5 ส.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ยิ่งเมืองสว่าง ยุงยิ่งไม่ยอมพัก งานวิจัยชี้ มลพิษทางแสงอาจยืดฤดูแพร่โรคที่เกิดจากยุง

ก่อนหน้านี้ ปัญหาเรื่อง ‘มลพิษทางแสง’ ถูกเขียนถึงผลกระทบว่าเป็นปัญหาที่บดบังท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้มองเห็นดวงดาวน้อยลง และรบกวนการนอนหลับของมนุษย์และสัตว์บางชนิด
แต่ผลการศึกษาชิ้นใหม่ชี้ว่า แสงไฟจากหน้าบ้าน โรงรถ หรือเสาไฟริมถนน อาจสามารถเปลี่ยน ‘นาฬิกาชีวภาพ’ ของยุง และอาจทำให้ฤดูแพร่โรคจากยุงยาวนานกว่าที่ธรรมชาติกำหนดไว้
ในธรรมชาติ ยุงบ้านชนิด Culex pipiens เป็นพาหะสำคัญของไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus) ในทวีปอเมริกาเหนือ มีวิธีรับมือกับฤดูหนาวที่ชัดเจน
เมื่อช่วงเวลากลางวันสั้นลงในฤดูใบไม้ร่วง ยุงตัวเมียจะเข้าสู่ภาวะจำศีลชั่วคราว หยุดตระเวนบินหาเลือด งดวางไข่ แล้วหลบอยู่ตามโพรง ถ้ำ หรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อรอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป
ช่วงเวลานั้น ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคจะลดลงตามธรรมชาติ เพราะยุงแทบไม่กัดคนหรือสัตว์อีกแล้ว
แต่ธรรมชาติอาจกำลังถูกหลอกด้วยสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (The Ohio State University) ได้ตั้งคำถามว่า ระหว่าง
อุณหภูมิเมืองที่อุ่นขึ้น’ จากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง กับ ‘แสงประดิษฐ์ในเวลากลางคืน’ อะไรคือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของยุงมากกว่ากัน
การทดสอบเกิดขึ้นผ่านการนำลูกน้ำยุงไปเลี้ยงในพื้นที่จริงตามบ้าน โรงเรียน และโบสถ์ในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ
นักวิจัยจัดให้บางกลุ่มอยู่ใต้แสงไฟหน้าบ้านหรือไฟโรงรถเหมือนที่พบได้ทั่วไป ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในสถานที่ตามธรรมชาติ พร้อมบันทึกค่าความสว่างและอุณหภูมิตลอดการทดลอง
ก่อนพบว่าสิ่งที่เปลี่ยนพฤติกรรมของยุงได้มากที่สุด คือ แสงไฟสลัวๆ จากกิจวัตรประจำวันของมนุษย์
ยุงที่โตภายใต้แสงไฟยังคงแสดงพฤติกรรมราวกับฤดูร้อนยังไม่สิ้นสุด หลายตัวไม่เข้าสู่ภาวะจำศีล ยังคงหาเลือด กัดเหยื่อ วางไข่ และออกลูกได้แม้ในเดือนที่ตามเวลาปกติควรเป็นช่วงที่หยุดสืบพันธุ์
โดยอาศัยแค่แสงไฟความเข้มต่ำแบบหลอดไฟหน้าบ้านทั่วไป ก็สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมยุงได้แล้ว
ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่การที่ยุงมีชีวิตอยู่นานขึ้น แต่หมายถึงการยืดระยะเวลาที่มนุษย์มีโอกาสสัมผัสกับพาหะนำโรคด้วย
ไวรัสเวสต์ไนล์เป็นโรคที่แพร่จากนกสู่ยุง ก่อนจะส่งต่อมายังมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดต่างๆ
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ แต่บางรายอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเสียชีวิต
ในพื้นที่อย่างรัฐโอไฮโอ การระบาดมักรุนแรงที่สุดในช่วงปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง หากแสงไฟมีผลกระทบ โอกาสระบาดจะยิ่งรุนแรงขึ้น
และที่น่ากลัวว่า เรื่องนี้ยังมีผลกระทบแบบลูกโซ่
เนื่องจากมลพิษทางแสงยังส่งผลกับการหากินของนกบางชนิด ที่เป็นแหล่งรังโรคของไวรัสเวสต์ไนล์ ไม่หลับไม่นอนออกหากินไม่ต่างจากยุง
หมายความว่าทั้ง ‘พาหะ’ และ ‘แหล่งรังโรค’ อาจกำลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยเดียวกัน ส่งผลให้วงจรการแพร่โรคมีโอกาสดำเนินต่อเนื่องได้นานกว่าเดิม
และนอกจากปัญหาเรื่องไฟ งานวิจัยยังบอกถึงว่า นี่คืออีกหนึ่งปัญหาของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในยุคเมืองขยายตัวอย่างไร้ระเบียบ
ทุกวันนี้ คนบนโลกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อาศัยอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางแสง
แสงไฟที่เคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเจริญ กลับมีต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในระบบนิเวศ
ไล่มาตั้งแต่การรบกวนวงจรชีวิตของแมลง นก พืช ไปจนถึงการเพิ่มความเสี่ยงของโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับยุงพาหะ
อย่างไรก็ดี งานวิจัยไม่ได้สรุปว่า เราควรปิดไฟทั้งเมือง หรือสรุปว่าแสงไฟเป็นสาเหตุโดยตรงของการระบาดของโรค
แต่ผลการทดลองชี้ว่า การออกแบบระบบแสงสว่างในเมืองอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของการประหยัดพลังงานหรือความสวยงามอีกแล้ว หากต้องออกแบบใหัเชื่อมโยงกับสุขภาพของมนุษย์และระบบนิเวศด้วย
และในสถานที่ที่มลพิษทางแสงสูง ก็ควรพิจารณาออกแบบโครงสร้างแสงสว่างที่ลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระยะยาว
อ้างอิง
Artificial light at night (ALAN) is a stronger inhibitor of overwintering dormancy than urban warming in mosquitoes https://besjournals.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/1365-2664.70407
โฆษณา