Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ส.ค. เวลา 11:02 • หนังสือ
เมื่อมาตราฐาน ISO = I See Okay
ผมเคยอ่านประวัตินักเขียนรุ่นครู มนัส จรรยงค์ ราชาเรื่องสั้น มีผู้ประมาณว่าท่านน่าจะเขียนเรื่องสั้นมาแล้วมากกว่าหนึ่งพันเรื่อง
การเขียนเรื่องสั้นนั้นยากกว่าเขียนบทความ เพราะต้องมีพล็อต มีการผูกเรื่อง การเดินเรื่อง ภาษา
ดังนั้นจะเขียนเรื่องสั้นให้ได้ในระดับพันเรื่อง ก็ต้องยอดเยี่ยมในวรยุทธ์ทุกด้าน ทั้งฝีมือการประพันธ์และการใช้ชีวิต แค่การหาวัตถุดิบ ก็เหนื่อยแล้ว
1
แน่นอนผมก็อดมองตัวเองไม่ได้ ลองคำนวณดู ตลอดอาชีพนักเขียนจนถึงวันนี้ น่าจะเขียนเรื่องสั้นไปแล้วกว่า 500 เรื่อง นวนิยายสิบกว่าเรื่อง
1
นี่ก็ไปไกลเกินความทะเยอทะยานใด ๆ ในชีวิตหลายปีแสง
นักเขียนนิยายไซไฟผู้ยิ่งใหญ่ ไอแซค อสิมอฟ เขียนหนังสือนานราวห้าสิบปี ได้งานมาไม่มากเท่าไร แค่ 500 เรื่อง แต่ละเรื่องหนา ๆ และส่วนใหญ่ดีด้วย
1
แปลว่าเขียนปีละสิบเรื่อง เฉลี่ยเดือนละเล่ม
ผมคาดว่าอสิมอฟน่าจะเป็นสิ่งทรงภูมิต่างดาวแปลงตัวมา เพราะนี่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
1
นักเขียนชาวแอฟริกาใต้ แมรี ฟอล์คเนอร์ ตลอดชีวิตเขียนนวนิยายเก้าร้อยกว่าเล่ม
และอีกหลายคนที่ชาติก่อนคงเป็นม้าแข่ง
เอาละ เรากำลังพูดถึงเรื่องปริมาณ และปริมาณเป็นคนละเรื่องกับคุณภาพ
ในโลกของการเขียน ปริมาณมีไว้ขู่คนเล่นเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดวัดงานกันที่คุณภาพ
ในมุมของนักอ่าน คุณภาพค่อนข้างเป็นเรื่องนานาจิตตัง
แล้วในมุมของนักเขียน วัดคุณภาพงานที่ตนเขียนอย่างไร
นักเขียนคนอื่นผมไม่รู้ สำหรับผมมีมาตรวัดคุณภาพสินค้าประจำตัว ที่ผมดัดจริตเรียกว่า มาตรฐาน ISO
I See Okay
คือมาตรวัดคุณภาพสินค้าประจำตัวของผม
บางคนอาจบอกว่า อีโก้จัดนักหรือ จึงตั้งมาตรฐานตัวเองขึ้นมา
หามิได้ นี่ไม่ใช่อีโก้ นี่คือความจำเป็นอย่างยิ่งยวด
สินค้าทุกยี่ห้อในโลก ถ้าไม่มีมาตรฐานของตนเอง ก็เตรียมปิดร้านได้
ข้าวหมูแดงร้านบุญรอด อร่อยหนึ่งวัน ไม่อร่อยสองวัน บุญคงไม่พาให้รอด
ข้าวมันไก่นายซิว ไก่สดหนึ่งวัน ไม่สดสองวัน ก็คงโดนลูกค้าซิวแน่
ฉันใดก็ฉันนั้น นักเขียนทุกคนต้องมี ISO ประจำตัว ไม่เช่นนั้นยากมากที่จะควบคุมคุณภาพ และท้ายที่สุดจะเสียลูกค้า
พูดแบบอีซี่อีซี่คือ ISO มีไว้ป้องกันไม่ให้ตัวเองเขียนลวก
ISO ก็คือมาตรฐานหรือ benchmark ที่เราเงยหน้าขึ้นมองเวลาทำงาน และกราบไหว้วันละสามเวลาหลังอาหาร เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ทำให้นักเขียนยังอยู่ในตลาดได้
ISO ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ISO ของปรมาจารย์ มนัส จรรยงค์ ย่อมสูงกว่าเรา ๆ แน่
ISO ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ต้นฉบับสะกดผิด วรรคตอนผิดนั้น ไม่มีให้เห็นเด็ดขาด อาจสะกดภาษาอังกฤษไม่ตรงราชบัณฑิตยสถาน แต่รับรองไม่ผิดไวยากรณ์ (เช่น ซูพ = soup) ISO ของอา ’รงค์เป๊ะมาก
ISO จึงเป็นใบรับประกันสินค้าต่อผู้อ่านว่า ถ้าอ่านงานของนักเขียนคนนี้ อย่างน้อยควรได้รับอะไร
สำหรับ ISO ของผม พัฒนามาจากรสนิยมส่วนตัวของการเสพหนังสือ ความรู้ความเข้าใจเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การทดลอง เพราะฉะนั้นเวลาให้คะแนนงานอะไรก็ตาม ผมก็ให้คะแนนตาม benchmark ของผมเอง
อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นรสนิยมส่วนตัวก็จริง แต่ถ้าฝึกฝนพอ และพัฒนารสนิยมสูงในระดับหนึ่ง มันก็ใช้วัดมาตรฐานงานที่ดีได้
หนังสือดีและหนังดีในมาตรฐานของผมจึงไม่เหมือนของคนอื่น
ผมใช้มาตรฐานนี้ในการวิจารณ์หนังและหนังสือเช่นกัน ถ้าใครเห็นด้วยกับบทวิจารณ์ของผมเป็นส่วนใหญ่ ก็แสดงว่าเราใช้ ISO ใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่ได้แปลว่าดีหรือไม่ดี รสนิยมสูงหรือไม่สูงแต่ประการใด
It is not good taste or bad taste. It is just a taste.
ทีนี้เราจะใช้ ISO ยังไง?
ผมมองว่า ISO ไม่ใช่ระดับ ไม่ใช่เส้นเส้นเดียว แต่เป็นช่วงของระดับ มันมีเส้นสูงสุดกับเส้นต่ำสุด ช่วงระหว่างเส้นบนกับเส้นล่างคือช่วง ‘Okay’
ผมถือหลักกว่า ตราบใดที่งานเขียนชิ้นหนึ่ง ๆ ยังอยู่เหนือเส้นต่ำสุด ก็ส่งงานไปตีพิมพ์ได้อย่างปลอดภัย
1
ถ้างานชิ้นนั้นต่ำกว่าเส้นต่ำสุด ห้ามส่งงานเด็ดขาด เพราะฆ่าตัวตาย
บันทึก
19
19
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย