Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
องค์ความรู้ AI
•
ติดตาม
6 ส.ค. เวลา 18:05 • การเมือง
มุมมองต่างชาติ: ประเทศไทย VS กัมพูชา, BRN
- เหตุการณ์ความขัดแย้ง ในมุมมองคนไทยก็ต้องข้างไทย จะต้องไม่เข้าข้างเขมรหรือ BRN แต่ถ้าสมมุติตัดเรื่องมุมของสังคมไทย สื่อ หรือรัฐบาล ถามว่าในมุมของมติประเทศส่วนมากของโลกที่เขามองไทยกับเขมร ใครชอบธรรมกว่า? หรือรัฐบาลไทยกับ BRN ใครผิดถูกมากกว่า?
(ไม่ได้ถามเพื่อด้อยค่ารัฐบาลไทย แต่เพื่อเข้าใจมุมมองสากล)
หากมองผ่านสายตาของประชาคมระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชน (NGOs) และนักวิชาการต่างประเทศ โดยตัดเรื่องชาตินิยมออก สายตาภายนอกไม่ได้มองแบบ "ใครเป็นนางเอก-ใครเป็นตัวร้าย" แต่จะประเมินผ่าน กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน และบรรทัดฐานความมั่นคงสากล ซึ่งสามารถแยกวิเคราะห์ได้ 2 กรณี ดังนี้
1. ไทย vs กัมพูชา (ข้อพาททางดินแดนและปราสาทพระวิหาร)
ในสายตาของสหประชาชาติ (UN) และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ หรือศาลโลก) กัมพูชาถือว่ามีความชอบธรรมในทางกฎหมายมากกว่า ในประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ
มติศาลโลกปี 1962 และคำวินิจฉัยปี 2013: ประชาคมโลกยึดตามคำตัดสินของศาลโลกที่ระบุว่า ปราสาทพระวิหารและบริเวณโดยรอบปราสาทอยู่ภายใต้ sovereignty (อธิปไตย) ของกัมพูชา โดยอ้างอิงจากแผนที่ภาค附 Annex I (แผนที่ Dangrek) ที่ไทยเคยยอมรับและไม่ได้โต้แย้งในอดีต
ภาพลักษณ์การใช้กำลัง: ในเหตุการณ์ปะทะกันทางทหารช่วงปี 2008–2011 ต่างชาติและ UN Security Council มองว่าความขัดแย้งส่วนหนึ่งถูกกระตุ้นโดย การเมืองภายในของไทย (กระแสชาตินิยมและการเมืองกลุ่มต่างๆ ในขณะนั้น) ที่นำประเด็นชายแดนมาใช้ปลุกกระแส จนนำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธ ซึ่งประชาคมโลกมองว่าไทยในฐานะประเทศที่มีศักยภาพทางทหารใหญ่กว่า ควรใช้ความอดทนอดกลั้นและแก้ปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีหรือศาลโลก
.
2. รัฐไทย vs BRN (ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้)
ในกรณีนี้ ภาพสะท้อนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างชาติ (เช่น Human Rights Watch, Amnesty International), สหภาพยุโรป (EU), สหประชาชาติ (UN) และองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) จะมีความซับซ้อนและมีสองมุมมองขนานกัน:
มุมมองที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทย:
สิทธิมนุษยชนและการกดขี่: นักวิชาการและ NGOs ต่างชาติเห็นตรงกันว่า รัฐไทยมีปัญหาเรื่อง การจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนโยบายกลืนชาติในอดีต รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ (เช่น เหตุการณ์ตากใบ, กรือเซะ, การบังคับสูญหาย และการซ้อมทรมาน)
กฎหมายพิเศษ: การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกอย่างยาวนาน ถูกมองว่าเป็นการกดทับประชาชนในพื้นที่และขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล
กระบวนการสันติภาพ: ต่างชาติมองว่ารัฐไทยยังขาดความจริงใจในการแก้ปัญหาที่รากเหง้า (เช่น เรื่องอัตลักษณ์ ภาษา และระบบยุติธรรม) และมักมองปัญหาผ่านเลนส์ "ความมั่นคง" มากกว่าการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
มุมมองต่อฝ่าย BRN และขบวนการก่อการร้าย:
ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน: แม้ต่างชาติจะเข้าใจว่า BRN มีข้อเรียกร้องเรื่องประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ แต่ต่างชาติและ UN ไม่ยอมรับวิธีการของ BRN ที่ใช้การวาง bombs, การสังกัดครู, พระสงฆ์, บุคลากรทางการแพทย์ หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์
ความชอบธรรมของการต่อสู้: การทำร้ายพลเรือนทำให้ BRN ไม่เคยได้รับการรับรองสถานะอย่างเป็นทางการจาก OIC หรือประชาคมโลกในฐานะ "ขบวนการปลดแอกที่ชอบธรรม" (Legitimate Liberation Movement) เหมือนบางกลุ่มในต่างประเทศ BRN จึงถูกมองว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบที่ใช้ความรุนแรงขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law)
ปัญหาผลประโยชน์และเศรษฐกิจความมั่นคง: สิ่งที่นักวิจัยต่างชาติชี้ตรงกันคือ "เศรษฐกิจสงคราม" (War Economy) และผลประโยชน์ของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งงบประมาณจำนวนมากที่ลงไปในพื้นที่ และอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดสภาวะ "เลี้ยงไข้" หรือไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะจบปัญหาอย่างแท้จริง รวมถึงปัญหากลุ่มอิทธิพลการค้าของเลวร้าย (น้ำมันพาสปอร์ต, ยาเสพติด) ที่ทับซ้อนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ประชาคมโลกมองว่า กัมพูชามีความชอบธรรมทางกฎหมายมากกว่าไทย ในเรื่องชายแดน ส่วนกรณีภาคใต้ รัฐไทยถูกติงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการกดขี่เชิงโครงสร้าง ขณะที่ BRN ก็สูญเสียความชอบธรรมจากการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน
: Gemini
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย