2 ส.ค. เวลา 11:09 • ท่องเที่ยว

Egypt (37) . . จาก Luxor สู่ Aswan

จากลักซอร์…ข้ามทะเลทรายซาฮารา สู่แสงสุดท้ายเหนือแม่น้ำไนล์
From Luxor to the Last Light over the Nile
การเดินทางจากเมืองลักซอร์ (Luxor) สู่อัสวาน (Aswan) ไม่ใช่เพียงการเดินทางระยะทางกว่า 220 กิโลเมตร แต่เป็นบทเพลงยาวของการเคลื่อนผ่านระหว่างผืนทราย สายลม เวลา และประวัติศาสตร์
รถโค้ชค่อย ๆ แล่นออกจากเมืองแห่งวิหารโบราณ ทอดตัวเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาราอันกว้างใหญ่
เบื้องหน้าคือคลื่นทรายสีทองทอดยาวสุดสายตา ราวกับมหาสมุทรที่ไม่มีคลื่น
ท้องฟ้าสีครามสดตัดกับพื้นทรายสีทอง เกิดเป็นทิวทัศน์ที่เรียบง่าย แต่ยิ่งใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์
เส้นขอบฟ้าแทบไม่มีจุดสิ้นสุด ถนนเส้นตรงพาดผ่านผืนทรายราวกับเส้นด้ายเส้นบางที่ถูกวางไว้กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง
เสียงล้อรถบดไปบนพื้นถนน กลายเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่ค่อย ๆ สงบลง
ทะเลทรายอาจดูว่างเปล่า
แต่เมื่อได้มายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบเช่นนี้ จึงเข้าใจว่า ความว่างเปล่าก็มีความงดงามในแบบของมัน
ฉันอดไม่ได้ที่จะลงไปยืนกลางทะเลทราย กางแขนรับสายลมอันแห้งแล้ง สูดหายใจลึก ๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
ในช่วงเวลานั้น ไม่มีเสียงใด นอกจากเสียงลม
และนั่นก็เพียงพอแล้ว
ระหว่างทาง เราแวะพักที่กระโจมเล็ก ๆ ของชาวเบดูอินกลางทะเลทราย
อาคารสีฟ้าอ่อนตัดกับผืนทรายสีทอง ดูโดดเด่นราวกับโอเอซิสที่หลุดออกมาจากภาพฝัน
ภายในตกแต่งด้วยผ้าทอลวดลายพื้นเมืองสีแดงสด พรมทอมือ และหมอนอิงหลากสี สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายของชนเผ่าเบดูอิน ผู้ใช้ชีวิตร่วมกับทะเลทรายมาหลายพันปี
เรานั่งจิบชาใบมิ้นต์ร้อน ๆ และกาแฟอาหรับที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ
กลิ่นชาและกาแฟลอยคลุ้งอยู่ในอากาศแห้งของทะเลทราย
เป็นรสชาติธรรมดา…
แต่กลับเป็นความทรงจำที่ยากจะลืม
ข้างกระโจมมีร้านขายของทำมือเล็ก ๆ
เครื่องประดับเงิน ผ้าปักลายละเอียด งานไม้แกะสลัก หน้ากากพื้นเมือง และหมอนผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยสีจากพืชธรรมชาติ
ทุกชิ้นล้วนสะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
แม้แต่กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เรายังเห็นอูฐตัวหนึ่งกำลังหาอาหารอยู่ใต้เพิงไม้เล็ก ๆ
ภาพเรียบง่ายนั้นกลับทำให้รู้ว่า…
ชีวิตสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้เสมอ
เมื่อเดินทางต่อไป แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนลง
สีทองค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงอมชมพู
ทะเลทรายทั้งผืนเปลี่ยนเป็นสีทองแดง
เงาของกระโจม เสาไฟฟ้า และอูฐทอดยาวบนผืนทราย
งดงามและนิ่งสงบราวกับเวลาหยุดเคลื่อนไหว
ทุกอย่างเงียบงัน…
ในความงามที่ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย
จากทะเลทราย…สู่สายน้ำแห่งชีวิต
เมื่อรถเข้าใกล้อัสวาน ภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ผืนทรายอันเวิ้งว้างเริ่มถูกแทนที่ด้วยสีเขียวของต้นไม้ และสายน้ำสีครามของแม่น้ำไนล์
แม่น้ำสายเดียวที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมอียิปต์มายาวนานกว่าห้าพันปี
จากหน้าต่างรถ ฉันมองเห็นสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเหนือสายน้ำ
นั่นคือ เขื่อนอัสวาน (Aswan High Dam)
หนึ่งในผลงานวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20
เขื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1960–1970 เพื่อควบคุมน้ำหลากจากแม่น้ำไนล์ กักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี ผลิตกระแสไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของอียิปต์ยุคใหม่
เบื้องหลังเขื่อนคือ ทะเลสาบนัสเซอร์ (Lake Nasser) ทะเลสาบเทียมขนาดมหึมา ยาวกว่า 500 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นใหญ่ที่สุดในโลก
เขื่อนแห่งนี้เปลี่ยนอียิปต์ไปตลอดกาล
ชาวอียิปต์ไม่ต้องหวาดกลัวน้ำท่วมหรือภัยแล้งเช่นในอดีต พื้นที่เกษตรกรรมขยายตัว และไฟฟ้าจากเขื่อนกลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ
แต่ความก้าวหน้าครั้งนั้น ก็มีราคาที่ต้องจ่าย
ระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้หมู่บ้านของชาวนูเบียนหลายร้อยแห่งต้องจมหาย ผู้คนกว่าหนึ่งแสนชีวิตต้องอพยพจากบ้านเกิด และโบราณสถานล้ำค่าจำนวนมากกำลังจะสูญหายใต้ผืนน้ำ
ที่สำคัญที่สุดคือ มหาวิหารอาบูซิมเบล (Abu Simbel) ผลงานชิ้นเอกของฟาโรห์รามเสสที่ 2 รวมทั้ง วิหารฟิเล (Philae Temple) วิหารคาลับชา (Kalabsha Temple) วิหารอมาดา (Amada Temple) และโบราณสถานสำคัญอีกหลายแห่งในดินแดนนูเบีย
ยูเนสโกจึงเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์ระดับโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
วิหารอาบูซิมเบลถูกตัดออกเป็นก้อนหินกว่า 1,000 ชิ้น แต่ละชิ้นหนักหลายสิบตัน แล้วเคลื่อนย้ายขึ้นไปยังพื้นที่สูงกว่าเดิมประมาณ 65 เมตร ก่อนประกอบกลับอย่างแม่นยำราวกับจิ๊กซอว์ขนาดยักษ์
ส่วนวิหารฟิเลก็ถูกรื้อและย้ายไปประกอบใหม่บนเกาะอากิลเกีย (Agilkia Island)
โครงการนี้อาศัยความร่วมมือจากกว่า 50 ประเทศ และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภารกิจอนุรักษ์มรดกโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
เมื่อรถแล่นผ่านเขื่อนอัสวาน ฉันมองเห็นสายน้ำไนล์ไหลทอดยาวท่ามกลางแสงสุดท้ายของวัน
แสงไฟสลัวจากบ้านเรือนริมฝั่งสะท้อนกับผืนน้ำ กลายเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ตกลงมาอยู่บนพื้นดิน
ค่ำวันนั้น เราเดินทางถึงเมืองอัสวาน และเข้าพักในโรงแรมอันเงียบสงบริมทะเลสาบนัสเซอร์
สายลมเย็นจากผืนน้ำพัดแผ่วเบา เคล้ากับลมจากทะเลทรายที่พัดผ่านมาตลอดทั้งวัน
ก่อนหลับตา ฉันนึกถึงภาพผืนทรายอันไม่มีที่สิ้นสุด และสายน้ำไนล์ที่ยังคงไหลไม่หยุดมาตลอดหลายพันปี
อียิปต์สอนให้เราเห็นว่า…
ความเจริญอาจเกิดขึ้นจากการสร้างสิ่งใหม่ แต่คุณค่าที่แท้จริงของอารยธรรม คือการรู้จักรักษาสิ่งเก่าให้คงอยู่เคียงคู่กับอนาคต
โฆษณา