10 ส.ค. เวลา 06:25 • หนังสือ

บทที่ 100 ตอนพิเศษ เยี่ย·เติ้ง {2}

อยู่ที่บ้านคุณย่าซุกตัวอยู่นานพอสมควร จิตใจและร่างกายของเติ้งเหมี่ยวก็ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
เธอมองดูเวลา เห็นว่าเย่หลิ่นใกล้จะเลิกงานแล้ว จึงลุกขึ้นกล่าวลาคุณย่า ก่อนเดินมาที่โถงด้านหน้า
บ้านเก่าคือสถานที่ที่เย่หลิ่นเติบโตขึ้นมา ที่นี่มีความทรงจำในวัยเด็กของเขาอยู่
ตอนเย่หลิ่นยังเด็ก พ่อแม่ของเขาพาพี่ชายของเย่หลิ่นไปต่างประเทศเพื่อขยายตลาดต่างประเทศ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลเย่เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานถูกเลี้ยงจนเสียคนทั้งหมด จึงใช้วิธีให้ผู้นำตระกูลรุ่นก่อนเป็นผู้ฝึกฝนเลี้ยงดูคนหนึ่ง และให้ผู้นำตระกูลรุ่นปัจจุบันเป็นผู้ฝึกฝนเลี้ยงดูอีกคนหนึ่งเสมอ
พูดไปแล้ว เย่หลิ่นก็นับว่าโชคร้ายไม่น้อย หลังจากเกิดมาได้ไม่นาน เพราะยังเด็กเกินไป ไม่สามารถนั่งเครื่องบินเดินทางไปมาระหว่างในประเทศกับต่างประเทศได้บ่อย ๆ จึงกลายเป็นตัวเลือกที่สอง
ตัวเลือกนี้ค่อนข้างโหดร้าย เขาไม่สามารถเข้าไปทำงานในเครือบริษัทตระกูลเย่ได้ แต่ข้อได้เปรียบที่ได้รับก็คือ ขอเพียงพัฒนาตัวเองได้ดีพอ ก็สามารถสืบทอดตระกูลได้โดยตรง
เย่หลิ่นเพิ่งเริ่มทำธุรกิจหลังแต่งงาน เดิมทีก็เริ่มต้นช้ากว่าพวกคุณชายตระกูลร่ำรวยที่เติบโตมาพร้อมกันอยู่แล้ว หากไม่ได้อาศัยต้นไม้ใหญ่ที่ชื่อเผยอวิ๋นเหลี่ยน ไม่แน่ว่าตลอดชีวิตนี้เขาอาจไม่มีวันบดบังรัศมีของพี่ชายได้
เติ้งเหมี่ยวคิดถึงความยากลำบากของเย่หลิ่นตลอดสองปีที่ผ่านมา ขณะเดินผ่านร่องรอยและเงาแสงจากชีวิตที่เขาเคยใช้ที่นี่ บางครั้งเธอก็ขมวดคิ้ว บางครั้งก็คลายสีหน้าออก
เธอคิดว่า การมาบ้านเก่านั้นเป็นสิ่งที่เธอเต็มใจทำ เธอชอบมองสถานที่แห่งนี้ จินตนาการของเธอจริง ๆ แล้วกว้างไกลมาก ทุกครั้งที่มาที่นี่ เธอมักจะจินตนาการภาพเย่หลิ่นวิ่งเล่นอยู่ในลานบ้าน
วิ่งไปวิ่งมา เขาก็เติบโตขึ้น กลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและความภาคภูมิ
วิ่งไปวิ่งมา เขาก็ค่อย ๆ สุขุมขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น
เย่หลิ่นในตอนนี้คือผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ แต่เธอกลับมักได้พบกับเย่หลิ่นในวัยเด็กอยู่เสมอ
เธอเป็นคนอ่อนไหว และค่อนข้างมีนิสัยชอบสะเทือนใจ ความรู้สึกละเอียดอ่อนเช่นนี้ ต่อให้พูดออกไปก็คงไม่มีใครเข้าใจ
เติ้งเหมี่ยวเดินเข้าไปในโถงด้านหน้าตามความเคยชินเช่นทุกครั้ง แต่กลับพบว่าถังหนิงหนิงยังไม่กลับไป
เติ้งเหมี่ยวฝืนใจเดินเข้าไป ก่อนพูดกับแม่สามีว่า
“แม่คะ คุณหนูถัง อาหลิ่นใกล้เลิกงานแล้วค่ะ ฉันกลับบ้านไปทำอาหารก่อนนะคะ”
แม่ของเย่แค่นเสียงเย็นชา
“หลบออกไปข้างนอกตั้งครึ่งค่อนวัน ที่แท้ก็รออยู่ที่นี่สินะ ฉันให้แกเอาขนมไปให้หนิงหนิง แกทำท่าวางอำนาจแบบคุณนายรองบ้านนี้ใส่ฉันหรือไง!”
เติ้งเหมี่ยวเม้มริมฝีปาก ไม่ได้พูดอะไร
ถังหนิงหนิงเอ่ยปลอบว่า
“คุณป้าคะ อย่าโกรธเลยค่ะ คุณหนูเติ้งคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ”
ชาเขียว ระดับตัวแม่
จากนั้นก็ได้ยินเธอพูดต่อว่า
“ได้ยินมาว่าคุณหนูเติ้งต้องเผชิญกับความไม่เป็นธรรมมากมายมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังคงอ่อนโยนและเชื่อฟังอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นตอนนั้นคุณปู่เย่ก็คงไม่กำหนดตัวคุณหนูเติ้งให้แต่งงานกับอาหลิ่นหรอกค่ะ”
แม่ของเย่ปรายตามองเติ้งเหมี่ยว
“ตอนนั้นถ้าพ่อไม่ยืนกรานจะกำหนดตัวเธอ ฉันเองก็ถูกใจเธอมากกว่าอยู่แล้ว”
เติ้งเหมี่ยวมองถังหนิงหนิง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ถังหนิงหนิงยิ้มอย่างได้ใจ ก่อนก้มหน้าลง
“คุณป้าคะ อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าคุณหนูเติ้งเลยค่ะ เดี๋ยวเธอจะคิดมาก”
ทั้งประชดประชัน ทั้งเสแสร้งอ่อนหวาน
เติ้งเหมี่ยวฟังคำอบรมมามากครั้งแล้ว หากเป็นไปตามปกติ ครั้งนี้คงต้องรับมือกับคำตำหนิอยู่อีกนาน
แต่วันนี้เธอกลับคิดผิด
เย่หลิ่นมาแล้ว
เติ้งเหมี่ยวหันหลังให้ประตู จึงไม่รู้ว่าเขามาถึงแล้ว
ตอนที่เย่หลิ่นเดินเข้ามา แม่ของเขากับถังหนิงหนิงนั่งอยู่ ส่วนเธอยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างว่าง่าย รับฟังคำพูดเหล่านั้น
“เย่หลิ่น นายกลับมาแล้ว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
เย่หลิ่นชะงักไปหลายวินาที มือของเขาคว้าข้อมือเติ้งเหมี่ยวเอาไว้แล้ว แต่สายตากลับมองไปทางถังหนิงหนิง
“ดึกขนาดนี้แล้วไม่กลับบ้าน มาทำอะไรอยู่ที่นี่?”
มืออีกข้างของเติ้งเหมี่ยวเกาะท่อนแขนของเขาเอาไว้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองจึงใกล้ชิดกันขึ้นทันที
เธอมองไปทางเขาด้วยแววตาเปื้อนรอยยิ้ม แต่กลับพบว่าในดวงตาของเย่หลิ่นไม่มีรอยยิ้มเลย
เขาเหลือบมองเธอเพียงแวบหนึ่ง ก่อนพูดกับมารดาว่า
“แม่ เรียกเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาบ้านทำไม เธอไม่มีธุระของตัวเองให้ทำหรือไง?”
แม่เย่ตอบว่า
“เธอจะมีอะไรให้ทำ อยู่บ้านของพวกแกเองก็อยู่คนเดียวอยู่แล้ว ฉันเรียกเธอมานั่งเล่นสักพักไม่ได้หรือไง?”
“แล้วทำไมแม่ไม่เรียกพี่สะใภ้มาล่ะ”
“แกจะเอาแต่จับจ้องพี่สะใภ้แกทำไม? บ้านพี่ชายแกมีลูก พี่สะใภ้แกก็ต้องยุ่งเป็นธรรมดา”
เย่หลิ่นคร้านจะพูดมากกับพ่อแม่ จึงดึงเติ้งเหมี่ยวออกไปทันที
“พวกเรากลับก่อนนะครับ”
“วันนี้กินข้าวที่นี่สิ! หนิงหนิงมาแล้ว แกไม่เห็นหรือไง?”
คำพูดของแม่ทำให้เย่หลิ่นหันกลับไปมองถังหนิงหนิงอีกครั้ง
พวกเขาเป็นคนรู้จักเก่ากันมาก่อน เคยเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเดียวกัน หลังจากนั้นถังหนิงหนิงก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ
คนที่เคยทำให้หัวใจหวั่นไหวในวัยเยาว์ เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ย่อมต้องมีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิมอยู่บ้าง
หน้าก่อนหน้า | สารบัญ | หน้าถัดไป
เย่หลิ่นมีท่าทีอึดอัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ไม่กินแล้ว พวกเคุณคุยกันไปก่อนเถอะ พวกเรากลับไปคุยธุระกันหน่อย”
บนรถ เย่หลิ่นขับเร็วเสียจนเติ้งเหมี่ยวอยากจะเอ่ยปากอยู่หลายครั้ง แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ สุดท้ายเธอจึงได้แต่ถามเบา ๆ ว่า “เป็นอะไรไป?”
“เป็นอะไรไปน่ะเหรอ? วันนี้ฉันไปคุยธุรกิจมา ลองทายสิว่าฉันเจอใคร?”
เติ้งเหมี่ยวไม่คิดว่าท่าทีของเย่หลิ่นจะเกี่ยวข้องกับตัวเอง เธอชะงักไปครู่หนึ่ง “เรื่องในแวดวงธุรกิจของพวกคุณ ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร”
“เธอไม่เข้าใจจริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้?” เย่หลิ่นถามย้ำ
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็พูดมาตรง ๆ สิ” เติ้งเหมี่ยวเองก็ไม่ยอมถอย
“แฟนเก่าของเธอ”
“หลินซือเหมี่ยน?”
“อืม จำได้แม่นเชียวนะ ชื่อก็พูดออกมาได้เร็วขนาดนั้น สลักไว้ในกระดูกแล้วสินะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันจากสามี เติ้งเหมี่ยวก็พยายามอธิบาย “พวกเราไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว”
“แต่แฟนเก่าของเธอไม่ได้พูดแบบนั้น” เย่หลิ่นเหยียบคันเร่ง รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง “เขาบอกว่าเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน พวกเธอยังเจอกันที่ร้านกาแฟ จะให้ฉันไปสืบดูไหมล่ะ”
เมื่อรถเร่งความเร็วขึ้น เติ้งเหมี่ยวก็หวาดกลัวจนรีบดึงเข็มขัดนิรภัยแน่น “ร้านกาแฟ?”
เติ้งเหมี่ยวจำไม่ค่อยได้แล้ว เธอไปที่ร้านกาแฟอยู่บ่อยครั้ง เพราะชอบนั่งพิมพ์งานที่นั่น
“ฉันเคยไปจริง แต่ไม่เคยเจอเขาเลย…”
“เอาล่ะ ไม่ต้องอธิบายแล้ว” เย่หลิ่นตัดบท “ต่อไปอย่าเจอกันอีก”
เมื่อถูกเข้าใจผิด ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ถาโถมขึ้นมาอย่างยากจะควบคุม และเมื่อเป็นเช่นนั้น คนเราก็มักจะเผลอทำเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล พูดจาเหลวไหลออกมามากมาย
“แล้วคุณล่ะ?”
“ฉันทำไม?”
“คุณกับถังหนิงหนิงคนนั้นเป็นอะไรกัน?” เมื่อครู่นี้ทั้งสองคนส่งสายตาหวานเชื่อมใส่กันอยู่นานสองนาน
เย่หลิ่นให้คำตอบอย่างเป็นทางการ “เพื่อนร่วมชั้นสมัยก่อน”
“เพื่อนร่วมชั้นเขามองตากันหวานเชื่อมแบบนั้นด้วยเหรอ!”
“เติ้งเหมี่ยว!”
“อะไร!”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับพร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
หากเย่หลิ่นเป็นประทัดที่ถูกจุดชนวนแล้ว เติ้งเหมี่ยวก็คือลาดื้อเงียบที่ไม่ยอมปริปาก
ตลอดทางกลับหลังจากนั้น ไม่ว่าเย่หลิ่นจะซักถามหรือโมโหใส่เธออย่างไร เติ้งเหมี่ยวก็ไม่ยอมพูดอะไรอีก
เติ้งเหมี่ยวคิดว่าตัวเองอธิบายชัดเจนแล้ว ส่วนเย่หลิ่นกลับรู้สึกว่าเธอไม่คิดจะอธิบายให้ชัดเจนตั้งแต่แรก
เมื่อกลับถึงบ้าน เติ้งเหมี่ยวกำลังจะเดินเข้าครัว เย่หลิ่นเดินขึ้นชั้นบนพลางพูดว่า “ให้แม่บ้านทำเถอะ เธอนี่ชอบทำอาหารขนาดนั้นเลยหรือไง!”
ฝีเท้าของเติ้งเหมี่ยวชะงักลง เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “รู้แล้วค่ะ”
เธอหันกลับไป แต่ตรงนั้นกลับไม่เหลือแม้แต่เงาของเย่หลิ่นแล้ว
เย่หลิ่นเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านแล้วลงมากินข้าว ก่อนจะเห็นเติ้งเหมี่ยวนั่งเหม่ออยู่บนโซฟา
เขาเดินเข้าไปนั่งข้างเธอ กางแขนโอบเธอเข้ามาในอ้อมแขน “เหม่ออะไรอยู่?”
ชายหนุ่มเพิ่งอาบน้ำมา บนร่างยังมีกลิ่นอายสะอาดสดชื่น เติ้งเหมี่ยวเงยหน้ามองเขา สายตาหยุดลงบนริมฝีปากของเขาอย่างไม่เบี่ยงเบน
ริมฝีปากของเขาดูเย้ายวน ริมฝีปากบนเป็นรูปตัวเอ็มอย่างชัดเจน มีความคมอยู่เล็กน้อย คล้ายคลึงกับนิสัยของเจ้าตัว
เติ้งเหมี่ยวกะพริบตาเรียกสติกลับมา “ไม่มีอะไร”
เติ้งเหมี่ยวเป็นคนที่ค่อนข้างย้อนแย้ง ทั้งอ่อนโยนและทั้งขี้ขัดเขิน
เย่หลิ่นพิงกายอยู่บนโซฟา ใช้มืออีกข้างบีบสันจมูก “สองวันนี้เหนื่อยเกินไปหน่อย ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของบริษัทเราลาออกไปแล้ว ยังหาคนที่เหมาะสมมาแทนไม่ได้เลย ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันคงต้องไปขโมยคนจากบริษัทของเผยอวิ๋นเหลี่ยนแล้ว”
พูดจบเขาก็หัวเราะ “ที่ฉันบอกว่าขโมยคน ไม่ได้หมายถึงขโมยผู้หญิงแบบนั้นนะ”
เติ้งเหมี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
“ในที่สุดก็ยิ้มแล้ว”
ชายหนุ่มซุกใบหน้าลงตรงซอกไหล่ของเธอ
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🌹 Love Love Story 🌹
◀️ บทก่อนหน้า
▶️ บทถัดไป
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🩶 Love Love 🩶
🥀 ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก "ผลประโยชน์"
🖤 แต่หัวใจ... ไม่เคยยอมเดินตามเงื่อนไขใด
🌙 เมื่อคนสองคนต่างซ่อนด้านมืดของตัวเองไว้ภายใต้รอยยิ้ม
กลับค่อย ๆ ตกหลุมรักกันทีละน้อย จนไม่อาจหันหลังกลับได้
✨ จากการแต่งงานที่เป็นเพียงข้อตกลง...
ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะตัดขาด
🖤━━━━━━━━━━━━━━━━━━🖤
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดถูกใจ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ผลงานแปลนี้จัดทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้แปล
🌹 ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของความรัก ความอบอุ่น และด้านมืดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของตัวละครทุกคน 🖤
โฆษณา