4 ส.ค. เวลา 07:50

เดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ โปรเจ็กต์คืนชีวิต "โรงภาษีร้อยชักสาม" สู่โรงแรมหรูแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ประกาศเปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับโรงแรมหรูที่กำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “เดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ” ซึ่งได้ทำการอนุรักษ์กลุ่มอาคารโบราณสถาน “โรงภาษีร้อยชักสาม” หรือ “ศุลกสถาน” ซึ่งเปิดทำการในปี พ.ศ. 2431 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
เปลี่ยนผ่านบทบาทความเป็น “ประตูสู่สยาม” จากกรมศุลกากรแห่งแรกของไทย สู่โรงแรมบูติกลักชัวรีที่หลอมรวมมรดกทางประวัติศาสตร์ให้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อน ภายใต้การบริหารของ แลงแฮม ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (Langham Hospitality Group)
เดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ มีทั้งส่วนที่เป็นอาคารอนุรักษ์และห้องพักในอาคารใหม่ร่วมสมัยที่ก่อสร้างขึ้นเคียงข้างศุลกสถานเดิม โดยห้องพักทั้งหมดมี 75 ห้อง ออกแบบโดย สมิตร โอบายะวาทย์ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าสถาปนิกแห่ง OBA (Office of Bangkok Architects) นำแรงบันดาลใจจากคลื่นน้ำเจ้าพระยามาออกแบบ
สำหรับเรื่องราวของกลุ่มอาคารศุลกสถานเริ่มต้นจากวันที่สยามได้ตัดสินใจลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริงกับสหราชอาณาจักรเมื่อ พ.ศ. 2398 นั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สยามต้องเปิดประตูการค้าเชื่อมโลกในดินแดนฝั่งตะวันตก จนทำให้ต้องมีการต่อสร้างอาคารศุลกสถานหรือก็คือกรมศุลกากรขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชกาลต่อมา ตัวอาคารศุลกสถานดั้งเดิมประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
ที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นอาคารหลังกลางขนาด 3 ชั้น เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีกรอบประตูหน้าต่างทรงโค้ง (Arch) ทำจากไม้สักตกแต่งลายฉลุ แซมด้วยงานปูนปั้นสวยงามมาก กลางอาคารเป็นโถงขนาดใหญ่
ด้านในสุดคือบันไดไม้สักขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ มีลูกมะหวดราวบันไดที่เผยให้เห็นความหรูหราของอาคารที่สร้างโดยนายช่างใหญ่ชาวอิตาลี โยอาคิม กราซี (Grassi) ซึ่งทางโรงแรมได้อนุรักษ์อาคารหลังนี้ให้มีความสมบูรณ์คล้ายเมื่อครั้งแรกสร้างโดยไม่ได้มีห้องพักอยู่ในส่วนของอาคารเก่าแก่หลังนี้
และก่อนที่ทางโรงแรมจะเปิดให้บริการจริงในเดือนธันวาคม 2569 (เปิดจองห้องพักแล้ว) Sarakadee Lite ขอนำภาพบางส่วนมาฝากกัน
โฆษณา