12 ส.ค. เวลา 08:56 • ศิลปะ & ออกแบบ

ไปซานตาลูเซีย

เย็นนี้ขอไปเดินเล่นตรงด้านล่างของเมือง ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตรงนี้มีเรื่องราวเยอะอยู่
เลียบฝั่งทะเลไป มองเห็นภูเขาไฟวิซูเวียส อยู่ไกล ๆ ภูเขาไฟนี้เองที่ระเบิดออกถล่มเมืองปอมเปอีในปี ค.ค. 79 หรือประมาณเกือบสองพันปีมาแล้ว เมืองถล่มโดนปกคลุมด้วยภูเขาไฟ จนนักโบราณคดีมาขุดค้นก็ได้พบกับอารยธรรมพันปีที่เก็บผนึกไว้ ใครสนใจเรื่องนี้ไปอ่านดูในบทที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์เนเปิลได้
ภูเขาไฟวิซูเวียส
ยืนมองแล้วจินตนาการเห็นภาพหายนะ ไฟจากภูเขาและควันพวยพุ่ง ฝูงชนลนลานกรีดร้องแล้วทอดอาลัย
มองไปที่ฝั่งทะเลข้างหน้า ตรงนี้คือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่เรารู้จักมันมาตั้งแต่เด็ก คุณครูสอนว่ามันเป็นทะเลที่มีความสำคัญมาก ตั้งแต่โลกยุคโบราณมาจนถึงปัจจุบัน อารยธรรมสำคัญของโลกเกิดขึ้นรอบทะเลนี้ ทั้งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก โรมัน และอื่น ๆ ปะทะสังสรรค์กันทั้ง 3 ทวีป ซึ่งล้อมรอบทะเลแห่งนี้ บางทีก็เป็นมิตร ค้าขายกัน บางทีก็สู้รบกัน ประวัติศาสตร์หลายหน้าถูกเขียนขึ้นที่นี่
ทอดตาไปข้างหน้า จินตนาการไปว่าเป็นนกบินโผไปตรงข้ามทะเลแห่งนี้ ผมก็จะไปถึงทวีปแอฟริกา แถวตูนิเซีย เป็นที่ตั้งของอาณาจักรคาร์เธจซึ่งเคยรุ่งเรืองและทำสงครามกับโรมันมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล
ฝูงเรือที่ซานตาลูเซีย
และถ้าเดินเลียบเอื่อย ๆ ไป ก็จะพบกับฝูงเรือประมงที่จอดเรียงรายกัน เรือบางลำอาจพานักท่องเที่ยวออกไปชมทิวทิศน์ของเมืองเนเปิลในมุมมองจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ตรงนี้เองที่เรียกขานกันว่า ซานตาลูเซีย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลงหวานไพเราะ ซึ่งกล่าวถึงการเชิญชวนคนรักให้ออกมาแล่นเรือด้วยกัน
เพลงนี้เดิมเป็นภาษาเนเปิล (ต้องเข้าใจนะว่าเนเปิลมีอารยธรรมเป็นของตนเอง มีภาษาของตนเอง) ต่อมาได้แปลเป็นภาษาอิตาเลียนจนโด่งดังมาก และในที่สุดก็ได้มาเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร
(ในฐานะคนที่จบศิลปากร ผมภูมิใจมากนะที่เพลงประจำมหาวิทยาลัยของเราแปลกไปจากมหาวิทยาลัยอื่น เป็นที่เดียวของประเทศที่เพลงประจำมหาวิทยาลัยเป็นภาษาอิตาเลียน)
สาเหตุดังนี้ก็เพราะ เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของ อ.ศิลป์ พีระศรี ผู้ที่ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยนั่นเอง ศิษย์สมัยก่อน ๆ มักจะได้ยินอาจารย์ร้องเพลงนี้บ่อย ๆ
ที่บริเวณถนนแถวนั้น มีชุ้มหินอ่อนตั้งอยู่ ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร พอไปหาดู มันถูกเรียกว่า น้ำพุแห่งยักษ์ (Fontana del Gigante) หน้าตาเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรกชัดเจน สร้างประมาณ 700 ปีมาแล้ว ตรงซุ้มกลางมีที่ตั้งให้น้ำพุพุ่งออกมา (แต่ตอนที่เราไปดูไม่เห็นมีน้ำออกมาเลย และคงเป็นเช่นนี้มานานแล้ว) ซุ้มนี้ประดับด้วยรูปสลักเทพเจ้าแห่งแม่น้ำ สัตว์ในท้องทะเล และตราประทับประจำเมืองเนเปิล กับราชวงศ์ในยุคนั้น
สาเหตุที่มีชื่อนี้ เป็นเพราะเดิมมันอยู่ในวังและมีที่ตั้งส่วนข้าง ๆ รูปสลักยักษ์โบราณ เลยถูกเรียกขื่อนี้ ตอนหลังพบย้ายมาตั้งที่ซานตาลูเซีย คนก็ยังเรียกชื่อนี้อยู่ ขอบอกว่าน้ำพุนี้ก่อนจะมาอยู่ซานตาลูเซีย มันถูกย้ายไปที่ต่าง ๆ หลายครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
น้ำพุนี้ เป็นสัญลักษณ์หนึ่งในซานตาลูเซีย แต่ขอบอกตรง ๆ ว่าเราไม่เห็นจะชอบ มันดูเชยและไม่เห็นจะสวยเลย
มีใครชอบบ้าง บอกมาได้นะครับ
เดินผ่านซานตาลูเซีย เห็นป้อมปราสาทสีเหลือง ตรงนี้มีชื่อว่า Castel dell’Ovo ฟังดูแล้วใครบางคนอาจจะแปลออกเป็นภาษาไทยว่าอะไร ถ้าใครคิดว่ามันคือ “ปราสาทไข่” ก็ขอบอกว่าถูกต้องจ้า.......ได้รางวัลเป็นเสียงปรบมือจากคนเขียนดังๆ
ที่เรียกกันแบบนี้ เพราะมันมีตำนานว่า กวีโรมันคนหนึ่งชื่อ เวอร์จิล เป็นพ่อมดที่ได้นำเอาไข่วิเศษใส่ไว้ในขวดแก้ว และซ่อนไว้ใต้กรงเหล็กใต้ฐานรากของปราสาทพร้อมกับร่ายมนต์คุ้มกัน โดยมีคำทำนายว่าถ้าไข่นี้แตกปราสาทจะพังทลายลงมาและเนเปิลจะประสบภัยครั้งใหญ่
อันที่จริงยังไม่มีใครได้เห็นไข่วิเศษใบนั้นจริง ๆ หรอก เพราะมันอยู่ใต้ดิน แต่ก็มีคนเชื่อตำนานนี้จริง ๆ ครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 14 มีพายุใหญ่พัดเข้ามาจนกำแพงปราสาทบางส่วนพัง คนเนเปิลก็หวั่นใจว่าไข่คงแตก และเมืองเนเปิลจะอัปปาง จนกระทั่งพระราชินีต้องออกมาประกาศว่าไข่ยังอยู่ดีได้รับการเปลี่ยนไปอยู่ขวดแก้วใบใหม่แล้วเพื่อให้ชาวเมืองสบายใจ (ด้วยเรื่องหลอก ๆ แบบนี้)
ตอนที่เห็นปราสาท ผมคิดว่ารูปทรงดูสมัยใหม่มาก มีลักษณะเป็นเรขาคณิตง่าย ๆวางจังหวะสวยงาม จนน่าจะมาจากยุคโมเดิร์นด้วยซ้ำ แต่อันที่จริง ปราสาทนี้เป็นปราสาทแรกของเนเปิล เดิมเป็นคฤหาสน์ของแม่ทัพโรมัน และต่อมาได้กลายเป็นป้อมที่ใช้กักขังจักรพรรดิ โรมุลุส ออกุสตุลุส กษัตริย์โรมันที่ถูกเนรเทศ
ต่อมาเหล่านักบวชได้สร้างอารามขึ้นมาแล้วก็มีกษัตริย์อีกพระองค์เข้ามาครองเนเปิล และสร้างตรงนี้ให้เป็นป้อมปราการ และภายหลังมีการเสริมกำแพงหนาขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตี
ไม่น่าเชื่อนะว่าปราสาทจะมีประวัตินานขนาดนี้
ผมได้ไปเยือนป้อมนี้ในช่วงที่ดีมาก เป็นยามเย็นที่แสงแดดเป็นสีทองอาบไล้ผนัง เห็นแสงและเงาเป็นรูปงดงาม ถ่ายรูปก็สวย ยืนถ่ายรูปไป มีนกนางนวลมาจ้องมอง ไล่ก็ไม่ไป
ใครบางคนในแสงตะวันรอน
แสงเงายามสนธยา
อาทิตย์ลับขอบฟ้า
คลื่นกระทบฝั่งที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
เดินขึ้นไปด้านบนป้อม มองดูเมืองเนเปิล และซานตาลูเซีย ลงมาตัดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีคลื่นกระแทกไปมา พร้อมกับร้องเพลงซานตาลูเซียอยู่ในใจ
Sul mare luccica l'astro d'argento.
Placida è l'onda, prospero è il vento.
Sul mare luccica l'astro d'argento.
Placida è l'onda, prospero è il vento.
Venite all'agile barchetta mia,
Santa Lucia! Santa Lucia!
Venite all'agile barchetta mia,
Santa Lucia! Santa Lucia!
ดวงดาวสีเงินส่องแสงระยิบระยับบนผืนน้ำ
คลื่นลมสงบเงียบสงบ ลมพัดพาโชคดี
ดวงดาวสีเงินส่องแสงระยิบระยับบนผืนน้ำ
คลื่นลมสงบเงียบสงบ ลมพัดพาโชคดี
เชิญมาลงเรือลำน้อยที่ปราดเปรียวของฉัน
ซานตาลูเซีย! ซานตาลูเซีย!
เชิญมาลงเรือลำน้อยที่ปราดเปรียวของฉัน
ซานตาลูเซีย! ซานตาลูเซีย!

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา