9 ส.ค. เวลา 16:39 • กีฬา

ลิเวอร์พูล 2-3 โมนาโก

เกมรุกเริ่มมีคำตอบ แต่ปัญหาเดิมยังตามหลอกหลอน
ลิเวอร์พูลประเดิมเกมปรีซีซันที่แอนฟิลด์ด้วยความพ่ายแพ้ต่อโมนาโก 2-3 ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 2-0
ผลการแข่งขันอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดในเกมอุ่นเครื่อง แต่รูปแบบของความพ่ายแพ้คือสิ่งที่อันโดนี อิราโอลาต้องนำกลับไปทบทวน
ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลเริ่มแสดงให้เห็นภาพของเกมรุกที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างอเล็กซานเดอร์ อิซัก, โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และไรอัน กราเฟนแบร์ก
กราเฟนแบร์กช่วยพาบอลผ่านแดนกลางและเชื่อมเกมจากแนวรับ ขณะที่เวียร์ตซ์เคลื่อนที่หาพื้นที่ระหว่างกองกลางกับแนวรับของโมนาโก ส่วนอิซักไม่ได้ยืนรอบอลอยู่เพียงในกรอบเขตโทษ แต่ขยับออกมาเชื่อมเกมและเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม
ประตูของอิซักในนาทีที่ 16 และเวียร์ตซ์ในนาทีที่ 29 จึงไม่ได้เกิดจากความสามารถเฉพาะตัวเท่านั้น แต่เป็นผลจากการเคลื่อนที่และการเล่นร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม หลังนำ 2-0 ลิเวอร์พูลเริ่มลดความเข้มข้นลง โมนาโกสามารถแก้เพรสและโจมตีพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กได้มากขึ้น ก่อนที่ฟาน ไดจ์จะทำฟาวล์จนเสียจุดโทษ และอเล็กซานเดอร์ โกโลวินรับหน้าที่สังหารให้โมนาโกไล่มาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 44
ประตูดังกล่าวเปลี่ยนบรรยากาศของเกม เพราะแทนที่จะเข้าห้องแต่งตัวพร้อมความได้เปรียบสองประตู ลิเวอร์พูลกลับเปิดโอกาสให้โมนาโกมีความหวังอีกครั้ง
ต้นครึ่งหลัง อิราโอลาส่งวาตารุ เอ็นโดลงมาแทนอิเฟอันยี เอ็นดูเคว่ และให้ถอยไปยืนเซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนที่มิก้า เบียเร็ธจะยิงตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 56
อย่างไรก็ตาม คงไม่ยุติธรรมหากโยนความผิดให้เอ็นโด เนื่องจากนี่เป็นการกลับมาลงสนามครั้งแรกหลังพักรักษาอาการบาดเจ็บมานาน อีกทั้งยังถูกใช้งานในตำแหน่งที่ไม่ถนัด ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนข้อจำกัดด้านตัวเลือกในแนวรับของลิเวอร์พูลมากกว่าฟอร์มของนักเตะเพียงคนเดียว
หลังจากนั้น ลิเวอร์พูลเปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันหลายตำแหน่ง ทำให้จังหวะและความต่อเนื่องของเกมหายไป เมื่อกราเฟนแบร์กและเวียร์ตซ์ออกจากสนาม ทีมขาดผู้เล่นที่สามารถพาบอลผ่านแรงกดดันและควบคุมเกมตรงกลาง ก่อนที่ปารีส บรุนเนอร์จะยิงประตูชัยให้โมนาโกในนาทีที่ 88
ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของลิเวอร์พูลคืออิซัก เขามีทั้งประตู การเคลื่อนที่ และการเชื่อมเกม ขณะที่เวียร์ตซ์เริ่มแสดงให้เห็นว่าสามารถเป็นศูนย์กลางของเกมรุกได้ ส่วนกราเฟนแบร์กคือผู้เล่นที่ช่วยรักษาสมดุลและทำให้ทีมพาบอลไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอ็นดูเคว่ก็น่าประทับใจเช่นกัน ดาวรุ่งวัย 17 ปีเล่นด้วยความแข็งแกร่งและไม่แสดงอาการตื่นสนาม แม้ต้องรับผิดชอบพื้นที่ขนาดใหญ่ในระบบที่แนวรับยืนค่อนข้างสูง
ส่วนผู้เล่นที่น่าผิดหวังคือฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ซึ่งถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกม แต่ไม่สามารถช่วยให้ลิเวอร์พูลควบคุมบอลหรือสร้างโอกาสได้อย่างที่ควร ทั้งที่มีประสบการณ์มากกว่าดาวรุ่งหลายคนในสนาม
ขณะที่ริโอ เอ็นกูโมฮา เมื่อถูกโยกมาเล่นทางฝั่งขวา ดูยังไม่เป็นธรรมชาติ การเลี้ยงบอลและการตัดสินใจติดขัดกว่าตอนเล่นทางซ้าย ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาตัดเข้าในด้วยเท้าขวาและใช้ความเร็วโจมตีคู่แข่งได้ถนัดกว่า ผลงานในเกมนี้จึงอาจสะท้อนข้อจำกัดด้านตำแหน่ง มากกว่าคุณภาพที่แท้จริงของนักเตะ
เจมส์ แม็คคอนเนลล์และวิกตอร์ มูนญอซยังไม่สามารถรักษาระดับการเล่นของทีมชุดแรกเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการลงสนามครั้งแรกของมูนญอซ และเขามีเวลาปรับตัวกับทีมไม่มาก จึงควรมองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้น มากกว่าจะรีบตัดสินจากเกมเดียว
ลิเวอร์พูลเคยนำลีดส์ 2-0 ก่อนแพ้ 2-4 และครั้งนี้นำโมนาโก 2-0 ก่อนแพ้ 2-3 เกมรุกอาจเริ่มมีคำตอบแล้ว แต่การควบคุมเกมหลังขึ้นนำ รวมถึงคุณภาพของผู้เล่นทดแทน ยังเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของอิราโอลาก่อนฤดูกาลจริงจะเริ่มต้นขึ้น
#เจษซอย7 #liverpool #ynwa
โฆษณา