Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
การศึกษาเหลื่อมล้ำ ปัญหาใหญ่ฉุดเศรษฐกิจไทย
340,584 ล้านบาท คือตัวเลขงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับจัดสรรในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีการจัดสรรงบประมาณ เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยมากเท่าไร
แต่หนึ่งปัญหาที่ยังคงฝังรากลึกอยู่กับประเทศไทยมานานคือ ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา
รู้ไหมว่า ขณะที่รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณมหาศาลขนาดนี้ กลับมีเด็กไทยมากกว่า 1,000,000 คน ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ หรือหลุดออกจากระบบการศึกษา..
1
ทำไมเรื่องนี้ ถึงน่ากังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในรากฐานสำคัญที่หลายประเทศใช้พัฒนาคน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เจริญก้าวหน้าก็คือ การยกระดับการศึกษาให้แก่ประชากรในประเทศ
หากเราลองดูข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในปี 2567 จะพบว่า ประเทศไทยมีประชากรเด็กวัยเรียน (ช่วงอายุระหว่าง 3-18 ปี) อยู่ราว 12,200,000 คน
แต่ในจำนวนนี้ มีเด็กจากครอบครัวยากจนมากกว่า 300,000 คน ที่ต้องทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย จนส่งผลให้ขาดเรียนบ่อยและเสี่ยงหลุดออกจากระบบ
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มีเด็กอีกกว่า 1,000,000 คน ที่ไม่ได้เรียนหนังสือหรือไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาเลย
โดยเหตุผลอันดับหนึ่ง ของการไม่ได้เข้าเรียน ไม่ใช่เพราะเด็กไม่อยากเรียน แต่คือความยากจนของครอบครัว..
แม้ว่าภาครัฐจะมีนโยบาย “เรียนฟรี 15 ปี” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การส่งลูกเรียนคนหนึ่ง ยังมี “ค่าใช้จ่ายแฝง” ต่าง ๆ มากมายตามมา ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทาง ค่าเครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน และค่าอาหาร ในแต่ละวัน
2
ทำให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะแบกรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ผลที่ตามมาคือ แทนที่จะไปโรงเรียน เด็กจำนวนมากต้องเริ่มมาทำงานหารายได้เพื่อช่วยครอบครัว
1
ซึ่งในอนาคตเมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้น ด้วยความที่ไม่มีวุฒิการศึกษา หรือขาดทักษะเฉพาะทาง จึงทำได้แค่งานใช้แรงงาน และทำงานที่มีรายได้น้อย
และเมื่อมีรายได้น้อย ก็มีโอกาสน้อยที่จะส่งเสริมการศึกษาต่อให้ลูกของตัวเองในอนาคต
ทำให้เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในวันนี้ มีโอกาสที่จะส่งต่อความเหลื่อมล้ำและความยากจนข้ามรุ่น วนเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ..
ขณะที่ตัวเลขงบประมาณของรัฐบาลที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรในปี 2568 คือ 340,584 ล้านบาท คิดเป็นราว 2% ของ GDP
แม้จะเป็นตัวเลขหลักแสนล้านบาท แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD ที่อยู่ที่ 4.9% ของ GDP
และหากเจาะลึกเข้าไปในตัวเลขงบประมาณการศึกษาของไทยมากกว่านั้นจะพบว่า โครงสร้างงบส่วนใหญ่กว่า 70-80% หมดไปกับงบบุคลากรและงบดำเนินงานประจำ
นั่นทำให้เหลืองบประมาณสำหรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา งบลงทุน งบวิจัย นวัตกรรมการเรียนรู้ หรือการพัฒนาหลักสูตร หรือใช้อุดรอยรั่วความเหลื่อมล้ำจริง ๆ ในสัดส่วนที่น้อยมาก
1
และต้องบอกว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในวันนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต
เพราะเมื่อการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น ถือเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่การศึกษาระดับสูงในอนาคต
โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือระบบอัตโนมัติ ที่ต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะสูง
ซึ่งถ้าประเทศไทยขาดแรงงานที่มีทักษะสูง ก็มีโอกาสยากที่จะพัฒนาหรือคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาได้
ทำให้เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในวันนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นแรงงานที่ขาดทักษะในอนาคต
ทำให้ประเทศไทยจึงต้องพึ่งพาแต่การรับจ้างผลิต หรือเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย
ส่งผลตามมาคือ ประเทศหลุดกับดักรายได้ปานกลางได้ยาก
1
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางครั้งแรกในปี 2531 ก่อนที่จะถูกยกระดับมาเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงในปี 2554
เวลาผ่านไปเกือบ 4 ทศวรรษ เรายังคงเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลาง
แม้ว่าเราจะมีการตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ประเทศรายได้สูง ผ่านการผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีใหม่ อำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่ชาวต่างชาติ รวมไปถึงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
แต่ประเทศไทยของเรายังไม่หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้
เหตุผลอย่างหนึ่งคือ แรงงานที่มีทักษะขั้นสูงมีน้อยเกินไป ทำให้ประเทศไทยขาดศักยภาพที่มากพอในการดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ตัวอย่างประเทศที่ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางอย่างชัดเจนที่สุด อย่าง เกาหลีใต้ หรือไต้หวัน
จริงอยู่ว่า บริบทเศรษฐกิจของแต่ละประเทศอาจไม่เหมือนกัน แต่ในอดีตประเทศเหล่านี้ ก็เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพและโอกาสที่เท่าเทียมทางการศึกษา ก่อนเป็นอันดับต้น ๆ
1
กระจายทรัพยากรให้โรงเรียนทุกแห่งอย่างทั่วถึง และพัฒนาการศึกษาให้เด็กเข้าถึงได้ ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่
1
ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ ของประเทศเหล่านี้ เติบโตมาเป็นแรงงานที่มีทักษะ สามารถยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูงได้
จนสุดท้าย ทำให้ประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จ
หลายครั้ง บนหน้าโซเชียลมีเดียเราอาจเคยเห็นการถกเถียงกันเรื่องจะส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ หรือต่างประเทศดีหรือไม่ ?
แต่ในอีกด้านหนึ่งของสังคมไทย เรากำลังมีเด็กอีกกว่า 1,000,000 คน ที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ
2
ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของประเทศเราที่เผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี
และตราบใดที่เรายังปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานี้คงอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ ความฝันที่จะเห็นประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ก็อาจเป็นได้แค่เป้าหมายที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ เช่นกัน..
2
เศรษฐกิจ
26 บันทึก
53
24
26
53
24
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย