Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Sakda Variety
•
ติดตาม
8 ส.ค. เวลา 12:14 • กีฬา
"เมื่อความพ่ายแพ้ ไม่ได้กระทบแค่สถิติ"
🥊 ดูมวย ONE ลุมพินี รายการ The Inner Circle 25 เมื่อวานนี้ ผมโฟกัสเป็นพิเศษที่คู่เอกกับคู่รอง เพราะมีนักมวยที่คาดหวังว่าจะชนะทั้งสองคู่
สุดท้ายกลับผิดหวังทั้งสองคู่เลยครับ...
คู่แรกเป็นไฟต์ล้างตาของยอดมวยไทย “ซุปเปอร์เล็ก” กับ “ดายาคาเยฟ” นักชกจากรัสเซีย
การเจอกันครั้งก่อนเป็นไฟต์ที่คาใจแฟนมวยไม่น้อย เพราะซุปเปอร์เล็กโดนหมัดของดายาคาเยฟจนนับในยกแรก แต่อีกสองยกหลัง ซุปเปอร์เล็กกลับมาไล่ยำ ทั้งเข่า ทั้งอาวุธหนัก จนอีกฝ่ายออกอาการหมดสภาพ
แต่สุดท้ายดายาคาเยฟกลับเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปแบบไม่เอกฉันท์
กลับมาเจอกันครั้งนี้ ยกแรกซุปเปอร์เล็กทำได้ดีมาก ฟันศอกเข้าใบหน้าคู่ต่อสู้จนมีอาการขาปัดขาเป๋ให้เห็น
แต่พอเข้ายกสอง กลายเป็นว่าแพ้ภัยตัวเอง...
จังหวะเตะไปปะทะกับหัวเข่าของคู่ต่อสู้ ทำให้เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักบริเวณเข่า จนไม่สามารถชกต่อได้ และแพ้ทีเคโออย่างน่าเสียดาย
เท่ากับว่าซุปเปอร์เล็กแพ้เป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกันแล้ว
นี่อาจเป็นช่วงขาลงที่หนักที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพของเขาจริงๆ
อาการบาดเจ็บลักษณะนี้คงต้องใช้เวลารักษาและฟื้นฟูไม่น้อย และสิ่งที่น่าห่วงไม่แพ้ร่างกายก็คือ “ความมั่นใจ”
ยอดมวยที่มีฝีมือระดับนี้ บางครั้งก็เหมือนแพ้ให้กับจังหวะและโชคชะตาแบบไม่น่าเชื่อ
น่าเห็นใจมากครับ
🥊 ส่วนคู่เอกของรายการ “นาบิล อานาน” พบกับ “เสือคิม” รุ่นเก๋าจอมอึด
ก่อนชก เซียนมวยส่วนใหญ่ให้นาบิลเป็นต่อถึงประมาณ 5 ต่อ 1 ทั้งจากฟอร์มการชกและความได้เปรียบด้านรูปร่างส่วนสูง
นาบิลเพิ่งเสียแชมป์ให้กับแรมโบ้เล็กมา ทำให้ไฟต์นี้เจ้าตัวดูชกอย่างรัดกุมเป็นพิเศษ เหมือนยังระวังเรื่องการโดนหมัดบวกจากไฟต์ก่อน จึงไม่ได้เปิดเกมออกอาวุธมากเท่าที่ควร
กระทั่งยกสอง นาบิลพลาดโดนหมัดซ้ายของเสือคิมเข้าเต็มๆ ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไป ก่อนที่เสือคิมจะมีเข่าตามน้ำเข้ามาอีกจังหวะ
กรรมการนับ 8 นาบิลทันที
หลังจากนั้นเหมือนนาบิลรู้แล้วว่าต้องเปลี่ยนแผน
ตั้งแต่กลางยกสองไปจนถึงยกสาม เขาเดินลุยไล่เช็กบิลเสือคิมแบบเต็มตัว
ทั้งหมัด เข่า ศอก ประเคนเข้าไปแทบทุกอย่าง
เสือคิมโดนจนโงนเงน หลายจังหวะแทบจะหลับทั้งยืน แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ กัดฟันยืนรับอาวุธและไม่ยอมทิ้งตัวลงง่ายๆ
สุดท้ายผลการตัดสินออกมาเป็น “เสือคิม” ชนะคะแนนแบบไม่เอกฉันท์
ส่วนตัวผมมองว่า จุดตัดสินสำคัญก็คือการได้นับ 8 ในยกสอง
แต่ถ้ามองในเรื่องรูปเกมและอาการช่วงท้าย นาบิลเป็นฝ่ายเดินไล่ทำอยู่แทบตลอด และน่าจะทำคะแนนได้ดีกว่าในสองยกที่เหลือด้วยซ้ำ
มันทำให้นึกถึงไฟต์ซุปเปอร์เล็กกับดายาคาเยฟครั้งก่อนขึ้นมาทันที
เวทีนี้ไม่มีผลเสมอ ต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้
แนวทางการให้คะแนนที่เคยอธิบายกันไว้ คือดูทั้งเรื่องความเสียหาย อาการ และสภาพของนักมวยเมื่อครบยก
แต่จากที่ดูมาหลายไฟต์ บางครั้งพอนักมวยได้ “นับ” มาแล้ว หลังจากนั้นเพียงประคองตัวให้ครบยก บล็อกอาวุธ หรือถอยหนีเพื่อไม่ให้โดนน็อก ก็ยังมีโอกาสได้รับการชูมือสูงมาก
ยิ่งเวทีนี้ใช้นวมเล็ก 4 ออนซ์ด้วยแล้ว ทุกอย่างยิ่งพลิกได้จากอาวุธเพียงครั้งเดียว
ต่อให้รูปมวยโดยรวมเป็นรอง แต่ถ้ามีหมัดหนึ่งที่เข้าเป้าจนคู่ต่อสู้โดนนับ มันอาจกลายเป็นจุดที่ตัดสินไฟต์ทั้งไฟต์ได้เลย
จึงอดสงสารนาบิลไม่ได้เหมือนกัน
เจ้าตัวประเคนอาวุธใส่เสือคิมแทบตาย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับการชูมือ
ขณะเดียวกันก็ต้องยกย่องหัวใจของเสือคิมด้วยครับ ว่าอึดและทนจริงๆ โดนอาวุธหนักขนาดนั้นยังยืนจนครบยกได้
อีกเรื่องที่ผมแปลกใจคือ เสือคิมได้รับโบนัสถึง 1.7 ล้านบาท ทั้งที่รูปเกมเป็นไฟต์ที่ชนะมาแบบทุลักทุเลพอสมควร
แต่เสือคิมก็เป็นนักมวยฝีมือดี และเป็นนักมวยไทยที่หลายคนชื่นชอบในเรื่องนิสัยใจคอ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ในอีกมุมหนึ่งก็อดสงสารน้องนาบิลไม่ได้
ทราบว่าหลังจากแพ้ติดต่อกันเป็นครั้งที่สอง เจ้าตัวถึงกับโกนผมทั้งหัว
สำหรับนักกีฬาระดับสูง ความพ่ายแพ้ไม่ได้กระทบแค่สถิติ แต่กระทบไปถึงความมั่นใจและสภาพจิตใจด้วย
ทั้งนาบิลและซุปเปอร์เล็กคงต้องใช้เวลาไม่น้อยในการเรียกสิ่งเหล่านี้กลับมา
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทั้งสองคนครับ
ขอให้รักษาร่างกาย รักษาหัวใจ และกลับมาในวันที่แข็งแกร่งกว่าเดิมอีกครั้ง
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย