Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Ahtee
•
ติดตาม
5 ส.ค. เวลา 03:54 • ท่องเที่ยว
ลำปาง-เชียงใหม่-ลำพูน
(บล็อคนี้ขอใช้คำหยาบนะ…)
มึงง กูไม่ไหว กรกฎาทำกูอกหักแบบไม่ได้ตั้งตัวเลย กูเศร้าา! คือไปไหนก็มีแต่ภาพจำเต็มไปหมด แม้กระทั่งห้องตัวเอง-.- กูอยากย้ายหอ อยากย้ายถิ่นฐาน!!!
เลยคิดว่าจะไปเที่ยวไหนดีว่ะ ไปเห็นโพสต์นึง เขาว่าอกหักต้องไปเดินป่า แต่เรามันไม่เคยเดินเลยอะดิ เคยพูดกับเพื่อนว่า ”ไม่ชอบเดินป่า จะไม่ยอมไปเดินป่าเด็ดขาด“ แต่รอบนี้คงต้องไปจริงๆละ ไปลองให้รู้ละกันว่ะ อย่างน้อยก็เหนื่อยที่กาย ไม่เหนื่อยที่ใจ555
เลยลองชวนเพื่อนไป มึง… ปาฏิหาริย์มาก อยู่ๆเพื่อนก็ไปครบกันหมดยกแก๊ง!!! เห้ยยย!!! กูอึ้งจริง กูฝันไหมว่ะ พูดมากไม่ได้ เดี้ยวมันเปลี่ยนใจ นี่บอกเพื่อนไปว่า สามารถทำให้มันเป็นงบ 1500 ได้ กับการไปเที่ยวครั้งนี้(หารู้ไม่ว่า ตอนนี้ฉันซื้อของหมดไปเกือบพันแล้ว…)
ป่าแรกที่เราเลือกเดินทางไปก็คือ ดอยขุนตาล เพราะเดินทางง่าย สะดวก ไม่ต้องอะไรเยอะ เขาว่าป่าเดินง่ายมือใหม่เดินได้ แต่ว่าที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องกุ๊กกู๋นะ เอาเถอะ ผีหลอกคงไม่เท่ากับคนหลอกหรอกว่ะ ฮึบ!
แพลนก็คือนั่งรถไฟชั้น 3 ไป เพราะงบประหยัด กดจองไปเลย ค่ารถไฟถูกกว่าชาบูมื้อนึงอีก นี่ก็จะเป็นการนั่งรถไฟทางไกลครั้งแรกเหมือนกันนะ แอบตื่นเต้น
นี่ว่าจะไปเที่ยวลำปางกันก่อน เพราะรอเพื่อนอีกทีมตามมาทีหลัง จองรถทัวร์จากบางแสนไปหมอชิต มารอบนี้รถเก่ามาก รอบไปภูเก็ตยังใหม่อยู่เลย สงสัยต้องลุ้นเอา เป็นการนั่งรถไปกรุงเทพที่นานที่สุด เพราะว่ารถขับช้ามาก….
ถึงสถานีรถไฟแล้ว
ถึงสถานีรถไฟแล้ว หิวมาก ไปซื้อข้าวมากินกัน แปรงฟันรอขึ้นรถไฟ คือคนเยอะอยู่นะ พอนั่งรถไฟ+อกหัก มันก็มีอะไรให้คิดดีนะ ทบทวนเรื่องราว นั่งมองรถไฟมันวิ่งไป ก็เพลินดี
แต่ แต่ แต่!!! อีคนนั่งตรงข้ามเรามันมีแฟนไง… ซบไหล่แฟน แฟนป้อนน้ำ หาของให้ เอ้อออ!!! เหม็นความรักว่ะ!!! (เพื่อนเราเอง555)
รถไฟออก 22:30 จนตอนนี้ประมาณ 2:00 กว่าๆ เพื่อนมันเริ่มบ่นละ5555 ว่านอนไม่หลับ มันก็จริงอะ คือลมเย็นนะ แต่ในรถไฟคือร้อน แล้วคือเสียงรถไฟว่าดังแล้ว มีเสียงคนขายของเดินไปมาอีก แนะนำให้ซื้อหูฟังตัดเสียงดีๆมาสักตัว จะสบายหูกว่านี้เยอะ แต่นี่ก็โอเครดีนะ คิดว่าก็นั่งๆไป ไม่รู้ว่าเพราะมีเรื่องในใจหรือเปล่า เลยไม่ได้อะไร555
หลับๆตื่นๆรู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ช่วงประมาณ 7:00-8:00 น. ช่วงถึงอุตรดิตถ์ ระหว่างทางสวยมากกกก แบบมากๆ เขียวขจีไปหมด มีหมอกระหว่างทางด้วย โคตรจะเริ่ด
📍สถานีรถไฟนครลำปาง
และแล้วก็ถึงนครลำปางแล้ว เย๊!! ถือว่าการนั่งครั้งนี้ไม่เหนื่อยเท่าไหร่นะ แต่มอมอะคือมอมจริง พอถึงก็เดินไปที่พัก ห่างจากสถานึรถไฟ 750 เมตรมั้ง เดินไปฟิวๆซ้อมเดินป่า สรุปกูเหนื่อยจริง ขนาดแค่ทางเรียบ5555
ที่พักให้เช็คอินบ่ายสาม แต่เขาสามารถทำห้องให้ได้ไวสุดบ่ายโมง เลยเช่ารถไปเที่ยวดีกว่า ตอนแรกว่าจะไปอุทยานแห่งชาติแจ๊ซ้อน ห่างจากที่พักประมาณ 70 กว่าโล แต่พอได้ไปลองขับรถเช่าเท่านั้นแหละ เออ! ไม่น่ารอด เที่ยวแถวนี้แหละ-.-
หาไรกินเสร็จ ก็วางแพลนว่าจะไปผาหอบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรือล่องแพ พายเรือคายัค พายเรือแจวไรงี้ ระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 30 โล ระหว่างทางคือ เงียบมาก ถนนโล่งนะ รถไม่ค่อยเยอะ พวกเมืองลำปางดูวินเทจดีนะ แบบอาคารไม้ ตึกเก่า ที่แบบเก่าจริงๆอะ นี่ชอบมากกก เขาว่าเมื่อก่อนลำปางเคยเป็นเมืองค้าไม้ที่โด่งดังที่สุดของประเทศไทย เพราะมีแม่น้ำในการขนส่งไม้สักสมัยทึ่ยังไม่มีถนน หลังๆมีรถไฟก็ขนส่งผ่านราง เป็นตัวแปลหลักที่ทำให้ลำปางเจริญขึ้นมากในยุคนั้น เอาแบบคร่าวๆพอ555
ระหว่างทางไปผาหอบ 5 กิโลสุดท้าย มันต้องเข้าไร่ข้าวโพดและป่ามัน เหมือนกูกำลังเข้าสวนใครอยู่ก็ไม่รู้ แอบแปลกๆ พอถึงที่ก็ไม่เห็นจะมีสายน้ำอะไรเลยว่ะ ในหัวคือคิดว่าเป็นลำธารไรงี้ สรุปคือต้องเดินลงไปอีก ซึ่งระยะมันประมาณ 500 เมตร เป็นทางลงเนิน พอลงไปถึงคือสวยดีนะ มู๊ดดีมาก ค่าเรือคายัคลำละ 100 บาทนะ พี่ที่นั่นบริการดีมาก
📍ผาหอบ
แล้วเรื่องที่ตลกที่สุดคือ ตั้งน๊านน! ไม่ปวดท้องนะ พอลงเรือพายไปได้ 20 เมตรเท่านั้นแหละ ปวดขึ้นมา ต้องพายกลับไปหาห้องน้ำ แล้วคิดดูสิ ในป่าในดงมันจะมีห้องน้ำดีๆที่ไหน นี่ก็เลยไปถามเจ้าของ เขาบอกว่า ”หนูเดินไปตรงนุ่นนะ มันจะมีที่ให้เข้าอยู่“ นี่ก็เดินไป เห็นเพลิงอันนึง มันมีผ้าใบคุมปิดรอบทิศ ก็เลยเปิดแง้มดู มันมีไรว่ะ เป็นพื้นที่โล่งๆเฉยๆ เขาจะให้เราเข้าแบบนี้จริงหรอ แต่ตั้งสติ เดินกลับไปถามใหม่ เขาตอบเหมือนเดิม-.-
เลยไหนลองเดินไปไกลๆอีกดิ เออว่ะมันมีอยู่ เป็นสังกะสี แต่ก็โอเครอยู่นะ มันไม่ได้แย่ พอทำไรเสร็จ จังหวะที่ต้องใส่กางเกง หัวมันก็เลยประตูสังกะสีอะเนอะ ตาก็เหลือบไปมองขวา สรุปคือมีศาลอะไรสักอย่างตั้งอยู่ นี่คือแบบ… ก็เลยพูดไปว่า ”ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยให้ผมปลดทุกข์ได้แบบปลอดภัย“555 ณ จุดๆนั้นคือ ต้องหาห้องน้ำให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยคิด ถือว่าประสบการณ์อะไรใหม่ๆดี
Toilet Survival Challenge
หลังจากนั้นเพื่อนก็พายเรือกลับมารับ มันก็สวยดีนะ เป็นหน้าผาหิน+น้ำ มู๊ดมาก ได้รูปสวยๆไปหลายรูปอยู่ ขากลับก็ต้องเดินกลับทางเดิม ซึ่งขาลงมันไม่เหนื่อยเท่าขาขึ้นไง กูเหนื่อยจะขิต… ได้แต่พูดว่า”เดินป่าพรุ่งนึ้กู cancle ได้ป่ะ555“
เดินมาถึงที่จอดรถก็แวะซื้อน้ำชงหน้าจุดทางเข้า ราคาโอเครอยู่นะ เขาเห็นเรากำลังคุยกันเรื่องหาที่เที่ยวอยู่ เพราะวันนี้วันจันทร์ พวกสถานที่ต่างๆปิดกันเยอะ เขาเลยแนะนำพวกตลาด และร้านอาหารไป โอเครได้จุดหมายแล้ว
ร้านน้ำทางเข้าผาหอบ มาอุดหนุนพี่เขาได้นะ
เหมือนเขาแนะนำร้านลาบให้ที่นึง ชื่อว่า“ร้านไส้อั่วแม่จันทร์“ พอถึงร้าน ร้าน local มาก ไปดูอาหารมีให้เลือกเยอะนะ ครบจบเลย ถ้าเป็นอาหารเหนือ นี่ก็จิ้มๆสั่งๆมา
📍ไส้อั่วแม่จันทร์ดี
แล้วที่อึ้งคือ ราคาถูกมาก คือให้เยอะด้วย ราคาอย่างละ 30 บาทเอง จิ้มสั่งเพลินเลยทีนี้555 แต่ละอย่างคืออร่อยนะ เพื่อนๆก็บอกว่าอร่อย กินแบบฉ่ำคำหอมเลย มีแรงละ อวยยศร้านนี้จริงๆนะ อยากให้ไปลอง
นั่งกินไปสักพัก ตาไปเห็นคนกำลังนั่งรถม้ารอบเมืองอยู่ คืออยากไปถ่ายรูปมาก เลยพากันขับรถไปที่สถานีรถม้า หน้ามิวเซี่ยมลำปางนะ มีรถม้าจอดเต็มเลย น้องโดนปิดตาอยู่ เพื่อนสงสัยเลยไปถาม ได้คำตอบว่าเหมือนปิดตาไม่ให้ม้าตกใจ เพราะในเมืองมันมีสิ่งเร้าเยอะ ราคาก็มีหลายแบบ ถือว่านั่งเอาฟิว เพราะว่าที่อื่นไม่มีแล้วนะแบบนึั
📍สถานีรถม้า
หลังจากนั้นก็ไปเดินตลาด ตลาดชื่อว่า“กาดสวนภิรมย์ธาร” อยู่ตรงสะพานแขวนอะไรสักอย่างนี่แหละ ของกินเยอะดิ บรรยากาศมู๊ดมาก
📍กาดสวนภิรมย์ธาร
ทำไรเสร็จก็กลับห้อง แปรงฟันพร้อมนอนเลย ง่วงมาก รีบนอนที่สบายที่สุด เพราะว่าพรุ่งนี้จะต้องไปลำบากแล้ว555
5:30 น.
เช้ามา เพื่อนปลุกแบบไม่มีให้นอนต่อ นาฬิกาดัง 2 ที ลุกขึ้นมาปิดแอร์เลย555 เพื่อนว่าจะพาไปตลาด ไปหาซื้อของไปเดินขึ้นเขากัน ตลาดแรกชื่อว่า“ตลาดเก๊าจ้าว” เป็นตลาดที่อยู่หลังที่พักเลย เป็นตลาดเช้า มีของขายเยอะ ทั้งของสดและของคาวหวาน เดินตลาดนี้เสร็จ ก็หาไปอีกตลาดนึง แถวสะพานขาว อันนี้ก็มีของกินเยอะเหมือนกัน แล้วคืออาหารถูกมาก ถูกแบบอึ้ง! นี่ได้ของกินจากที่นี่มาเยอะอยู่ ชอบลำปางที่ของถูกนี่แหละ มีร้านนึง เขาถามพวกเราว่า…
👵🏻“มาจากที่ไหนกัน
🗣️มาจากชลบุรีครับ
👵🏻”อ่อมาจากเมืองทะเลหรอ“
คนแถวนี้เขาเรียกเราว่ากลุ่มคนเมืองทะเลหรอ555
กลับมาโรงแรมขอกินอาหารเช้าก่อน เจอพี่สาวคนนึง เขาก็มาคุยกับพวกเรา ถามว่าไปเที่ยวไหนกัน บลาๆ เขาเป็นคนเชียงใหม่มารับลูกสาวที่ลำปาง ก็คุยๆกันไป เพื่อนชงไปว่า พวกผมมาเที่ยวกัน แต่คนนี้อกหักเลยยอมมาเดินป่าด้วย
พี่เขาก็ว่า อ้าวอกหักหรอ เขาก็ถามๆ ก็ให้คำปรึกษามา เขาก็เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง เรื่องของเราดูเล็กไปเลย แต่ชอบประโยคนึงที่เขาบอกว่า “วันนีัเราเสียใจให้กับความรัก แต่อย่าไปหมดศรัทธากับมันนะ อย่างน้อยมันก็สอนให้เรารักเป็น วันนี้เราเลิกกันเพราะอาจจะความไม่เข้าใจกัน สักวันถ้ามันใช่มันจะมาเอง อย่าเอาอดีตมาตัดสินไม่ให้เราเติบโตนะลูก“ คือฟังแล้วก็คือจริงนะ ถ้าเทียบเรื่องของเรากับเขา มันเทียบกันไม่ได้เลย แต่แค่ตอนนี้เรายังไม่ยอมรับความจริงแค่นั้นเอง เห้อ เหนื่อยอ่ะ555
พอๆเลิกๆ บูสๆ รีบไปเก็บของ ทำไรให้เสร็จ แต่งตัว ผลัดกันเข้าห้องน้ำกันอยู่อย่างงั้น เช็คเอาท์ออกแล้วรีบไปสถานีรถไฟ ถ่ายรูปหน้าสถานีรถไฟสักหน่อย ให้พี่แถวนั้นถ่ายรูปให้ ถ่ายอยู่หลายเทคอยู่นะ เพราะบางรอบเขาไม่ได้กดถ่าย5555
ลืมเล่า ตอนที่กำลังไปอาบนัำก่อนเช็คเอาท์โรงแรม ทำแว่นตาล่วง เลนส์หลุดเลย นอยมาก แล้วมาเป็นก่อนที่จะไปเดินป่า วันๆของกู๊วว😭 ดีนะมีแว่นสำรองมา แต่มันเป็นแว่นติ๋มอะดิ
😭
ถ่ายเสร็จรีบไปซื้อตั๋วรถไฟ ราคา 9 บาทมั้ง เมื่อวานมัวแต่รำ สรุปได้ตั๋วยืนจ๊ะ พอขึ้นรถไฟเท่านั้นแหละ คนเยอะมาก ไม่มีที่ให้ยืนเลย ต้องไปยืนตรงทางขึ้นรถไฟ ก็ได้มู๊ดไปอีกแบบ รถไฟพึ่งออกไป 5 นาทีความรู้สึกเหมือนปวดท้องอีกแล้ว อยู่อย่างมากชีวิตกู แล้วคนเยอะขนาดนี้ ได้แต่นั่งทำสมาธิไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงถึง-.-
เหมือนคนลี้ภัยอ่ะ555
ถึงแล้วขุนตาน นี่นะหรอที่เขาชอบมาเช็คอินถ่ายรูปกัน วันนี้เรามาถึงแล้วนะ ตอนนี้สมาชิกครบแล้ว ไปหาไรกินช้าวก่อน ให้เพื่อนไปอาบน้ำบลาๆ ทำไรเสร็จก็ไปถ่ายรูปเช็คอินกันดีกว่า
ไม่ใช่เจ้าถิ่น เช็คอินได้ป่าว
กว่าจะทำไรเสร็จนะ นุ๊นน ขึ้นเขาเกือบเที่ยง วิถีคนรำมาก ครั้งนี้เพื่อนว่าให้เดินจากสถานีรถไฟไปเลย จะได้มู๊ดๆลองให้รู้ นี่ก็ไม่ได้คิดอะไร พอได้แค่ประมาณ 2,3 เนินแรกแค่นั้นแหละ กูเหนื่อยยยย!!!!55555 คือเหนื่อยนะ กระเป๋าก็หนัก แล้วยังต้องเดินอีกหลายโล เอาว่ะ! อย่างน้อยก็ไม่ได้เหนื่อยคนเดียว ทุกคนเขาก็แบกของขึ้นไปทั้งนั้นแหละ
พอเดินมาถึงตรงทางถนนละ เห็นมีคนนั่งรถขึ้นไป กูเหนื่อกว่าเดิม 555 แต่ก็ยังโอเครที่เพื่อนก็รอเดินไปพร้อมกันนะ ไม่ไหวก็บอก อยากพักก็บอก
เดินมาถึงจุดทำการอุทยาน แวะถ่ายรูปหมู่กับป้ายสักหน่อย เพื่อนกะจะเอาหลังไปพิงป้าย สรุป น. หลุด!!! กลายเป็น“อุทยานแห่งชาติขุ…ตาน”ไปซะแล้ว ไหนๆก็หลุดแล้ว มันก็ถือตัวอักษรถ่ายรูปซะเลย แล้วก็ถือไปให้เจ้าหน้าที่สารภาพผิด555
นี่ไงหลักฐาน !!!
เข้าไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปเช่าเต็นท์ เช่าถุงนอน ฟังเจ้าหน้าที่บรรยายสั้นๆ ที่ชอบสุดคือที่นี่เขาจะให้ฝากสมุดอุทยานเอาไว้ แล้วรอเซ็นที่เดียวเลย วันลงเขามาค่อยมาเอา ได้ลายเซ็นครบ ไม่ต้องไปตามหา หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปจุดยอดฮิตคือ ถนนแบ่งเส้นลำปางลำพูน ถ่ายวนอยู่อย่างงั้น ได้เดินขี้นจริงๆบ่ายโมง5555 แล้วคือถุงนอนแม่งโคตรใหญ่ เกะกะมาก เดินลำบากสุด
อยากกดแกร๊ป อยากเรียกแท็กซี่
และตามสูตรวิถึคนรำ เมื่อเราขึ้นไปช้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลานกางเตนท์เต็ม!!! คือเต็มหมด ไงหล่ะมึง555 เลยต้องหาจุดกางเตนท์ข้างล่าง เพราะขึ้นไปบน ย.ไม่ได้แล้ว เขาปิดแล้ว เลยไปลานกางเตนท์ 1 มีรถจอดอยู่ ขวางทางมากพี่ ตัวแทนกลุ่มก็อาสาไปหาที่กางข้างบน สวนสาวๆก็รอข้างล่าง
และฟ้าก็เหมือนมาโปรด มีพี่มุสลิมเขากำลังเก็บเต้นท์พอดี ก็เลยเข้าไปถามว่าพี่จะลงแล้วหรอ ขอกางต่อได้ไหม เขาบอกว่าได้ กางเลยๆตรงนี้ดีนะ มีไฟพร้อม ณ ตอนนั้นคือเหมือนฟ้ามาโปรด ขอบคุณพี่คนใจดีนะ แล้วคือพวกพี่เขาเป็นวัยรุ่นผู้หญิงมากางเต็นท์นอนกัน 3 คน เก่งอ่ะ555
หลังจากได้ที่แล้ว ก็จะมีคนที่กางเตนท์เป็น เขาก็กางไป ส่วนพวกที่เหลือก็ได้แต่ยืนมอง แล้วมานั่งพูดกันว่า ถ้าเราไม่ได้มากับพวกนี้ คงไม่น่ารอดกันหรอกว่ะ555 คือเพื่อนทำให้หมด การโดนดูแลมันดีอย่างงี้นี่เอง ฟิน>~<
ทำไรเสร็จก็ไปหาที่ปูเสื่อรองกินข้าว เอาอาหารมารวมกัน แล้วถ่ายรูป แล้วคือคนลำปางเวลาห่ออะไร ชอบห่อด้วยใบตอง พอมันอยู่รวมกัน เหมือนอะไรสักอย่างมาก555
คุ้นๆป่ะ555
คนมีแฟนก็มีไปเถอะ ป้อนข้าวป้อนน้ำกันอยู่อย่าง กูจะอ้วก ได้แต่คิดว่ากูหนีอกหักมาเจออะไรว่ะ555
กินข้าวเสร็จอะไรเสร็จ มึง…ฝนปอย!!! ต้องรีบกางผ้ายางมาคลุมเตนท์ไว้ เพื่อนทำให้ แล้วบอกว่าให้พวกเราไปรอในเตนท์ เดี้ยวเปียกนะ มึงกูซึ้งมาก แบบมากที่สุด อยากมีแฟนดีๆแบบนี้
พอฝนหยุดตก ไม่น่ามีไรละ คือเราคลุมเตนท์ด้านบนไปใช่ไหม แต่ลืมอะไรหรือเปล่า แล้วด้านล่างละ? อห! เตนท์อุทยานมันไม่กันน้ำนี่หว่า ของคนอื่นเขากันน้ำกันหมด เพื่อนตั้งชื่อให้ว่าเตนท์ชำรุด!!555
กูตลกมาก แล้วคือแฉะไปหมด5555 นึกได้ว่าเอาถุงคลอบตู้เย็นมา กะว่าจะเอามาใส่กันฝน สรุปเอามารองเตนท์ เตรียมไว้เหมือนรู้ว่าจะเจออะไร555
ตกกลางคืน ก็เอาข้าวไปกินในเตนท์กัน แล้วเตนท์ที่ถูกเลือกนั่นคือเตนท์กู… เออเอา แล้วอบอุ่นมาก 6 คนในเตนท์เดียว แถมมากินข้าวอีก!!!
เส้นบางๆระหว่างอบอุ่นกับแออัด
อาบน้ำแปรงฟันเตรียมนอน ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า 20:00 ต้องเตรียมนอนแล้วนะ สรุปคือคนแถวนั้นคุยกันเสียงดังมาก นอนไม่หลับเลย คุยกันยัน 21:00 กว่าๆ นี่กูเข้าป่ามาเจอคนคุยกันหรอเนี่ย กะว่าจะมานอนเงียบๆฟังเสึยงลมเสียงนก และสิ่งที่อำมหิตที่สุดคือ นี่อ่ะนอนไม่หลับ เพื่อนมันหลับไปแล้ว สิ่งทึ่ได้เจอนอกจากเสียงกรนก็คือ เสียงตด! มึง มันตดใส่กูแบบหน้าตาเฉยมาก กูคิดว่ามันแกล้ง แต่คือมันหลับจริง… แล้วตดในเต็นท์อ่ะ…-.-
สรุปก็คือไม่ได้นอนเลย เพื่อนนัดตี 2:00 ลุกออกมาแปรงฟันพร้อมเดินเลย สิ่งสำคัญของการเดินป่าตอนกลางคืนก็คือไฟฉาย แล้วกูโกรธมาก สั่งไฟฉายจากช็อปปี้มา ใช้ยังไม่ถึง 10 นาทีเลย แบตหมดแล้ว ชีวิตกู๊วว!!!
เดินไปเรื่อยๆตามทางไปก็ถึงจุดลงทะเบียนขึ้นเขา มีสมุดให้จดชื่อเองนะ ไม่มีเจ้าหน้าที่เลย แอบอันตรายนะเอาดีๆ ทำไรเสร็จก็เดินกันต่อ มีจุดนึงเป็นทางบันไดขึ้นสูง ณ ตอนนั่นคือ อห! นี่ต้องเดินขึ้นหรอ ทั้งๆที่มันยังไม่เริ่มเลยเข้าใจฟิวป่ะ555
กูเหม่อ…
ก็เดินตามทางมาเรื่อยๆ หาเรื่องคุยไป ยังดีที่อากาศมันเย็น ทำให้ไม่เหนื่อยมาก เดินเพลินๆ ตอนแรกก็คิดว่ามีแค่กลุ่มเราเดิน เพราะนี่เดินนำหน้าสุด หาไรคุยไปเรื่อย เพื่อนบอกว่า รถติดๆ นี่ก็งงว่าอะไรว่ะ และหันหลังไปมอง มึง… มีแต่แสงแฟลช555 คือทุกคนเดินตามหลังกูเยอะเลย และคือกูเดินช้าไง เขาแซงไม่ได้ อายมาก เลยหลบเข้าข้างทางให้เขาไปก่อน555
อีกนิดใกล้จะถึงแล้ว มันจะมีจุดแวะพักอยู่ เหมือนจะเป็นจุดแวะพักอันสุดท้าย ให้ทายกูเห็นอะไร…. ติ้๊กต๊อกๆ กูเห็นปีศาจจอดอยู่ ปีศาจหรอ? เวฟปิศาจยังไงหล่ะ5555 เห็นแบบนี้กูเหนื่อยกว่าเดิม เขึ้นมาละเจองี้ เขาขับมาได้ไงวะนะ
พี่ไม่ตลก-.-
ถึงเนินวัดใจแล้ว คือวัดใจจริงๆ เพราะเป็นเนินสูง ไตขึ้นไปประมาณ 1 กิโล แต่ด้วยความที่มันเดินสะสมมาอ่ะ ก็แอบเหนื่อย พอขึ้นไปถึงยอด ก็สวยดีนะ วิวเมือง มีหมอก แต่ก็ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น5555
ย.4
แต่ยอมรับว่ามือใหม่เดินได้จริงๆ นี่ว่ามันไม่ใช่ฟิวเดินป่าหรอก แต่เหมือนเป็นเส้นทางสำรวจธรรมชาติสั้นๆ และเอาเตนท์ไปนอนใช้ชีวิตอยู่ในอุทยานมากกว่า มันยังไม่มีความรู้สึกเหมือนเดินป่าจริงๆขนาดนั้น แต่ก็โอเครดีกับมือใหม่อยู่นะ ถ้าถามว่ามาอีกไหม ก็อาจจะยัง555
นั่งรอพระอาทิตย์ขึ้น รอถ่ายรูปตามสเต็ป คนเยอะอยู่นะ คือแปลกใจตรงที่ว่า ทุกคนดูมีความชอบและดูมีความสุขกันมากกับการเดินป่า อยากถามมากว่า อะไรทำให้พวกเขารู้สึกกันได้มากขนาดนี้ แต่หวังว่าวันนึงเราทำงาน เราก็คงจะเข้าใจมากขึ้น
เขาดูมีความสุขกันจริงๆนะ
ขาลงก็เดินเพลินดีนะ เดินไปเรื่อยๆ คิดเรื่องอะไรในหัว ทบทวนตัวเอง ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา มันก็รู้สึกสงบเหมือนได้นั่งสมาธิเหมือนกันนะ ทั้งๆทึ่ขาเดินอยู่ อยากให้มาลอง
ถ้าถามว่า อกหักแล้วมาเดินป่าช่วยจริงไหม บอกเลยว่า จริงอยู่ เพราะว่ามันได้สะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวอะ อยู่กับตัวเอง อยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า มันฟินอยู่นะ555
พอลงมาเรื่อยๆ ก็งงว่า ทำไมมันยังไม่ถึงสักทีว่ะ แล้วเมื่อเช้ากูเดินไปได้ยังไง ตอนนี้เริ่มเหนื่อยละ ใครข้อเข่าไม่ดีอย่ามา!5555
ระหว่างลง
และแล้วก็เดินลงมาถึงร้านก๊วยเตี้ยวชื่อดัง ที่ต้องสุ่มดวงว่าร้านจะเปิดไหม แต่นี่ไม่ได้กินเพราะต้องทำเวลา เดี้ยวต้องไปเชียงใหม่ต่ออีก เพื่อนลงไปนำหน้าสักพักแล้ว พอนี่เดินถึงเต็นท์ เพื่อนเก็บของให้เสร็จสับ คือไม่รู้จะขอบคุณเพื่อนยังไง อยากกราบ
ขาลงเรานั่งรถจากอุทยานลงไปนะ ระหว่างรอรถก็ทำคอนเทนต์กันนิดหน่อย ค่ารถลงจากอุทยาน 300 หารกันก็ตกคนละ 50 พอดี พอถึงสถานีขอเติมน้ำหวานก่อน เดินไปซื้อแบบสภาพอ่อนแรง ป้าคนขายถามว่า อันนี้ขึ้นหรือลงค่ะเนี่ย นี่ตอบไปว่า ลงครับ เขาบอกว่า“ถึงว่าทำไมสภาพเป็นงี้55555” โอ๊ยป้าหยุด
📍เชียงใหม่
รถไฟมาแล้ว ได้ตั๋วยืนอีกละ-.- ก็นั่งๆไปเดี้ยวก็ถึง พอถึงเชียงใหม่ แพลนกันว่าจะไปดอยสุเทพ เลยจะไปถามราคารถแดง เหมือนมีรถคันนึงบอก 300ๆ เพื่อนก็โอเครกัน สรุปคือเขาไปไหนไม่รู้ เลยรอๆ ไปถามอีกคน พี่ครับไปดอยสุเทพเท่าไหร่ เขาบอกอีกราคานึง เขาว่า โอ๊ยน้อง 300 จะไปพอได้ไง! ขอโทษได้ไหมละ
สรุปจบที่เรียกแกร๊ปรถแดง คือเชียงใหม่เก๋นะ มีแกร๊ปทุกรูปแบบ รถแดง,รถตุ๊กๆ,บลาๆ เลยได้ราคา 420 บาท แต่คนขับบอกว่า หนูจะเอาไปกลับเลยไหม จะได้ไม่ต้องเรียกรถอีก น้าคิด 900 พอ หนูอยากไปไหนบอกน้าได้เลย นี่ก็อยากรีบพาเพื่อนเที่ยวเนอะ เดี้ยวมันจะกลับละ เลยโอเครๆ แต่ลุงเขาก็พูดจาดีนะ
ลืมบอก ก่อนเราจะไปดอยสุเทพกัน ที่สถานีรถไฟมีรับฝากกระเป๋านะ คือค่าฝากถูกมาก กระเป๋าเราใหญ่มาก ค่าฝากแค่ 30 บาทเอง ใครจะมาเที่ยว แล้วยังไม่ถึงเวลาเช็คอินที่พัก มาใช้บริการได้นะ
📍ร้านรับฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟ
ขาขึ้นดอยสุเทพมันจะมีโค้งเยอะ คือเพื่อนเวียนหัวกันหมด รวมถึงกู ไม่เคยนั่งรถที่ไหนเวียนหัวขนาดนี้มาก่อน อันนี้ครั้งแรก555 พอถึงดอยสุเทพ เพื่อนโฆษณาว่าข้าวซอยบนดอยสุเทพอร่อยมาก เลยอยากชวนเพื่อนที่ไม่เคยลองมากิน ในใจกู ถ้าเพื่อนมันบอกว่าไม่อร่อยขึ้นมากูทำไงดีว่ะ
พอได้กิน เพื่อนบอกอร่อยๆ อยากห่อกลับบางแสน โอเครรอดไป ชีมีการว่า ขึ้นดอยสุเทพมาเพื่อกินข้าวซอยหรอนี่555 ขากลับก็เรียกลุงมารับกลับสถานีรถไฟ เพื่อนบอกขอซิ่งๆเดี้ยวไม่ทันรอบรถไฟ ลุงว่าเดี้ยวจัดให้!
📍ช้าวซอยป้าบัว
ต้องผ่านอีกไม่รู้กี่โค้ง เพื่อนบอกไม่อยากอ้วก กลัวของอร่อยออกมา ตลกมาก555 ก็นั่งคุยกันไป นี่มานั่งคิดว่า มาเชียงใหม่ 2 รอบแล้ว รู้สึกว่าเมืองนี้มันพิศวงนะ มาทีไร แปปๆใช้ตังฉ่ำตลอด เหมือนเป็นเมืองแห่งการใช้เงินอ่ะ แค่มากินข้างซอยบนดอยสุเทพก็จะ 400 ละ-.-
พอลงมาถึงในเมือง อากาศคือร้อนมาก แบบมากก โคตรร้อน คืองงมากว่าทำไมมันร้อนขนาดนี้ เพื่อนบอกว่า กูรู้สึกว่ากูไม่เหมือนอยู่เชียงใหม่เลยอ่ะ ทั้งสภาพอากาศ บ้านเมือง และถนน เหมือนอยู่พัทยา5555
สุดท้ายลุงก็ซิ่งรถมาถึงสถานีรถไฟได้ก่อนเวลา ถือว่าเริ่ด จะต้องแยกย้ายกับเพื่อนละนอย ชีวิตที่เชียงใหม่ของอาตี๋อีก 6 วัน จะไปทำไรดีนะ อ่อมแก่แน่
กลับที่พัก อาบน้ำนอนพักสักแปป และก็ไปตลาดคลองแม่ข่า ไปกินข้าวซอย ปีที่แล้วก็มากิน วันนี้ไม่รู้แม่ค้าอารมณ์ดีหรืออะไร คือใหัเยอะมาก อิ่มมาก แล้วคือราคาถูกด้วย 55 บาทเอง เมื่อก่อน 45 พึ่งมาขึ้นราคาทีหลัง อร่อยๆ ไปลองกันนะ
📍คลองแม่ข่า
เช้าวันต่อมา แพลนว่าจะไปหาเที่ยววัดไปเรื่อย เลยไปเช่ารถแถวที่พัก ได้รถ 155cc มาคันนึง 400 บาทต่อวัน ถือว่าถูกนะ ปกติเคยเช่าแล้วมันแพงกว่านี้อ่ะ พี่เจ้าของร้านพึ่งมาจากกระบี่ มาเปิดสาขาใหม่ที่นี่ ฝากร้านด้วยนะ พี่เขาบริการดีมากก
ร้านเช่ารถแถวถนนลอยเคราะห์
เห็นใน TIKTOK บ้านข้างวัดดังมาก เลยขับรถไป คือมีของให้เลือกซื้อเยอะเลยนะ พวกงานฝีมือต่างๆ คนต่างชาติก็เยอะ MOOD มาก แต่คนเยอะไปหน่อยๆ
📍บ้านข้างวัด
ต่อมาไปวัดอุโมงค์ นี่คิดว่ามันใกล้ๆกันเพราะบอกว่าเป็นบ้านข้างวัด สรุปคือใกล้กี่โมง555 ที่วัดจะมีคำคมติดอยู่บนต้นไม้ ก็อ่านๆดูก็สอนใจดี แต่จะเอาไปทำตามไหม ค่อยว่ากันอีกทึ
เช้าไปในอุโมงค์ ในวัดคือเย็นมาก แอบมีกลิ่นค้างคาวเล็กน้อย ถ่ายรูปออกมาดูขลังมาก ชอบสุดๆ เดินดูไปสักพัก ฝนตกเฉย แต่ก็ได้ฟิวไปอีกแบบ วัดเก่าๆกับเสียงฝน
📍วัดอุโมงค์
เสร็จแล้วก็ไปพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงใหม่ ข้างนอกดูเก่ามาก นี่เชียงใหม่นะเว้ย พื้นถนนเป็นหลุมเป็นบ่อไปหมด นักศึกษาเข้าฟรีนะ ก็สวยดี บอกประวัติความเป็นมาเมืองเชียงใหม่
📍พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงใหม่
วัดต่อไป วันต้นเกว๋น วัดกาสะลองซองปีป ที่นี่จะมีร้านค้าให้เช่าชุดล้านนาด้วยนะ ราคา 150 อุปกรณ์ครบสูตร เลือกได้เลยว่าอยากได้แบบไหน คนมาแต่งกันเยอะมาก คิดว่าอยู่อีกยุค
ที่นี่จะมีถ่ายภาพโบราณด้วยนะ ราคา 250 บาท ถือว่าคุ้มนะ ยุคนีัหาไม่ค่อยได้แล้ว มันเป็นเสน่ห์อีกแบบนึงที่กล้องมือถือให้ไม่ได้ มาตามกันได้นะ พี่เจ้าของร้านใจดีมาก
📍วัดต้นเกว๋น
คือเนี่ยชอบเห็นมีมพระมีมนึง เลยไปดูว่ามันใช่จริงๆไหม สรุปอยู่ที่วัดพระธาตุดอยคำนี่เอง ใกล้กันอยู่ เลยไปให้เห็นกับตาหน่อยดีกว่า สรุปคือเขาเป็นแบบนึัจริงๆ น่ารักอรุ่มเจาะมากก555
ไหว้พระเวส ไหว้พระธาตุแล้ว ก็ไปไหว้หลวงพ่อทันใจต่อ คือเห็นมาที่ให้ไหว้ก็ไหว้ๆไปก่อน ปกติไม่ค่อยได้ทำบุญ5555
📍พระธาตุดอยคำ
ตอนนี้มันประมาณ 17:00 เย็นกว่าๆ ไม่รู้จะไปไหน เลยไปปั่นจักรยานที่ มช ดีกว่า เหมือนมันมีจักรยานให้เช่าอยู่ 30 นาที 10 บาทเอง เลยปักหมุดไป
มึงแต่สภาพจักรยานเหมือนมันน่าจะเก่ามากและแหละ ไม่เป็นไรถือว่าปั่นเอาฟีล ปั่นไปที่ไหนสักที่นี่แหละ มีร้านผลไม้ปั่นประจำ มช อยู่ เห็นว่ามันดังใน TIKTOK เลยอยากไปลอง มาถึงก็จิ้มๆไป สับปะรด,แตงโม,ส้ม,มะนาว น้ำตาลแบบฉ่ำ ราคา 30 บาทเอง แล้วได้ 2 แก้ว ก็อร่อยดีนะ สดชื่นดี
📍ร้านผลไม้ปั่นลุงกับป้า
ปั่นไปอ่างแก้ว คือเขาบอกว่าถ้าอกหักให้มาเชียงใหม่ กี่โมงง อ่างแก้วเหมือนศูนย์รวมคนมีแฟนมารวมกันอยู่ที่นี่อ่ะ มองไปทางไหนก็มีแต่คนมีคู่ มีแฟนกันหมด กูมาทำอะไร๊!!! นอยๆ
ขาปั่นจักรยานกลับฟ้ามืด+ฝนตก+ไม่รู้ทางอีก จอดรถไว้ที่คณะวิศวะ แล้วจะกลับยังไง แบตโทรศัพท์ก็จะหมด โอยย555 แต่ก็ปั่นๆไปก่อน ถามคนแถวนั้นเอา แล้วคือตอนกลางคืนเขาขับรถกันเร็วมาก เกือบโดนชนหลายรอบละ ประเด็นคือใส่เสื้อBUU มาปั่นจักรยานที่นี่ไง5555
หลังจากรอดชีวิตมาแล้ว ไปหาไรกินกันดีกว่า ไปกินข้าวซอยคลองแม่ข่าเหมือนเดิม
เสร็จแล้วก็ไป วัดโลกโมฬี เขาว่าถ้าอยากขอเรื่องความรักให้มาที่นี่ นี่ก็ไหว้ไปตามขั้นตอน ตามสเต็ป แปลกนะที่นี่ให้จุดธูป 2 ดอกเอง ไหว้เสร็จมาเสี่ยงเซียมซี,กับไม้เสี่ยงทาย เขาบอกว่าจะสมหวัง แต่แค่ต้องใช้เวลา โอเครเลย อย่านานละกันนะ5555
📍วัดโลกโมฬี
หลังจากทำไรเสร็จ ไปกินสุกี้ช้างเผือกต่อ นี่เรียกสุกี้มะเดี่ยว555 ก็อร่อยอยู่นะ ก็สุกี้ แต่ที่งงคือคนต่อแถวยาวมาก โชคดีที่มีพี่คนนึงให้ตั๋วสำรองมาให้ ขอบคุณพี่เขาจริงๆ ไม่งั้นรอนานแน่
📍สุกี้ช้างเผือก
ตอนนี้ก็ดึกมากละ กลับที่พักนอนเอาแรงก่อน
7:00 ตื่นมาแพลนวันนี้คือว่าจะไปดอยปุย และต้องคืนรถก่อน 11:00 โมง เออทันอยู่แหละ ขับไปถึงหมู่บ้านม้งก็ประมาณ 8:30 ละ กะว่าจะไปเช่าชุดถ่ายรูป สรุปร้านปิด!!! เลยขึ้นไปยอดดอยอีก ว่าจะไปดูหมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน ปีที่แล้วมียายแก่ๆขายข้าวโพดย่าง เลยอยากไปดูว่าเขายังขายเหมือนเดิมไหม
ระหว่างทางคือทางแย่มาก ทำไมรู้สึกว่าเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้นะ ไกลมากกว่าจะถึง และที่เซอร์ไพร์เลยก็คือ ร้านปิด!!! เขาไม่ขาย ยังดีที่ให้เห็นเตาย่างเป็นของต่างหน้าให้ดู5555
ขากลับมันต้องผ่านจุดกางเตนท์ ปีที่แล้วมานอนที่นี่ อยากไปดูว่ามันยังเหมือนเดิมไหม สรุปคือปิดอีกละ…
พอละไม่เอาแล้ว กลับดีกว่า เลยแวะกินข้าวซอยที่ดอยสุเทพก่อนกลับ ระหว่างทางหมอกลงสวยมาก บรรยากาศดีสุด พอถึงที่พักก็ได้แต่งงว่า นี่กูขึ้นดอยปุยมา ได้อะไรมาบ้างนะ555
📍ดอยปุย
หลังจากนี้ไม่มีแพลนไรละ ใช้ชีวิตชิวๆที่เชียงใหม่ หาเดินเล่นเอา
📍ลำพูน
พอถึงวันใกล้จะกลับละ อยากไปไหว้พระธาตุที่ลำพูน เลยหานั่งรถไปดีกว่า ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือกนะ ราคา 50 บาทเอง รถใหม่คนขายตั๋วบริการดี มีเล่าประวัติเมืองให้ฟังด้วย
📍รถไปลำพูน (ขึ้นที่สถานีช้างเผือกนะ)
ใช้เวลาแปปเดียวก็ถึงแล้ว เขาจอดให้ที่พระธาตุเลย นี่ก็เข้าไปไหว้ เดินเวียนรอบพระธาตุ ที่งงคือพระธาตุที่นี่มีความเป็นล้านนาน้อยมาก
📍พระธาตุหริกุญชัย
ไหว้เสร็จไปเข้าพิพิธภัณฑ์ อยู่ใกล้ๆนี่เอง เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ บอกเล่าถึงความเป็นมาของเมืองหริกุญชัย และแถบล้านนา ที่ชอบเลยคือ พิพิธภัณฑ์ที่นี่จัดแสงดีมาก แอร์เย็นเจี๊ยบ555
📍พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหริกุญชัย
เริ่มรู้สีกหิว ค้นหาร้านข้าวซอยที่อร่อยที่สุด เลยได้เป็นข้าวซอยนมสดมา เดินแปปเดียวถึง เจ้าของร้านบริการดีมาก ข้าวซอยก็อร่อย อยากแนะนำๆ มาลองกันได้
📍ข้าวซอยนมสด สายน้ำผึ้ง
ก่อนกลับยังไม่ถึงรอบรถ เลยแวะกินไอติมใกล้ๆ นี่ชอบกินช็อคมินต์มาก แต่ร้านนี้ทำรสชาติได้เหมือนกินยาสีฟันจริงๆอ่ะ555
ชอบลำพูนนะ มันมีความวินเทจ ตึกเก่าๆก็มีเยอะ ยังมีร้านที่ขายพวกแผ่นซีดีหนัง ตลับเพลงอยู่เลย สมัยนี้หายากแล้วนะ แล้วคนที่นี่น่ารักนะ
ใครไม่อยากเดิน ที่นี่มีจักรยานให้ปั่นนะ ราคาเหมือน มช. เลยปั่นรอบเมืองได้ชิวๆ
📍ลำพูน
ขากลับมารอรถที่เดิมตรงพระธาตุนะ นี่คิดว่าทำกระเป๋าตังหาย แล้วรถจะออกแล้ว แล้วรอบสุดท้ายด้วย เลิ่กลั่กใหญ่ สรุปตัวเองถือกระเป๋าตังอยู่-.- สติไปหมดละ
หลังจากนี้ก็ไม่รู้จะทำไรละ ไปกินข้าวฝนก็ตก เหงาอ่ะ ไม่อยากอยู่คนเดียวเลย เมื่อก่อนก็อยู่คนเดียวได้ดีนะ ตอนนี้เหมือนต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ มันดิ่งแบบอยากร้องไห้อ่ะ น้ำตาไหลอยู่นิดนึง แต่คนอื่นมองไม่ออกหรอก เพราะเปียกฝน5555
เช้ามาเตรียมตัวกลับ นั่งรถไฟกลับเหมือนเดิม แต่เป็นรถแอร์แบบนั่ง รถดีมากนะ นั่งไปเรื่อยๆ ชมวิวไปเดี้ยวก็ถึง ประเด็นคือแอร์หนาวมาก ไม่อยากกลับเลยอยากอยู่ต่อ
📍สถานีรถไฟเชียงใหม่
อีกอย่างที่เจอบ่อยเลยตั้งแต่เที่ยวมา คือคู่รักหรือพ่อแม่ ที่มาส่งกันขึ้นรถ มันน่ารักดีนะ เห็นแล้วเข้าใจความรู้สึกเลย อาจเป็นเพราะเราเองก็เคยมีโมเมนต์แบบนั้นมาก่อน เลยรู้ว่าการมาส่งกันแค่ไม่กี่นาทีก่อนรถออก มันมีความหมายกับคนที่กำลังจะเดินทางแค่ไหน บางครั้งเราไม่รู้เลยว่า การโบกมือลาครั้งไหน จะเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแล้วน้ำตาคลอ
ถึงกรุงเทพแล้ว นั่งรถไปหมอชิต ซื้อตั๋วช่องประจำ แต่งงว่ารอบนี้เขาให้เราไปกับบริษัทอื่นแทน คนขายก็ไม่ใช่คนเดิมนะ แถมแพงกว่าเดิมอีก แล้วคือรอรถนานมาก ให้นั่งแช่อยู่ในรถเป็นชั่งโมงๆ กว่าจะถึงบางแสน รถติดเอย รอรถออกเอย รวมๆ 6 ชั่วโมง มึงง ครึ่งนึงของการนั่งรถไฟเลย วันๆของกู๊ววว!!!!!
ท้ายนี้ ขอจบทริปการเดินทาง ลำปาง,เชียงใหม่,ลำพูน 9 วัน! รู้สึกฟินมาก ได้ทำอะไรเยอะเลย ได้อยู่กับเพื่อน ได้อยู่กับตัวเอง ได้เจอคนใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ มีความสุขขึ้นมาก ชอบนะที่ได้ทำอะไรเรื่อยเปื่อยแบบนี้ จะตั้งใจทำงานเก็บเงิน ให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น และได้ไปเที่ยวเยอะๆแบบนี้อีกนะ เวลาไปไหน อยากพาครอบครัวมาด้วยมาก เขาไม่เคยมีโอกาสได้ไปไหนเลย เวลาทั้งหมดเขายกให้กับเราหมดแล้ว อยากให้เขามาเจอความสุขแบบที่เราได้เจอบ้าง สักวัน รอก่อนนะ :)
บันทึก
5
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย