7 ส.ค. เวลา 07:20 • หนังสือ

บทที่ 68 ผู้ชายของเธอตอนนี้กลิ่นอายความเป็นสามีแรงมาก

เสิ่นเจาหลี่ยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
หลายวันติดต่อกันเธอนอนไม่ค่อยหลับ ต่อให้เผลอหลับไปก็ยังฝันร้าย พร่ำเรียกหาแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอมานานแล้ว
เพื่อให้เธออารมณ์ดีขึ้น เผยอวิ๋นเหลี่ยนจึงเชิญเพื่อนสนิทของเธอสองสามคนมาที่บ้าน
เขาเลียนแบบตอนที่เถาซิงอ๋างเลี้ยงจิงโจ้ เชิญทุกคนมาเที่ยวเล่นที่บ้าน
เมื่อเซี่ยอี๋เยี่ยนกับเยี่ยหลิ่นก้าวเข้ามาในบ้านของเผยอวิ๋นเหลี่ยน ต่างก็ทอดถอนใจพร้อมกัน
“รู้จักเผยอวิ๋นเหลี่ยนมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาบ้านเขา” เซี่ยอี๋เยี่ยนกล่าว
“ฉันก็เหมือนกัน” เย่หลิ่นพยักหน้า
เถาซิงอ๋างสะพายกระเป๋าผ้าหน้าอก อุ้มเจ้าจิงโจ้เจินเจินไว้ในถุง ยื่นหน้าออกมามองทั้งสองคน
“พวกนายสองคนนี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ แค่มาบ้านเขายังยากขนาดนี้!”
เย่หลิ่นหัวเราะเบา ๆ “นึกว่าเผยอวิ๋นเหลี่ยนเป็นคนอัธยาศัยดีหรือไง เขาไม่เคยชวนใครมาบ้านหรอก”
เถาซิงอ๋างยักไหล่ “แต่พวกฉันกับเจาหลี่โตมาด้วยกัน ตั้งแต่เด็กก็วิ่งเข้าออกบ้านกันเป็นว่าเล่น”
เย่หลิ่นกำลังจะพูด ก็เห็นลู่เคอเปิดประตูหลังบ้าน เติ้งเมี่ยวเดินถือฝักบัวหลวงเข้ามา ข้างกายมีเสิ่นเจาหลี่อุ้มแมวเดินตามมา
ที่จริงเสิ่นเจาหลี่สวยกว่าเติ้งเมี่ยวเล็กน้อย รูปลักษณ์ของเธอคล้ายแมวเดวอนเร็กซ์ในอ้อมแขน ทั้งน่ารัก หยิ่งนิด ๆ และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
แต่ในสายตาของเย่หลิ่นกลับมีที่ว่างให้เพียงเติ้งเมี่ยวคนเดียว
เธอราวกับสายฝนในเดือนสาม ค่อย ๆ หล่อเลี้ยงทุกสิ่งอย่างเงียบงัน แต่ตัวเองกลับซ่อนความเศร้าบางเบาไว้เสมอ
เย่หลิ่นมองเธอจนไม่อาจละสายตาได้
สายตาของเขาร้อนแรงราวกับแสงไฟสปอร์ตไลต์ จนเติ้งเมี่ยวเริ่มทำตัวไม่ถูก
งานแต่งของเผยอวิ๋นเหลี่ยนกับเสิ่นเจาหลี่จัดขึ้นกะทันหัน ตอนนั้นเติ้งเมี่ยวอยู่ต่างประเทศ จึงไม่ได้มาร่วมงาน
นับดูแล้ว ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันมากว่าครึ่งปี
เย่หลิ่นจ้องเธอตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยคำที่อยากพูดมาตลอด
“ไม่ได้เจอกันนานเลย”
ดูเหมือนเติ้งเมี่ยวจะปล่อยวางได้แล้ว เธอพยักหน้าเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“ไม่ได้เจอกันนานเลย”
เสิ่นเจาหลี่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างทั้งสอง จึงดึงเติ้งเมี่ยวมานั่งบนโซฟาข้าง ๆ
เธอรับฝักบัวหลวงจากมือเติ้งเมี่ยว แล้วตะโกนถามไปทางห้องครัว
“สามี ต้องแกะเม็ดบัวกี่ฝักคะ?”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนโผล่ตัวออกมาครึ่งหนึ่งจากในครัว
“ให้ประธานเซี่ยกับประธานเย่แกะ”
เซี่ยอี๋เยี่ยนถอนหายใจอย่างจำยอม ก้มตัวจะมาหยิบฝักบัวหลวงจากมือเสิ่นเจาหลี่
แต่เย่หลิ่นกลับไวกว่า ลุกพรวดขึ้นแล้วรับฝักบัวหลวงจากมือเติ้งเมี่ยวไปทันที
“เหมียวเหมียว ส่งของในมือคุณเสิ่นมาให้ผมด้วย”
ริมฝีปากของเติ้งเมี่ยวเม้มเป็นเส้นตรง แต่ก็ยังยื่นฝักบัวหลวงในมือเสิ่นเจาหลี่ส่งให้เขาตามคำขอ
เถาซิงอ๋างขยิบตาให้เสิ่นเจาหลี่
“ผู้ชายของเธอตอนนี้กลิ่นอายความเป็นสามีแรงมากเลยนะ ใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วดูอบอุ่นเป็นพ่อบ้านสุด ๆ”
เสิ่นเจาหลี่กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นายยังมีหน้าว่าคนอื่นอีกเหรอ ไม่มีใครดูเป็นพ่อบ้านกว่านายแล้ว”
“เฮ้!” เถาซิงอ๋างทำหน้าคัดค้าน “ฉันต้องเป็นแม่ให้เจ้าจิงโจ้ของฉันต่างหาก เซี่ยอี๋เยี่ยนงานยุ่งขนาดนั้น ฉันก็ต้องเสียสละสิ”
เขาหยิบใบผักขึ้นมาหนึ่งใบ ยื่นให้เจ้าจิงโจ้
เจ้าจิงโจ้ใช้สองมือประคองไว้ แล้วแทะกินดังกรุบกรับ
เติ้งเมี่ยวมองเจ้าจิงโจ้ แล้วหันไปมองลูกแมว ก่อนเอ่ยอย่างมีความหวัง
“ครั้งนี้กลับประเทศมา ฉันก็ว่าจะเลี้ยงสัตว์สักตัวเหมือนกัน แต่ยังลังเลว่าจะเลี้ยงหมาหรือแมวดี”
เถาซิงอ๋างตอบทันที
“เธอขยัน เลี้ยงหมาเถอะ”
เสิ่นเจาหลี่เลิกคิ้ว
“...กำลังแขวะใครอยู่?”
เติ้งเมี่ยวหัวเราะ พลางเอนศีรษะพิงไหล่เสิ่นเจาหลี่
“เจาหลี่ สีหน้าเธอตลกมาก”
เสิ่นเจาหลี่รีบแก้ตัว
“ใครว่าฉันขี้เกียจ! ฉันขยันจะตาย แค่ทำงานยุ่งเกินไป พลังงานมันมีจำกัดต่างหาก!”
เถาซิงอ๋างหัวเราะ
“งั้นตอนนี้ฉันคงเป็นคนขยันที่สุดแล้ว”
เติ้งเมี่ยวหัวเราะตาม
“ฉันก็ไม่ได้ขยันเลยนะ ถ้าอยู่บ้าน วัน ๆ ก็เอาแต่นั่งเขียนนิยาย ไม่ทำความสะอาดบ้านด้วย นอกจากสั่งอาหารเดลิเวอรีก็เรียกแม่บ้านมาทำความสะอาด...”
เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แต่กลับสบเข้ากับสายตาของเย่หลิ่นพอดี
ในแววตาคู่นั้นมีทั้งการพินิจ ความตกตะลึง และความไม่อยากเชื่อ
คำพูดของเติ้งเมี่ยวชะงักลงทันที
เธอไม่อยากเปิดเผยชีวิตของตัวเองต่อหน้าเย่หลิ่นมากนัก จึงเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน
“แต่ฉันคิดว่าควรเลี้ยงสัตว์สักตัวจริง ๆ มีเพื่อนอยู่ด้วยก็คงดี”
เติ้งเมี่ยวยกมือขึ้นลูบขนของลูกแมว ขนหยิกนุ่มมือ ลูบแล้วเพลินอย่างยิ่ง
เสิ่นเจาหลี่ถามขึ้นว่า
“ช่วงนี้พ่อเธอไม่ได้ติดต่อมาเลยเหรอ”
เติ้งเมี่ยวส่ายหน้า
“ช่วงนี้ไม่มีนะ”
ที่จริงช่วงตรุษจีน พ่อของเติ้งเมี่ยวรู้เรื่องที่เธอหย่าแล้ว จึงโทรศัพท์หาเธอหลายครั้ง เรียกให้กลับบ้าน
แต่เติ้งเมี่ยวไม่มีงานอดิเรกเป็นการกลับไปให้คนตี จึงไม่กลับบ้าน กลับหนีไปไกลกว่าเดิมเสียอีก
เถาซิงอ๋สงพูดขึ้นว่า
“แต่ฉันได้ยินมาว่า ช่วงนี้พ่อเธอกำลังมองหาคู่ดูตัวอยู่ ไม่รู้ว่าจะหาสำหรับเธอหรือสำหรับน้องสาวเธอกันแน่”
กร๊อบ!
เสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ทุกคนหันไปตามเสียง ก็เห็นฝักบัวหลวงในมือของเย่หลิ่นหักเป็นสองท่อน
เซี่ยอี๋เยี่ยนหัวเราะแซว
“ประธานเย่ งานบ้านแค่นี้ยังทำไม่เป็นเลยหรือ”
เย่หลิ่นโยนฝักบัวหลวงให้เขา
“นายเป็นคนมีศรีภรรยานี่ นายทำสิ!”
เย่หลิ่นเงยหน้ามองมา
เติ้งเมี่ยว เสิ่นเจาหลี่ และเถาซิงอ๋าง ต่างรีบละสายตาพร้อมกัน
เสิ่นเจาหลี่ยิ้มพลางถามต่อ
“แล้วต่อไปเธอคิดว่าจะอยู่หนานเจียง หรือจะกลับเป่ยอันล่ะ”
ลมหายใจของเย่หลิ่นแทบหยุดนิ่ง
เขากำลังรอคำตอบของเติ้งเมี่ยว
เติ้งเมี่ยวตอบอย่างเรียบ ๆ
“เรื่องอนาคตฉันยังไม่ได้คิดเลยค่ะ ก็ค่อย ๆ ดูไปทีละก้าว”
เวลานั้นเผยอวิ๋นเหลี่ยนเดินออกมาจากห้องครัว
เขาถอดผ้ากันเปื้อน ล้างมือให้สะอาด ก่อนขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชั้นบน
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางลงมือทำอาหารเลี้ยงคนทั้งโต๊ะด้วยตัวเอง เขาทำเพียงสองอย่างเท่านั้น
เติ้งเมี่ยวไม่อยากให้เย่หลิ่นรู้เรื่องราวของตัวเอง จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“เจาหลี่ ช่วงนี้เธอกับคุณเผยเป็นยังไงบ้าง มีแผนจะมีลูกหรือยัง”
เสิ่นเจาหลี่ส่ายหน้า
“ตอนนี้ยังไม่มีหรอก ใครจะไปรู้ว่าโรคทางจิตของฉันจะถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือเปล่า”
พูดจบ สีหน้าของเธอก็ค่อย ๆ หม่นลง แววตาเต็มไปด้วยความเหงา
เถาซิงอ๋างรีบปลอบ
“ไม่มีลูกก็ดีนะ เผื่อเกิดลูกออกมาเหมือนเติ้ง—”
พอเห็นสายตาตกใจของเติ้งเมี่ยว เขาก็รีบเปลี่ยนคำกลางคัน
“เอ่อ... เหมือน... เหมือนจะรีบเกินไปน่ะ ฮ่า ๆ...”
เซี่ยอี๋เยี่ยนยกเท้าเตะขาเขาเบา ๆ
“ทำไมออกมาข้างนอกแล้วยังเป็นบ้าได้ทุกที่อีก กลั้นไว้บ้างสิ เพื่อน”
เถาซิงอ๋างหัวเราะแห้ง ๆ
เขาหงุดหงิดตัวเองเหลือเกิน รู้สึกว่าช่วงนี้ทั้งไอคิวและอีคิวลดฮวบ
ราวกับว่าเขาต่างหากที่เป็นคน 'ท้องหนึ่งครั้ง โง่ไปสามปี'
เสิ่นเจาหลี่ถอนหายใจ
“อ๋างจื่อ นายมีพรสวรรค์อย่างหนึ่งนะ”
เถาซิงอ๋างกะพริบตา
“พรสวรรค์อะไร”
“พรสวรรค์ในการทำให้ทุกคนพูดไม่ออก”
เถาซิงอ๋างทรุดตัวลงอย่างหมดแรง ก่อนแหงนหน้าถอนหายใจยาว
“ฉันนี่มันโง่จนตัวเองยังร้องไห้เลย”
เจ้าจิงโจ้กระโดดออกจากอ้อมแขนเขา มาหยุดข้างเซี่ยอี๋เยี่ยน ก่อนปีนขึ้นโต๊ะน้ำชา แล้วคาบเม็ดบัวเข้าปากหนึ่งเม็ด
เซี่ยอี๋เยี่ยนรีบปกป้องเม็ดบัวที่เหลือไว้
“เจินเจิน กินอีกไม่ได้แล้วนะ พ่ออุตส่าห์แกะตั้งนาน”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนเดินลงมาจากชั้นบน เหลือบมองเม็ดบัวบนโต๊ะ
“สองคนแกะได้ช้าขนาดนี้เลยหรือ”
เย่หลิ่นแบมืออย่างจนใจ
“คุณเผย คุณก็ไม่ได้บอกนี่ว่ามางานเลี้ยงที่บ้านคุณแล้วยังต้องทำงานฝีมือด้วย รู้งี้ผมเอากับข้าวมาเองดีกว่า”
เผยอวิ๋นเหลี่ยนนั่งลงข้างเสิ่นเจาหลี่ โอบเอวเธอตามธรรมชาติ ก่อนดึงเธอเข้ามาใกล้ตัว ทำให้เธอห่างจากเติ้งเมี่ยวมากขึ้นอีก
เติ้งเมี่ยวเพียงคิดว่าเผยอวิ๋นเหลี่ยนเป็นคนรู้กาลเทศะ กลัวว่าตอนกอดภรรยาจะเผลอไปโดนตัวเธอ จึงขยับตัวไปอีกด้านหนึ่งด้วย
เผยอวิ๋นเหลี่ยนหยิบถุงเท้าสีขาวสะอาดคู่หนึ่งออกมาจากกระเป๋า เป็นถุงเท้าไหมหม่อนเนื้อบางเบา
“หมอจีนบอกแล้วไม่ใช่หรือ ถึงอยู่ในห้องแอร์ก็ควรใส่ถุงเท้าไว้”
เขาอุ้มขาทั้งสองของเสิ่นเจาหลี่ไว้บนตัก ก่อนค่อย ๆ สวมถุงเท้าให้เธออย่างละเอียดและอ่อนโยน
มือของเขาใหญ่พอ ๆ กับเท้าของเธอ นิ้วยาวเรียว การสวมถุงเท้าทีละนิดอย่างใจเย็นนั้น กลับทำให้บรรยากาศดูชวนใจเต้นอย่างประหลาด
ทั้งสี่คนต่างจ้องมองเผยอวิ๋นเหลี่ยนที่กำลังทำเรื่องนี้อย่างตั้งใจ
ส่วนเสิ่นเจาหลี่ ดูเหมือนจะชินกับการดูแลเช่นนี้ไปนานแล้ว
เซี่ยอี๋เยี่ยนคิดอยู่ในใจ
คืนนี้กลับบ้าน...เขาจะสวมถุงเท้าให้เถาซิงอ๋างเหมือนกัน।
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🌹 Love Love Story 🌹
◀️ บทก่อนหน้า
▶️ บทถัดไป
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🩶 Love Love 🩶
🥀 ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก "ผลประโยชน์"
🖤 แต่หัวใจ... ไม่เคยยอมเดินตามเงื่อนไขใด
🌙 เมื่อคนสองคนต่างซ่อนด้านมืดของตัวเองไว้ภายใต้รอยยิ้ม
กลับค่อย ๆ ตกหลุมรักกันทีละน้อย จนไม่อาจหันหลังกลับได้
✨ จากการแต่งงานที่เป็นเพียงข้อตกลง...
ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะตัดขาด
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดถูกใจ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ผลงานแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้แปล
🌹 ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของความรัก ความอบอุ่น และด้านมืดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของตัวละครทุกคน 🖤
โฆษณา