Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SPACEMAN มนุษย์อวกาศ
•
ติดตาม
7 ส.ค. เวลา 02:59 • ข่าวรอบโลก
ยานดานูรีของเกาหลีใต้ เผยภาพพื้นผิวดวงจันทร์ หลังชิ้นส่วนจรวดสเปซเอ็กซ์พุ่งชน
องค์การอวกาศเกาหลีใต้ (KASA - Korean AeroSpace Administration) ได้เปิดเผยภาพถ่ายพื้นผิวดวงจันทร์จากยานสำรวจดานูรี (Danuri) ซึ่งบันทึกไว้ได้หลังจากชิ้นส่วนจรวดของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) พุ่งเข้าชนพื้นผิวดวงจันทร์เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยทางหน่วยงานได้นำภาพถ่ายหลังการชนมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายพื้นที่เดียวกันในอดีต เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
เหตุการณ์ชิ้นส่วนจรวดพุ่งชนดวงจันทร์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13:35 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยทาง SpaceX ออกมายืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความตั้งใจ แต่เป็นผลมาจากชิ้นส่วนจรวดท่อนบนของจรวดฟอลคอน 9 (Falcon 9) ที่ถูกปลดทิ้งไว้ในอวกาศ ซึ่งตัวจรวดรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถนำชิ้นส่วนบางส่วนกลับมาใช้งานใหม่ได้ ส่วนชิ้นส่วนจรวดท่อนบนจะถูกปล่อยทิ้งให้โคจรอย่างอิสระตามภารกิจต่างๆ ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้
ชิ้นส่วนจรวดท่อนบนที่ว่างเปล่านี้มีขนาดใหญ่พอๆ กับตึกสูง 5 ชั้น และมีน้ำหนักบนโลกประมาณ 4,000 กิโลกรัม นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณความเร็วขณะพุ่งชนไว้สูงถึง 8,700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การชนด้วยความเร็วสูงเช่นนี้ทำให้เกิดแสงวาบขนาดเล็กบนพื้นผิวดวงจันทร์ แม้ว่าแสงดังกล่าวจะยากต่อการสังเกตการณ์ด้วยกล้องโทรทรรศน์ของนักดาราศาสตร์สมัครเล่นทั่วไปเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันของหลายพื้นที่บนโลก แต่หอดูดาวขนาดใหญ่และยานสำรวจอวกาศต่างจับตาและวิเคราะห์ข้อมูลนี้อย่างใกล้ชิด
จรวด Falcon 9 ลำนี้ เริ่มต้นเดินทางสู่อวกาศตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2568 โดยทะยานขึ้นฟ้าจากรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เพื่อนำส่งยานลงจอดบนดวงจันทร์จำนวน 2 ลำ เข้าสู่วงโคจร หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดันยานส่งไปยังทิศทางของดวงจันทร์ ชิ้นส่วนจรวดท่อนบนที่ใช้เชื้อเพลิงหมดแล้วได้หลุดลอยอยู่ในวงโคจรแบบวงรีระยะยาวที่แกว่งไปมาระหว่างโลกและดวงจันทร์
ตลอดระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา แรงโน้มถ่วงอันแผ่วเบาของโลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ รวมถึงแรงดันจากแสงอาทิตย์ ได้ผลักให้ชิ้นส่วนนี้ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางและเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเบนเข็มเข้าหาดวงจันทร์และพุ่งชนในที่สุด
แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อโลก แต่นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับปัญหาขยะอวกาศ (Space Debris) โดยเขาชี้ให้เห็นว่าในแต่ละปีมีการส่งวัตถุขึ้นสู่อวกาศเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เพียงไม่กี่ทศวรรษ การเดินทางผ่านวงโคจรของโลกอาจกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากความหนาแน่นของขยะอวกาศรอบโลก
ขณะเดียวกัน ชิ้นส่วนจรวดท่อนล่างหรือบูสเตอร์จากภารกิจเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 นั้น ยังคงถูกนำกลับมาใช้งานซ้ำตามเป้าหมาย โดยมีกำหนดการปล่อยตัวสู่อวกาศเป็นครั้งที่ 18 ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อทำภารกิจขนส่งดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) จำนวน 29 ดวง เข้าสู่วงโคจรต่ำของโลกต่อไป
เยี่ยมชม
spacemanthailand.com
ยานดานูรีของเกาหลีใต้ เผยภาพพื้นผิวดวงจันทร์ หลังชิ้นส่วนจรวดสเปซเอ็กซ์พุ่งชน - SPACEMAN มนุษย์อวกาศ
องค์การอวกาศเกาหลีใต้ (KASA – Korean AeroSpace Ad […]
ข่าวรอบโลก
ดาราศาสตร์
อวกาศ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย