Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Servicepackthailand
•
ติดตาม
6 ส.ค. เวลา 07:02 • ธุรกิจ
ฉีกกฎอาหารเสริมแบบเดิม: ทำไม “กัมมี่และเยลลี่เพื่อสุขภาพ” จึงกำลังครองใจคนยุค 2027 🍬
เมื่อการดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้มองหาเพียงอาหารเสริมที่มีสารสำคัญน่าสนใจเท่านั้น แต่ยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่รับประทานง่าย รสชาติดี และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย
นี่คือเหตุผลที่อาหารเสริมรูปแบบใหม่อย่าง กัมมี่ (Gummy) , เยลลี่ (Jelly) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กลืนง่ายอย่าง ซอฟต์เจล (Softgel) กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่า ประสบการณ์ในการรับประทานกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ต่างจากการเลือกสารสกัด ปริมาณสารสำคัญ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์
สำหรับเจ้าของแบรนด์ นี่อาจเป็นโอกาสในการเปลี่ยนภาพจำของอาหารเสริมจาก “สิ่งที่ต้องฝืนกิน” ให้กลายเป็นกิจวัตรดูแลสุขภาพที่ผู้บริโภคอยากทำอย่างต่อเนื่อง
เข้าใจ Pill Fatigue เมื่อผู้บริโภคเริ่มเหนื่อยกับการกลืนเม็ด 😩
คำว่า Pill Fatigue เป็นคำที่มักใช้ในวงการสุขภาพและการตลาด เพื่ออธิบายความรู้สึกเบื่อหรือไม่อยากรับประทานผลิตภัณฑ์ชนิดเม็ดจำนวนมากเป็นประจำ ไม่ใช่ชื่อโรคหรือคำวินิจฉัยทางการแพทย์โดยตรง
ผู้บริโภคบางคนอาจรู้สึกว่าเม็ดมีขนาดใหญ่ กลืนยาก มีกลิ่นหรือรสติดคอ ขณะที่บางคนต้องรับประทานอาหารเสริมหลายเม็ดในแต่ละวัน จนทำให้ลืมรับประทานหรือไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอได้
งานศึกษาหนึ่งในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะกลืนลำบาก พบว่าประมาณ 32% ของผู้เข้าร่วมรายงานว่ามีปัญหาในการกลืนยาในปัจจุบัน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่สามารถนำไปใช้แทนประชากรทั้งหมดได้ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์การกลืนเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามในการออกแบบผลิตภัณฑ์ (อ่านงานวิจัยเรื่องความยากในการกลืนยา)
ผู้บริโภคยุคใหม่จึงไม่ได้ถามเพียงว่า “ผลิตภัณฑ์นี้มีประโยชน์อะไร?” แต่ยังถามต่อว่า
- รับประทานง่ายหรือไม่
- รสชาติและเนื้อสัมผัสเป็นอย่างไร
- พกพาสะดวกหรือไม่
- สามารถรับประทานต่อเนื่องทุกวันได้จริงหรือเปล่า
แนวคิดนี้เรียกว่า Lifestyle Integration หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ทำไมกัมมี่และเยลลี่จึงน่าสนใจมากขึ้น? 🍭
กัมมี่และเยลลี่เปลี่ยนประสบการณ์การรับประทานอาหารเสริมให้มีความใกล้เคียงกับขนมหรือของว่างมากขึ้น มีสีสัน รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่ผู้บริโภคคุ้นเคย จึงช่วยลดภาพจำว่าอาหารเสริมต้องมาในรูปของเม็ดแข็งเท่านั้น
รายงานของ Grand View Research ประเมินว่าตลาดกัมมี่ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 14.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และอาจเติบโตเป็น 37.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14.7% ต่อปี
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ความสะดวก รสชาติ และความง่ายในการรับประทานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจผลิตภัณฑ์รูปแบบกัมมี่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความอร่อยเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ เจ้าของแบรนด์ยังต้องพิจารณาปริมาณน้ำตาล ความคงตัวของสารสำคัญ ปริมาณสารต่อหน่วยบริโภค และความเหมาะสมของสูตรกับกลุ่มเป้าหมายด้วย
3 เหตุผลที่ผลิตภัณฑ์รูปแบบทานง่ายกำลังเป็น Game Changer
1. เปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
กัมมี่และเยลลี่ช่วยสร้างประสบการณ์ผ่านรสชาติ กลิ่น สี และเนื้อสัมผัส ผู้บริโภคจึงอาจรู้สึกว่าเป็นกิจวัตรที่ทำได้ง่าย มากกว่าการรับประทานสิ่งที่มีลักษณะคล้ายยา ผลิตภัณฑ์ยังสามารถออกแบบให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายต่างกัน เช่น
- กัมมี่วิตามินสำหรับวัยทำงาน
- เยลลี่คอลลาเจนสำหรับกลุ่มความงาม
- กัมมี่ไฟเบอร์สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบขับถ่าย
- สูตรน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาลสำหรับผู้ควบคุมพลังงาน
ส่วนผู้บริโภคที่ไม่ต้องการรสหวาน หรือต้องการสารสำคัญในรูปของน้ำมัน อาจเลือกผลิตภัณฑ์อย่าง ซอฟต์เจล ซึ่งมีผิวเรียบและสามารถบรรจุสารในรูปของเหลวหรือกึ่งเหลวได้
2. เลือกระบบนำส่งให้เหมาะกับสาระสำคัญ
รูปแบบที่รับประทานง่ายไม่ได้หมายความว่าจะดูดซึมได้ดีกว่าเสมอไป เพราะการดูดซึมยังขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ปริมาณที่ใช้ ส่วนประกอบของสูตร และระบบทางเดินอาหารของแต่ละคน
กัมมี่และเยลลี่เหมาะกับสารบางชนิด แต่มีข้อจำกัดด้านปริมาณสารต่อชิ้น ความชื้น อุณหภูมิ และความคงตัว ส่วนสารบางประเภทอาจไม่เหมาะกับเนื้อกัมมี่หรืออาจมีรสชาติที่ปกปิดได้ยาก
ในอีกด้านหนึ่ง ซอฟต์เจลสามารถบรรจุสารในรูปของเหลวหรือน้ำมัน จึงมักถูกนำมาพิจารณากับสารที่ละลายในไขมันหรือสารที่ละลายน้ำได้ไม่ดี งานทบทวนทางวิชาการระบุว่า ซอฟต์เจลเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถนำมาใช้แก้ข้อจำกัดด้านการนำส่งสารที่ละลายน้ำได้น้อย แต่ผลลัพธ์ต้องพิจารณาเป็นรายสูตร ไม่สามารถสรุปว่าซอฟต์เจลทุกชนิดดูดซึมดีกว่ารูปแบบอื่นเสมอไป (อ่านข้อมูลด้านการออกแบบซอฟต์เจล)
ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์จึงไม่ใช่ “รูปแบบไหนกำลังดัง?” แต่คือ
“สารสำคัญของเราควรถูกนำส่งในรูปแบบใด จึงจะเหมาะกับสูตรและผู้บริโภคมากที่สุด?” 💡
3. สร้างผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละกลุ่ม
รูปแบบอาหารเสริมที่หลากหลายช่วยให้แบรนด์สามารถออกแบบสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ละเอียดขึ้น
กัมมี่และเยลลี่อาจเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรสชาติและความสะดวก 🍬 ส่วนซอฟต์เจลอาจเหมาะกับสูตรน้ำมันหรือผู้ที่ชอบเม็ดผิวเรียบ ขณะที่ แคปซูลเปลือกแข็ง มักเหมาะกับสารชนิดผง และ เม็ดอัด สามารถรองรับสูตรที่ต้องการปริมาณสารต่อหน่วยค่อนข้างสูงได้
แม้ผลิตภัณฑ์รูปแบบทานง่ายจะเข้าถึงผู้บริโภคได้หลายวัย แต่ต้องออกแบบขนาด ปริมาณสาร น้ำตาล และคำแนะนำการรับประทานให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ควรใช้แนวคิดว่า “หนึ่งสูตรเหมาะกับทุกคน”
สำหรับผลิตภัณฑ์กัมมี่ ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์และการสื่อสารให้ชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ขนม และต้องเก็บให้พ้นมือเด็ก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำ
โอกาสของเจ้าของแบรนด์ในตลาดอาหารเสริมยุค 2027 💼
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวันนี้ไม่ควรเริ่มจากการเลือกสารสกัดเพียงอย่างเดียว แต่ควรวิเคราะห์เส้นทางทั้งหมดที่ผู้บริโภคจะได้สัมผัส ตั้งแต่การมองเห็นบรรจุภัณฑ์ การเปิดรับประทาน รสชาติ เนื้อสัมผัส ไปจนถึงความสะดวกในการพกพา
เจ้าของแบรนด์ควรพิจารณาอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่
- กลุ่มเป้าหมายและปัญหาที่ต้องการตอบโจทย์
- รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภค
- ความเข้ากันได้ระหว่างสาระสำคัญกับสูตร
- ปริมาณสาระสำคัญที่สามารถบรรจุได้จริง
- ความคงตัวและคุณภาพตลอดอายุผลิตภัณฑ์
องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริการะบุว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสามารถอยู่ในรูปแบบเม็ด แคปซูล ซอฟต์เจล ผง ของเหลว กัมมี่ และรูปแบบอื่นได้ แต่รูปแบบเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าผลิตภัณฑ์จะมีประสิทธิภาพหรือเหมาะกับผู้บริโภคทุกคน (ข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก FDA)
พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกับ SPM
บริษัท เซอร์วิส แพค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด หรือ SPM เป็นผู้ให้บริการรับผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางแบบ OEM ตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี โดยเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่ารองรับการผลิตอาหารเสริมหลายรูปแบบ เช่น ซอฟต์เจล แคปซูลเปลือกแข็ง เม็ดอัด และผงชงดื่ม
หนึ่งในรูปแบบที่ SPM มีความเชี่ยวชาญคือซอฟต์เจล ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมองค์ประกอบหลายด้าน ตั้งแต่สูตรของสารบรรจุ ความเข้ากันได้กับเปลือก อุณหภูมิ ความชื้น การทำแห้ง และคุณภาพของรอยซีล
SPM พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวางแนวคิดผลิตภัณฑ์ การเลือกรูปแบบ การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการผลิตและบรรจุสินค้า เพื่อช่วยให้เจ้าของแบรนด์เลือกแนวทางที่เหมาะกับสารสำคัญ กลุ่มเป้าหมาย และตำแหน่งทางการตลาด
ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ บริการผลิตอาหารเสริมของ Service Pack Manufacturing หรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ การผลิตซอฟต์เจล เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ SPM
กัมมี่และเยลลี่เพื่อสุขภาพไม่ได้เติบโตเพียงเพราะมีสีสันหรือรสชาติอร่อย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการให้การดูแลสุขภาพง่ายและเข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกสูตร กัมมี่และเยลลี่มีจุดเด่นเรื่องประสบการณ์การรับประทาน ซอฟต์เจลเหมาะกับสารในรูปน้ำมันและของเหลวบางประเภท ขณะที่แคปซูลและเม็ดอัดก็มีข้อได้เปรียบตามคุณสมบัติของสูตร
แบรนด์ที่มีโอกาสเติบโตในปี 2027 จึงไม่ใช่แบรนด์ที่เลือกใช้รูปแบบใหม่เพียงเพราะกำลังเป็นกระแส แต่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจทั้งผู้บริโภค สารสำคัญ และข้อจำกัดของการผลิต แล้วนำองค์ประกอบทั้งหมดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่รับประทานง่าย มีคุณภาพ และเหมาะกับการใช้งานจริง
หมายเหตุ ⚠️ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ เภสัชกร หรือนักกำหนดอาหาร ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
📥 ติดต่อสอบถาม / นัดหมายเข้าชมโรงงาน :
📞 TEL : 087-918-6847 , 098-896-8478
📱 LINE : @spmthailand
Website :
www.servicepackthailand.com
แนวคิด
ธุรกิจ
การลงทุน
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย