1 ส.ค. เวลา 10:07 • หนังสือ

บทที่ 18 บังเอิญจัง... ฉันกำลังรอเธออยู่พอดี

เมื่ออวี๋เหอได้ยินดังนั้น ก็เหลือบมองเฉินซื่อยวนที่ยืนอยู่ข้างกาย เขาเองก็สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ถึงอย่างนั้น ของที่ทั้งสองคนสวมรวมกันก็ยังมีมูลค่าไม่เท่าของบนตัวเสิ่นเจาหลี่
อวี๋เหอรีบสวนกลับทันที
“เสียหน้าหรือ? ใครกันแน่ที่เสียหน้า แต่ละคนก็ใช้เงินพ่อแม่ทั้งนั้น ไม่เหมือนบางคน ใช้เงินผู้ชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาจากไหน!”
เฉินซื่อยวนขยับเท้าเล็กน้อย อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่คิดเข้าไปมีส่วนร่วมกับการทะเลาะของผู้หญิง
ในความทรงจำของเขา เสิ่นเจาหลี่ไม่เคยหาเรื่องใคร
สมัยเรียน สิ่งที่เธอรักมีอยู่แค่สองอย่าง อย่างแรกคือหมกตัวอยู่ในห้องวิจัย อีกอย่างคืออยู่กับเฉินซื่อยวน
ครั้งหนึ่ง เฉินซื่อยวนกับเสิ่นเจาหลี่ยังเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น "คู่รักนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเป่ยอัน"
แต่ภายหลัง เฉินซื่อยวนกลับเป็นฝ่ายทิ้งเสิ่นเจาหลี่ แล้วไปหลงใหลอยู่ใต้ชายกระโปรงของคุณหนูไฮโซอย่างอวี๋เหอ
เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ความขมขื่นก็ผุดขึ้นในใจของเสิ่นเจาหลี่
ไม่ใช่เพราะเธอยังรักเฉินซื่อยวน แต่เพราะได้เห็นด้านละโมบในจิตใจของมนุษย์ และอดสงสารตัวเองในวัยเยาว์ที่ตาบอดมองคนผิดไม่ได้
“ผู้ชายน่ะเหรอ? ถ้าเธอชอบ ฉันแนะนำให้ได้นะ แต่ก่อนหน้านั้น... เปลี่ยนตัวเองให้ดูดีเสียก่อน ค่อยออกมาอวดคนอื่น”
เฉินซื่อยวนขมวดคิ้ว ราวกับเพิ่งได้รู้จักเสิ่นเจาหลี่เป็นครั้งแรก
“เสิ่นเจาหลี่ ทำไมตอนนี้เธอกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว?”
“แบบไหนเหรอ?”
เสิ่นเจาหลี่ทำเหมือนไม่เข้าใจความหมายแฝงของคำพูดเขา จงใจถามให้ถึงที่สุด
เธอเอียงหูเล็กน้อย ตั้งใจฟังเหมือนลูกแมวตัวหนึ่ง
“บูชาเงิน!”
เสิ่นเจาหลี่หัวเราะพรืด
“บูชาเงิน? ได้ยินคำนี้ออกมาจากปากนาย... มันตลกดีนะ”
อวี๋เหอรีบคล้องแขนเฉินซื่อยวน
“ซื่อยวน อย่าไปสนใจเธอเลย ก็แค่คนที่เพิ่งรวยชั่วข้ามคืน อย่าให้คนแบบนี้มาทำเสียอารมณ์ของพวกเรา”
คิ้วของเฉินซื่อยวนคลายลงเล็กน้อย สายตายังคงจับอยู่บนใบหน้าของเสิ่นเจาหลี่ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความผิดหวังราวกับเหล็กดีที่ตีไม่ขึ้น
“อืม ไปกันเถอะ เธอบอกว่าจะพาฉันไปรู้จักคุณชายเผยใช่ไหม ฉันอยากเข้าทีมวิจัยเฉาหยาง...”
เฉินซื่อยวนจับมืออวี๋เหอเดินผ่านไป
ขณะเดินสวนกับเสิ่นเจาหลี่ เขาอดหันกลับมามองเธออีกครั้งไม่ได้
ความจริงแล้ว เขาไม่อยากเห็นเสิ่นเจาหลี่ในสภาพตอนนี้เลย
ยิ่งไม่อยากได้ยินอวี๋เหอใช้เสียงแหลมคมขุดคุ้ยอดีตอันไม่น่าดูของเธอขึ้นมาประจาน
ในใจเขารู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
อวี๋เหอเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ราวกับไก่ตัวผู้ที่เพิ่งชนะศึก
“ขอทางหน่อย... คุณ เสิ่น!”
เธอจงใจเน้นคำว่า "คุณ" หนักเป็นพิเศษ พร้อมชายตามองเสิ่นเจาหลี่อย่างได้ใจ
แน่นอนว่าเสิ่นเจาหลี่ย่อมเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดนั้น
แต่เธอกลับยกยิ้มงดงามราวดอกไม้บาน
“เฉินซื่อยวน ยังเป็นคำเดิมที่ฉันพูดกับนายเมื่อไม่กี่วันก่อน”
“หวังว่านายจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง”
อวี๋เหอหันกลับมาทันที จ้องเสิ่นเจาหลี่อย่างโมโห
“หมายความว่ายังไง?”
จากนั้นก็หันไปมองเฉินซื่อยวนด้วยสายตาจับผิด
“พวกเธอเคยเจอกันแล้วเหรอ?”
เสิ่นเจาหลี่หยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋า คาบไว้ที่ริมฝีปาก
นิ้วเรียวขาวกดไฟแช็กเบา ๆ เปลวไฟลุกขึ้น จุดปลายบุหรี่ให้ติด
เวลาสูบบุหรี่ เธอไม่ได้ดูหยาบคายเลยแม้แต่น้อย
กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ลึกลับชวนค้นหา
“ขอเพิ่มอีกประโยคก็แล้วกัน”
“ขอให้เธอ... ประสบความสำเร็จ”
...ในการได้เข้าร่วมทีมวิจัยเฉาหยางของฉัน
อวี๋เหอชี้หน้าเสิ่นเจาหลี่ มือสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าคำพูดไร้ที่มาที่ไปของอีกฝ่ายทำให้เธอไม่รู้จะย้อนกลับอย่างไร
ส่วนเฉินซื่อยวนยิ่งขมวดคิ้วแน่น จนเป็นรอยลึกระหว่างคิ้ว
“เสิ่นเจาหลี่ อย่าลืมสิว่าเมื่อก่อนใครเป็นคนสนับสนุนให้เธอไปเรียนต่อต่างประเทศ พอเจออวี๋เหอ ไม่ขอบคุณก็ยังพอว่า แต่นี่เธอยังทำตัวตกต่ำแบบนี้ แถมยังสูบบุหรี่อีก!”
เฉินซื่อยวนจับมืออวี๋เหอไว้แน่น
“ฉันรู้ว่าเธอยังชอบฉัน ตลอดหลายปีมานี้ก็ยังลืมฉันไม่ได้ แต่ฉันไม่อยากเห็นเธอปล่อยตัวเองแบบนี้ เลยจะให้คำแนะนำสักคำ...”
“ตัดใจจากฉันเถอะ ฉันกับอวี๋เหอกำลังจะแต่งงานกันแล้ว”
เสิ่นเจาหลี่พ่นควันบุหรี่ออกมาเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อ้อ... นายมั่นหน้าดีนะ”
คำโกหกของอวี๋เหอยังไม่ถูกเปิดโปง
แต่ฝ่ามือของเธอกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ดูเหมือนเสิ่นเจาหลี่ยังไม่รู้ว่าใครคือคนที่สนับสนุนค่าเล่าเรียนให้เธอ
ถ้าอย่างนั้น การที่เธอแอบอ้างตัวเป็นผู้มีพระคุณ ก็ยิ่งทำได้อย่างสบายใจ
อวี๋เหอยิ้มพลางเอ่ย
“ถึงวันแต่งงานจะส่งการ์ดเชิญให้นะ... รุ่นพี่”
จากคำว่า "คุณ" กลายมาเป็น "รุ่นพี่"
ช่างน่าสนใจจริง ๆ
เสิ่นเจาหลี่ยกมือขึ้น โบกนิ้วเบา ๆ สองสามครั้ง
“ขออวยพรให้พวกเธอสองคน... ล็อกกันไว้ให้แน่น อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต”
เมื่อทั้งคู่เดินจากไปแล้ว เสิ่นเจาหลี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาฟางจิ่น
“พวกเธอกลับกันก่อนได้เลยนะ... ฉันขออยู่ต่ออีกสักพัก แล้วค่อยกลับ...”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากดื่มอีกสักแก้ว...”
เสิ่นเจาหลี่สูบบุหรี่อีกสองอึก ก่อนกดดับบุหรี่ที่เหลือครึ่งมวนลงในที่เขี่ยบุหรี่ตรงทางเดิน
เธอหมุนตัวเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์บาร์ หยิบเหล้าต่างประเทศมาหนึ่งขวด
“ลงบัญชีของเผยอวิ๋นเหลี่ยน”
จากนั้นก็หยิบแก้วมาอีกใบ คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจว่าไม่ดื่มตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวเผลอ ๆ อาจต้องเจอเฉินซื่อยวนกับอวี้เหออีก
รังแต่จะทำให้เสียอารมณ์เปล่า ๆ
ระหว่างเดินผ่านทางเดินเดิมเมื่อครู่ เสิ่นเจาหลี่ก็ชะงักฝีเท้า
ตรงจุดที่เมื่อครู่เธอยืนอยู่ ตอนนี้เผยอวิ๋นเหลี่ยนยืนแทนที่นั้น
เขาสวมเสื้อเชิ้ต ไม่ได้ผูกเนกไท มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง งอขาข้างหนึ่งพิงกำแพงอย่างสบาย ๆ
ในมือเขาถือฝักบัวอยู่สองฝัก กำลังแกะเมล็ดบัวออกทีละเม็ด ใช้ปากกัดเปลือก ก่อนโยนเนื้อสีขาวนวลเข้าปาก
ทุกคนที่เดินผ่าน ต่างพากันเบียดไปชิดกำแพงอีกฝั่ง ราวกับไม่กล้าเดินเฉียดเขา
เสิ่นเจาหลี่เพิ่งรินเหล้าใส่แก้วเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าดื่มรวดเดียว
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่เมล็ดบัวในมือเขา
เธอเป็นคนภาคเหนือ แทบไม่เคยกินเมล็ดบัวสดแบบนี้โดยตรง
เผยอวิ๋นเหลี่ยนสังเกตเห็นว่าเธอกำลังมอง จึงหันหน้ามา ดวงตาสีดำลึกราวกับบ่อน้ำเย็นเยียบ ไร้ก้นบึ้ง จนเธอไม่อาจอ่านอารมณ์ในนั้นได้
สีเขียวของฝักบัวในมือ กลายเป็นสีสันเพียงหนึ่งเดียวบนตัวเขา
สีเขียว...
เมื่อกี้เขาเห็นแล้วงั้นเหรอ?
กำลังประชดว่าเธอถูกสวมเขา?
เขาจะไปรู้อะไร... เขาไม่รู้อะไรเลยสักนิด!
เสิ่นเจาหลี่เดินเข้าไป พลางมองสำรวจเขา
“บังเอิญจัง”
“ไม่บังเอิญ”
เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนยื่นมือออกมา บนนิ้วมีเมล็ดบัวที่เพิ่งแกะเสร็จเม็ดหนึ่ง
เขายัดมันเข้าปากเธอตรง ๆ
“ฉันกำลังรอเธออยู่”
เสิ่นเจาหลี่กัดเมล็ดบัว เมล็ดบัวหวานสดชื่น แต่ไส้ข้างในกลับขมนิด ๆ
“ขมไหม?” เผยอวิ๋นเหลี่ยนถาม
เสิ่นเจาหลี่ส่ายหน้า
“ไม่รู้สึกว่าขมเท่าไร”
“หรือว่า... เพราะเคยชิมความขมของความรักมาพอแล้ว เลยรู้สึกว่าไส้เมล็ดบัวก็ไม่ได้ขมอะไร?”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ฟังไม่ออกว่าโกรธหรือไม่โกรธ และก็ฟังไม่ออกว่าเป็นการประชดเธอหรือเปล่า
แต่เขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องแฟนเก่า ทำเหมือนไม่รู้ ไม่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่เลย
เสิ่นเจาหลี่แอบสงสัยอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ถาม
เธอรินเหล้าลงแก้ว พลางพูดว่า
“เหล้าขมกว่าเมล็ดบัวอีก”
ตลอดทางบนรถ เธอยังคงถือขวดเหล้ากับแก้วใบนั้นไว้ไม่ปล่อย
เผยอวิ๋นเหลี่ยนเหลือบมองเธอ
“ที่บ้านมีเหล้าอีกเยอะ ดีกว่าขวดนี้หลายเท่า”
เสิ่นเจาหลี่ยิ้มมองเขา
“แต่ขวดนี้ก็ลงบัญชีคุณเหมือนกัน ถ้าทิ้งไปก็น่าเสียดาย”
เหมือนเผยอวิ๋นเหลี่ยนจะนึกไม่ถึง เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างเข้าใจ
“งั้นก็ถือไว้ดี ๆ อย่าให้หก”
เสิ่นเจาหลี่พยักหน้าตามคำ
เธอดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด ล็อกตัวเองเข้ากับเบาะเรียบร้อย
เมื่อกลับถึงบ้าน
เธอนั่งอยู่ในห้องรับแขก รินเหล้าใส่แก้วอีกใบ ก่อนเปิดโทรศัพท์ดู
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเติ้งเมี่ยวและคนอื่น ๆ กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เธอจึงเงยหน้าดื่มเหล้าต่ออีกสองสามอึก
ความจริงเสิ่นเจาหลี่ไม่ใช่คนคออ่อน แต่ก็ไม่ถึงกับคอแข็ง
เธอจะเมาหรือไม่เมา ขึ้นอยู่กับอารมณ์
และวันนี้... สภาพจิตใจของเธอไม่ดี
ดื่มไปได้ไม่นานก็เริ่มเมา
เธอยืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจก มองออกไปบนท้องฟ้า
คืนนี้ไร้ดาว ไร้จันทร์ ไม่มีแสงใดส่องนำ
เธอคิดว่า... คืนนี้คงนอนไม่หลับ
ท้องฟ้ามืดมิดสนิท
แต่ในดวงตาของเธอ กลับเหมือนมีประกายดาวระยิบระยับ
หยดน้ำตาหนึ่งสาย ค่อย ๆ ไหลลงมาตามแก้ม
เธอสบถออกมาประโยคหนึ่ง
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย... กับยัยผู้หญิงสารเลว!”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนที่เดินออกมาจากมุมมืด ได้ยินเสียงด่าของเธอพอดี จึงหยุดฝีเท้า
เสิ่นเจาหลี่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา จึงหันกลับไปโดยสัญชาตญาณ
เผยอวิ๋นเหลี่ยนขมวดคิ้ว
...เธอร้องไห้
เพราะแฟนเก่าคนนั้น... ถึงกับร้องไห้เลยหรือ?
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🌹 Love Love Story 🌹
◀️ บทก่อนหน้า
▶️ บทถัดไป
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🩶 Love Love 🩶
🥀 ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก "ผลประโยชน์"
🖤 แต่สุดท้าย... หัวใจกลับเลือกเส้นทางของตัวเอง
🌙 เมื่อคนสองคนต่างซ่อนบาดแผลและด้านมืดไว้ใต้รอยยิ้ม
ความใกล้ชิดค่อย ๆ เปลี่ยนความเฉยชาให้กลายเป็นความผูกพัน
จนไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย
✨ จากการแต่งงานที่เป็นเพียงข้อตกลง
ค่อย ๆ กลายเป็นสายใยแห่งความรักที่ไม่มีใครอยากปล่อยมือ
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดถูกใจ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ผลงานแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือเผยแพร่ต่อทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้แปล
🌹 ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวแห่งความรัก ความอบอุ่น และความลับที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของตัวละครทุกคน 🖤
โฆษณา