8 ส.ค. เวลา 19:45 • กีฬา
ราชมังคลากีฬาสถาน

“ชนะ 4 นัดรวด + คลีนชีต 100% ทำไมแฟนบอลไทยยังบ่น?”

เหตุผลง่ายๆ ครับ เพราะพวกเราไม่ได้บ่นเรื่องผลการแข่งขัน
แต่เป็นเรื่อง “วิธีเล่น” ที่ต้องนั่งถ่างตาดูตลอด 90 นาที ตามนี้ 🇹🇭 🇲🇲
.
.
.
.
1. แปะคืนหลัง แปะคืนหลัง แล้วก็...แปะคืนหลัง 🥱
- ถ้าวัดเฉพาะเกมกับเมียนมา ผมแทบอยากมอบฉายา “อาแปะเมืองไทย” ให้ "พิชา อุทรา" เลย
รับบอลมา → แปะคืน
มีช่องขึ้นหน้า → แปะคืน
บอลมาถึงกลางสนาม → วนกลับไปตั้งใหม่
แต่ใดๆ ต้องห้อยดอกจันไว้ตัวใหญ่ๆ ว่า
นี่คือการพูดถึง “ฟอร์มเกมเดียว” เท่านั้น
เพราะแฟนบอลที่ติดตามพิชามาตลอดก็บอกเหมือนกันว่า ปกติเขาไม่ได้เล่นแบบนี้ และทำได้ดีกว่านี้เยอะ
สมัยเล่นให้เมืองทอง เราเคยเห็นพิชาเป็นกองกลางที่วิ่งเยอะ เชื่อมเกม เล่นน้อยจังหวะ ช่วยทั้งเกมรับและเกมรุก และเดิมทีเขาก็มีพื้นฐานเป็นผู้เล่นแนวรุกมาก่อน
เพราะฉะนั้นแทนที่จะสรุปว่า “พิชาเล่นได้แค่นี้”
ผมกลับสงสัยมากกว่าว่า
มันเป็นเพราะระบบหรือเปล่า?
ฮัดสันต้องการให้กองกลางเล่นปลอดภัย?
ต้องการให้ทีมครองบอลเป็นหลัก?
หรือกำชับให้ลดความเสี่ยงในการเสียบอล?
เราไม่รู้ และไม่อาจฟันธงว่าเป็นคำสั่งของโค้ช
แต่ภาพที่เกิดขึ้นคือ ไม่ใช่แค่พิชา คนอื่นก็มีอาการคล้ายๆ กัน คือ ตัวเลือกแรกเหมือนคิดถึงการครองบอลไว้กับทีม ก่อนคิดถึงการเล่นทะลุไปข้างหน้า
จนบางช่วงอยากถามจริงๆ ว่า
เห้ยยย ประตูเมียนมาอยู่ข้างหน้านะครับ ไม่ได้อยู่หลังเซนเตอร์เรา
การคืนบอลเพื่อตั้งเกมไม่ผิด
การครองบอลก็ไม่ผิด
แต่ถ้าครองไปครองมาแล้วสุดท้ายบอลกลับมาอยู่จุดเดิมตลอด มันก็ต้องถามว่า ครองบอลไปเพื่ออะไร? ถ้าทำได้แบบสเปนค่อยว่ากัน
2. ชนะ 2-0 แต่ทั้ง 2 ลูกมาจากจุดโทษ
- ประตูของ "วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ" และ "เจะฮานาฟี มามะ" มีค่าเต็มๆ ครับ ไม่มีเหตุผลต้องลดคุณค่าประตูจากจุดโทษ
แต่คำถามที่แฟนบอลตั้งกันเยอะมากคือ
ถ้าไม่มี 2 จุดโทษ เกมนี้จะเป็นยังไง?
เพราะตลอด 90 นาที หากมองเฉพาะการสร้างโอกาสจากโอเพนเพลย์ เรามีจังหวะที่ทำให้รู้สึกว่า
“เฮ้ย ลูกนี้ต้องเข้าแล้ว!”
สักกี่ครั้ง?
นี่ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่สมควรชนะ
แต่มันคือคำถามเรื่อง คุณภาพของเกมรุก
เพราะถ้าเป้าหมายของเราคือการเป็นทีมที่ไปไกลกว่าอาเซียน วันหนึ่งเราอาจไม่ได้เจอคู่แข่งที่แจกจุดโทษให้ถึง 2 ครั้งแบบนี้
3. พอนำแล้ว เหมือนรีบเข้าโหมดเอาผลเร็วเกินไป
ไทยได้ประตูนำตั้งแต่ต้นเกม
แต่หลังจากนั้นภาพของทีมเหมือนค่อยๆ ลดความทะเยอทะยานในการบุกลง
ไม่ได้หมายความว่าต้องบุกแบบไม่คิดชีวิตนะครับ
การบริหารเกมเป็นเรื่องสำคัญ
แต่เมื่อคุณเล่นในบ้าน เจอเมียนมา และคุณภาพผู้เล่นโดยรวมเหนือกว่า แล้วเริ่มเล่นแบบเซฟๆ ตั้งแต่เกมยังเหลือเวลาอีกเยอะ คนดูก็ย่อมรู้สึกอึดอัด
ยิ่งช่วงท้ายมีภาพการพาบอลไปมุมธงเพื่อฆ่าเวลา ทั้งที่นำอยู่ 2-0
ตามหลักฟุตบอลคือ "ทำได้"
แต่ในฐานะแฟนบอล ก็อดถามไม่ได้เหมือนกันว่า
เราจำเป็นต้องเซฟขนาดนั้นกับเมียนมาจริงหรือ? ไม่ได้ด้อยค่าเขานะครับ แต่เอาหน่อย กล้าๆ เล่น กล้าขยี้หน่อยก็ได้
4. ความกล้าเล่น ความสามารถเฉพาะตัว หายไปไหน?
ต้องให้ความเป็นธรรมกับทีมก่อนว่า เกมนี้ไทยขาดตัวรุกจากโทษแบนถึง 4 คน
คคนะ คำยก
ยศกร บูรพา
เสกสรรค์ ราตรี
ธีรศักดิ์ เผยพิมาย
ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกมก่อนๆ เราเห็นแล้วว่า มีทั้งความสด ความกล้าดวล และความพยายามเล่นไปข้างหน้า
เมื่อขาดทั้งหมดพร้อมกัน เกมรุกย่อมได้รับผลกระทบ
แต่ในอีกด้าน นักเตะที่มีจุดเด่นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวอย่าง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า หรือผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ได้รับโอกาส กลับไม่ได้แสดงจุดแข็งเหล่านั้นออกมาเท่าที่ควร
จึงเกิดคำถามเดียวกับกรณีพิชา
นักเตะไม่กล้าเล่นเอง หรือระบบทำให้ทุกคนเลือกทางปลอดภัยมากเกินไป?
เพราะถ้าเราเรียกนักเตะที่มีจุดเด่นเรื่องลากกินตัว เล่น 1 ต่อ 1 หรือสร้างความแตกต่างเข้ามา
แต่สุดท้ายทุกคนรับบอลแล้วคิดถึงการแปะคืนก่อน
ของที่มีก็ไม่ได้ถูกใช้
5. คนดูจ่ายเงิน ไม่ได้ซื้อแค่ตัวเลข 2-0
- เกมนี้มีแฟนบอล 13,026 คน เข้ามาที่ราชมังคลากีฬาสถาน ทั้งที่ฝนตก
พวกเขาเสียทั้ง ค่าบัตร ค่าเดินทาง และเวลา เพื่อมาเชียร์ทีมชาติไทย
ส่วนคนดูทางบ้านก็ต้องเสียเงินสมัครดูการถ่ายทอดสด และยังมีเสียงบ่นจากผู้ชมบางส่วนเรื่องสัญญาณกระตุกอีก
เพราะฉะนั้นเวลามีคนพูดว่า “ก็ชนะแล้ว จะบ่นอะไรอีก?”
ผมว่ามันอาจง่ายเกินไปนิสส เพราะแฟนบอลเราๆ ไม่ได้จ่ายเงินซื้อแค่ผล 2-0 เขาจ่ายเงินเพื่อดูฟุตบอล 90 นาที
และถ้าฟุตบอลไทยกำลังพยายามเรียกคนกลับเข้าสนาม เรียกศรัทธากลับมา หรือทำให้คนรู้สึกว่าการเสียเงินดูทีมชาติไทยมัน “คุ้ม”
ฟุตบอลก็ต้องให้อะไรกับเขามากกว่าผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว
ไหนจะทรูวิชันที่กระตุกเป็นว่าเล่น คนเขาจ่ายตังค์มาดูนะเออ
199 หรือมากกว่านี้ ถ้าคุณภาพการถ่ายทอดมันดี เล่นให้น่าเชียร์ เป็นพันเราก็จ่ายมาดูเช่นกัน
6. เพราะ “ผลงานดี” กับ “เล่นดี” เป็นคนละเรื่องกัน
- จากหน้าสื่อ 4 นัด 12 คะแนนเต็ม ไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว
นี่คือผลงานที่ยอดเยี่ยม และทั้งฮัดสันกับนักเตะสมควรได้รับเครดิตเต็มๆ
แต่การชมผลงานไม่ได้หมายความว่าเราต้องห้ามวิจารณ์วิธีเล่น
และผลงานดีกับเล่นดี ทั้ง 2 อย่างเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ทีมชาติไทยสามารถมีผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก และในเวลาเดียวกันก็สามารถเล่นฟุตบอลที่น่าเบื่อมากได้เช่นกัน
เพราะฉะนั้นก่อนเจอสิงคโปร์ สิ่งที่อยากเห็นไม่ใช่การรื้อทุกอย่างใหม่
แต่คือการทำให้ทีมที่ตอนนี้ “รู้วิธีชนะ”
เพิ่มอีกอย่างเข้าไปคือ “รู้วิธีทำให้คนอยากดู”
เพราะสุดท้ายถ้าเราต้องการเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมา
ชัยชนะทำให้คนดีใจหลังจบเกม
แต่ฟุตบอลที่น่าดูต่างหาก ที่ทำให้เขาอยากกลับมา
และ 4 เกมที่ผ่านมานี้ บอกเลยว่า "อาจจะยัง"
อืมมม แอบคิดถึงพี่โก้จัง
เจอกันในเกมกับสิงคโปร์นะครับ 🇹🇭 🇸🇬 ⚽
ขอบคุณภาพจาก: ช้างศึก - ฟุตบอลทีมชาติไทย
โฆษณา