้นทางของตัวเอง
🌙 เมื่อคนสองคนต่างซ่อนบาดแผลและด้านมืดไว้ใต้รอยยิ้ม
ความใกล้ชิดค่อย ๆ เปลี่ยนความเฉยชาให้กลายเป็นความผูกพัน
จนไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย
✨ จากการแต่งงานที่เป็นเพียงข้อตกลง
ค่อย ๆ กลายเป็นสายใยแห่งความรักที่ไม่มีใครอยากปล่อยมือ
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดถูกใจ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ผลงานแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือเผยแพร่ต่อทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้แปล
🌹 ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวแห่งความรัก ความอบอุ่น และความลับที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของตัวละครทุกคน 🖤
โฆษณา