10 ส.ค. เวลา 06:19 • หนังสือ

บทที่ 97 ตอนพิเศษ เซี่ย·เถา {5}

เถาซิงอ๋างเป็นน้องเล็กของบ้าน ตั้งแต่เด็กก็ปากหวานแต่หัวไม่ค่อยดี คนในครอบครัวต่างพากันเอ็นดูและตามใจเขา
ครั้งเดียวที่เขาได้รับแรงกระแทกจากคนในครอบครัว ก็คือตอนที่เสิ่นจางต้องการหาคู่ดูตัวให้เสิ่นเจาหลี่ พ่อของเถาซิงอ๋างกับเถารุ่ยอ๋างจึงคิดจะให้ทั้งสองบ้านแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กัน เถาซิงอ๋างจึงเปิดตัวเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวเองออกมาตรง ๆ
ผลจากการเปิดตัวก็คือ เขาถูกไล่ออกจากเป่ยอันโดยตรง ให้ไปสร้างผลงานด้วยตัวเองเสียบ้าง
เถาซิงอ๋างเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา เรื่องของเขากับเซี่ยอี๋เยี่ยนไม่ได้ปิดบังใคร เพียงแต่ช่วงไม่กี่วันนี้แม่กับคุณย่าคิดถึงเถาซิงอ๋างมากเหลือเกิน จึงให้เขาพาเซี่ยอี๋เยี่ยนกลับบ้านมาอยู่ด้วยกันสักสองสามวัน
เมื่อเท้าเหยียบลงบนพื้นดินของเป่ยอัน เถาซิงอ๋างกางแขนออกทั้งสองข้าง พลางพูดอย่างมีความสุข
“ยังไงเป่ยอันก็ดีที่สุด!”
จริง ๆ แล้วเป่ยอันมีปัญหาหมอกควันค่อนข้างหนัก และทิวทัศน์ก็ไม่ได้งดงามเท่าเมืองหนานเจียง แต่เถาซิงอ๋างชอบเมืองเป่ยอันแห่งนี้ เพราะรากเหง้าของเขาอยู่ที่นี่ และสิ่งที่เขารักและชื่นชอบทั้งหมดก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
มือข้างหนึ่งโอบรอบข้อมือของเขา ดึงแขนที่กางออกลงมา
“ต่อไปพวกเราอยู่เป่ยอันครึ่งปี หนานเจียงครึ่งปี”
เถาซิงอ๋างหันไปมองเขา ดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะรีบส่ายหัวเป็นพัลวัน
“อย่าเลย พี่ใหญ่ฉันได้บ่นฉันตายแน่”
“นายกลัวพี่ชายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แน่นอนสิ พี่ใหญ่ฉายาคือ ‘หลัวซากุระหยก’* เมื่อก่อนตอนที่พี่เสิ่นยังมีชีวิตอยู่ เขาก็แค่เป็นคนค่อนข้างเย็นชาเท่านั้น แต่หลังจากพี่เขาเสียไป เถารุ่ยอ๋างก็กลายเป็นคนโรคจิตไปเลย!”
(*玉面羅剎 หมายถึงบุรุษหน้าตาหล่อเหลาแต่มีนิสัยดุดันเย็นชา ราวกับยมทูตหน้าหยก)
เซี่ยอี๋เยี่ยนหัวเราะเบา ๆ ก่อนถามว่า
“พี่ใหญ่ของนายคงไม่ใช่…”
เถาซิงอ๋างใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มของเขา
“ห้ามพูดจาเหลวไหล พี่ใหญ่ฉันเป็นผู้ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขากับพี่เสิ่นเป็นพี่น้องลูกผู้ชายกันจริง ๆ บ้านฉันมีฉันคนเดียวที่มีรสนิยมไม่เหมือนชาวบ้าน นายอย่ามั่วซั่วจับคู่ให้คนอื่นสิ!”
“ได้ ฉันไม่มั่วแล้ว”
เถาซิงอ๋างเดินนำไปข้างหน้า ส่วนเซี่ยอี๋เยี่ยนเข็นกระเป๋าเดินทางสองใบตามหลังเขา
“พี่เสิ่นเป็นคนดีมากจริง ๆ ทุกครั้งที่ฉันนึกถึงเรื่องที่เขาเสียชีวิต ฉันก็รู้สึกเสียดายเหลือเกิน ประโยคนั้นพูดว่าอะไรนะ คนบางคนมีชีวิตอยู่แต่กลับตายไปแล้ว ส่วนบางคนตายไปแล้ว แต่ยังคงมีชีวิตอยู่ในหัวใจของคนอื่น”
เซี่ยอี๋เยี่ยนมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม พลางเอ่ยคล้อยตาม
“อ๋างจื่อพูดถูกทุกอย่าง”
เถาซิงอ๋างหันกลับมา แล้วยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วพร้อมทำท่ากำชับ
“กลับถึงบ้านห้ามเรียกฉันว่าอ๋างจื่อ พี่ใหญ่ฉันก็มีคำว่า ‘อ๋าง’ อยู่ในชื่อเหมือนกัน”
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?”
“เอ่อ… เรียกชื่อฉัน เรียกชื่อเต็ม”
ทันทีที่เดินเข้าบ้าน คุณย่าก็เข้ามาดึงตัวเถาซิงอ๋างเอาไว้ พลางเรียกอย่างสนิทสนม
“ซิงซิง เจ้าตัวไม่รู้จักบุญคุณเอ๊ย ในที่สุดก็กลับมาสักที!”
เถาซิงอ๋างมองเซี่ยอี๋เยี่ยนอย่างกระอักกระอ่วน ส่วนเซี่ยอี๋เยี่ยนก็หันหน้าไปอีกทาง
เถาซิงอ๋างศอกใส่เขาไปทีหนึ่งทันที
“แอบหัวเราะอีกแล้ว!”
“พ่อหนุ่มคนนี้ หล่อจริง ๆ!”
คุณย่าปล่อยมือจากเถาซิงอ๋างไปแล้ว ก่อนจะคว้ามือเซี่ยอี๋เยี่ยนเอาไว้ ตบ ๆ คลำ ๆ อยู่หลายที
“ซิงซิงนี่ตาถึงเหมือนย่าเลย ตอนที่ย่าเป็นสาว ปู่ของแกก็หล่อแบบนี้แหละ ทำเอาย่าหลงจนหัวปักหัวปำ!”
“ย่า ทำตัวสำรวมหน่อยสิครับ!”
เถาซิงอ๋างดึงมือคุณย่าออก แล้วคล้องแขนเธอพาเดินเข้าไปในห้องรับแขก
ความหมายของการมีครอบครัวอยู่ ก็คือไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ยังมีคนคอยเป็นห่วงเสมอ
ครอบครัวของเถาซิงอ๋างอบอุ่นมาก ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความรักความเอาใจใส่
เมื่อได้ยินว่าเถาซิงอ๋างพาแฟนหนุ่มกลับมาบ้าน คุณอาสองคนของเถาซิงอ๋างก็พากันมาที่บ้านเพื่อร่วมสนุกด้วย
ทั้งครอบครัวพูดคุยกันจนถึงเวลาอาหารเย็น เซี่ยอี๋เยี่ยนรู้สึกว่าตัวเองยิ้มจนหางตาแทบจะมีริ้วรอยขึ้นมาแล้ว
จนกระทั่งพ่อของเถาซิงอ๋างกับเถารุ่ยอ๋างกลับมาถึงบ้าน ทั้งสองคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศรอบตัวก็พลันกดดันขึ้นหลายส่วน
เถารุ่ยอ๋างดูเหมือนพ่อมากกว่าพ่อแท้ ๆ เสียอีก คำพูดแต่ละคำที่ออกมาจากปากเขาสามารถแช่แข็งคนไปได้ตั้งครึ่งโต๊ะ
“ยังรู้จักกลับมาอีกเหรอ”
ไม่มีคำลงท้าย ไม่มีน้ำเสียงใด ๆ จนมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เถาซิงอ๋างตกใจจนตะเกียบแทบหลุดจากมือ
“อืม… คุณย่ากับแม่… แล้วก็พวกคุณอาคิดถึงฉันน่ะ”
เถารุ่ยอ๋างหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกับข้าวหนึ่งคำ
“จะอยู่กี่วัน”
เถาซิงอ๋าง: ???
ตกลงนี่ถามว่าเขาจะอยู่กี่วัน หรือกำลังบอกให้เขาอยู่ต่ออีกหลายวันกันแน่!
พ่อครับ พี่ใหญ่ครับ!
เถาซิงอ๋างกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบคำถามแสนเสียดแทงนี้อย่างไร ก็ได้ยินเถารุ่ยอ๋างพูดขึ้นอีกครั้ง
“คุณเซี่ยก็มาด้วย”
เซี่ยอี๋เยี่ยนยิ้มอย่างสงบนิ่ง
“ครับ รบกวนแล้ว”
เจ้าหมอนี่กลับทำตัวหน้าตาเฉยได้ดีจริง ๆ คราวก่อนเถารุ่ยอ๋างเรียกเขากลับบ้านจากคลับ ก็เล่นเอาเขาถูกด่าจนแทบไม่กล้าเงยหน้า
นอกจากจะตำหนิด้วยความรู้สึกเสียดายที่อีกฝ่ายไม่เอาไหนแล้ว ยังพูดว่าเซี่ยอี๋เยี่ยนเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายขนาดไหน
แม้จะไม่ได้ยุยงให้ทั้งสองคนเลิกกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรสักครึ่งคำที่เถาซิงอ๋างอยากได้ยิน
เถารุ่ยอ๋างถามว่า
“นาย… เจ้าจิงโจ้นั่นไม่ได้พากลับมาด้วยเหรอ?”
เถารุ่ยอ๋างเกลียดสัตว์เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะมีขนหรือไม่มีขนก็ล้วนทำให้เขารำคาญ เถาซิงอ๋างจึงไม่มีทางกระโดดไปปรากฏตัวตรงหน้าเขาแน่นอน
“อ๋า ผมกลัวมันเมาเครื่องบินน่ะครับ เลยให้เติ้งเหมี่ยวช่วยดูแลอยู่”
มือซ้ายที่ห้อยอยู่ข้างตัวของเถาซิงอ๋างขยับเกาแนวตะเข็บกางเกงไปมา
“กินข้าวเถอะ” เถารุ่ยอ๋างพูด “เหม่ออะไรอยู่!”
ท่าทีของเถารุ่ยอ๋างในวันนี้ถึงขั้นนับว่าอ่อนโยนได้แล้ว
เถาซิงอ๋างท่ามกลางสายตาสำรวจของพี่ชายแท้ ๆ ก็คอยคีบกับข้าวใส่จานให้เซี่ยอี๋เยี่ยนอย่างไม่หยุดมือ
แม่กับคุณย่าก็เช่นกัน
เซี่ยอี๋เยี่ยนมักประดับรอยยิ้มบาง ๆ อยู่เสมอ ทั้งสุภาพและอ่อนโยน ทำให้คนที่มองรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เซี่ยอี๋เยี่ยนมองอาหารที่กองพูนเป็นภูเขาอยู่ในจาน ก่อนจะเผยรอยยิ้มจนใจ ทั้งจนปัญญาและมีความสุขในเวลาเดียวกัน
หลังกินข้าวเสร็จ เถาซิงอ๋างตามแม่เข้าไปในครัวเพื่อยกผลไม้ออกมา
เมื่อแม่เห็นเขาเดินเข้ามา ก็ยิ้มแล้วพูดว่า
“จริง ๆ แล้วลูกไม่ต้องประหม่าหรอก รุ่ยอ๋างแค่เป็นห่วงว่าลูกจะซื่อบื้อแล้วถูกหลอก เขาไม่ทำให้ลูกเสียหน้าต่อหน้าเซี่ยอี๋เยี่ยนหรอก”
เถาซิงอ๋างเดินเข้าไป เอาคางเกยลงบนไหล่ของแม่ แล้วออดอ้อน
“แม่ครับ เพราะงั้นแม่ก็ยังเข้าข้างพี่ใหญ่อยู่ดี แม่เอาแต่พูดแทนเขาใช่ไหมล่ะ”
แม่ยกมือเคาะหน้าผากเขาเบา ๆ ก่อนใช้ฝ่ามือแนบลงบนศีรษะของเขา
“เจ้าลูกชายตัวแสบ พูดอะไรเหลวไหล พี่ใหญ่กับลูกต่างก็เป็นลูกที่แม่อุ้มท้องมาตั้งสิบเดือนทั้งคู่ แม่จะเข้าข้างใครกัน แม่ไม่เข้าข้างสักคนเลย!”
“แม่ แล้วแม่ชอบเจ้าหนูเซี่ยอี๋เยี่ยนไหมครับ?”
เถาซิงอ๋างใช้เส้นผมของตัวเองจั๊กจี้แก้มแม่ ก่อนถูกแม่ผลักออกอย่างเอือมระอา
“เจ้าหนูเซี่ยอี๋เยี่ยนยังต้องให้แม่ชอบอีกเหรอ นั่นลูกชายคนโตในฝันของแม่เลยนะ ให้เอาลูกชายของแม่ไปแลกกับเขา แม่ก็ยอม นิสัยก็ดี หน้าตาก็ดี”
เถาซิงอ๋างฟังแล้วหัวเราะไม่หยุด
“แม่ครับ แม่เปลี่ยนใจง่ายแบบนี้ ถ้าพี่ใหญ่รู้เข้า เดี๋ยวก็หึงเอาหรอก”
แม่ยิ้มไปยิ้มมา ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความขมขื่น
“ถ้าแม่รู้ตั้งแต่แรกว่าลูกมีรสนิยมแบบนี้ แม่ก็คงไม่ต้องกังวลขนาดนี้หรอก ก่อนหน้านี้ตอนลูกเพิ่งบอกกับครอบครัวว่าลูกไม่ชอบผู้หญิง แม่เสียใจอยู่ตั้งนาน แม่มักจะ…”
แม่พูดไปพลางก้มศีรษะลง น้ำเสียงค่อย ๆ แผ่วต่ำ
“แม่ครับ…”
เถาซิงอ๋างก็ก้มหน้าลงเช่นกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ผมผิดเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของผม… ผมรู้ว่าพี่ใหญ่ไม่ยอมแต่งงานมาตลอด แล้วผมก็… ชอบผู้ชาย พวกแม่คงผิดหวังในตัวผมมากใช่ไหมครับ”
แม่ถอนหายใจ ก่อนยกแขนโอบลูกชายที่สูงกว่าตัวเองมากเข้ามาในอ้อมกอด
“ซิงซิง ไม่ใช่ความผิดของลูก ไม่ต้องขอโทษ”
“แม่เป็นคนให้กำเนิดลูกออกมาเป็นแบบนี้เอง ถ้าจะโทษก็โทษยีนที่แม่ให้ลูกมีปัญหาเถอะ”
น้ำเสียงของแม่เจือด้วยความสะอื้นอยู่หลายส่วน
“วันนั้นแม่ลองค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมาแล้ว เรื่องรสนิยมของลูก… ไม่ใช่ความผิดของลูก”
จริง ๆ แล้วเถาซิงอ๋างโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เขายังคงเป็นคนร้องไห้ง่ายมาก ในฐานะลูกคนเล็กของบ้าน ตั้งแต่เด็กเขามีนิสัยสบาย ๆ ไม่เคร่งครัด พ่อแม่เองก็ไม่ได้ตั้งความคาดหวังกับเขามากนัก
เขาปล่อยให้น้ำตาร้อนผ่าวไหลลงมาหยดหนึ่งสองหยด ก่อนพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
“ขอบคุณครับแม่”
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🌹 Love Love Story 🌹
◀️ บทก่อนหน้า
▶️ บทถัดไป
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🩶 Love Love 🩶
🥀 ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก "ผลประโยชน์"
🖤 แต่หัวใจ... ไม่เคยยอมเดินตามเงื่อนไขใด
🌙 เมื่อคนสองคนต่างซ่อนด้านมืดของตัวเองไว้ภายใต้รอยยิ้ม
กลับค่อย ๆ ตกหลุมรักกันทีละน้อย จนไม่อาจหันหลังกลับได้
✨ จากการแต่งงานที่เป็นเพียงข้อตกลง...
ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะตัดขาด
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดถูกใจ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ผลงานแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้แปล
🌹 ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของความรัก ความอบอุ่น และด้านมืดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของตัวละครทุกคน 🖤
โฆษณา