10 ส.ค. เวลา 01:01 • ธุรกิจ

🌍 Global Peace Index 2026: เมื่อ "สันติภาพ" กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่หายาก

🔑 Key Takeaways:
• 99 จาก 163 ประเทศ มีระดับสันติภาพลดลง มากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำดัชนี
• ไอซ์แลนด์ยังคงเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุด ขณะที่รัสเซีย ซูดาน คองโก ยูเครน และอิสราเอล อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสันติภาพต่ำที่สุด
• โลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Powers) มีบทบาทมากขึ้น ท่ามกลางการกระจัดกระจายของระเบียบโลก (Great Fragmentation)
• ความรุนแรงสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงถึง 21.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 10.5% ของ GDP โลก
• AI กำลังเปลี่ยนธรรมชาติของสงคราม ขณะเดียวกันก็อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความขัดแย้ง
• สันติภาพในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ สถาบันที่เข้มแข็ง และการป้องกันความขัดแย้งตั้งแต่ต้นทาง
🌍 เมื่อสงครามไม่ได้อยู่แค่ในสนามรบ
 
ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน สงครามที่เกิดขึ้นห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น เงินเฟ้อกลับมา ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และต้นทุนของธุรกิจรวมถึงค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลกเพิ่มขึ้น แม้ประเทศของตนจะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงก็ตาม
วันนี้ "สันติภาพ" จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความมั่นคงหรือการเมืองระหว่างประเทศอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก
 
รายงาน Global Peace Index (GPI) 2026 สะท้อนภาพที่น่ากังวลว่า ระดับสันติภาพของโลกยังคงถดถอยต่อเนื่อง ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ การเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลก และการเข้ามาของ AI ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบของความขัดแย้งในอนาคต
📉 สันติภาพโลกถดถอยต่อเนื่องเป็นปีที่ 12
 
▶ปี 2025 ระดับสันติภาพเฉลี่ยของโลกลดลงอีก 0.7%นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 12
▶มีถึง 99 จาก 163 ประเทศ ที่คะแนนสันติภาพลดลง มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี และหากเทียบกับปี 2008 มีถึง 103 ประเทศ ที่มีระดับสันติภาพแย่ลง สะท้อนว่าความขัดแย้งกำลังขยายตัวในหลายภูมิภาคของโลก
▶ปี 2025 ยังเป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งภายในประเทศสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 181,000 คน และมี 20 ประเทศ ที่มีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งมากกว่า 1,000 คน
🕊️ โลกแบ่งออกเป็นสองภาพที่แตกต่างกัน
 
😊 ประเทศที่มีสันติภาพสูงที่สุดยังคงเป็น 🇮🇸 ไอซ์แลนด์ ตามด้วย 🇳🇿 นิวซีแลนด์ 🇨🇭 สวิสเซอร์แลนด์ 🇸🇮 สโลวีเนีย และ 🇮🇪 ไอร์แลนด์ ซึ่งมีจุดร่วมคือสถาบันภาครัฐที่เข้มแข็ง อัตราอาชญากรรมต่ำ และประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อระบบของประเทศ
 
💥 ในทางกลับกัน 🇷🇺 รัสเซีย 🇸🇩 ซูดาน 🇨🇩 คองโก 🇺🇦 ยูเครน และ 🇮🇱 อิสราเอล ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสันติภาพต่ำที่สุด จากผลกระทบของสงคราม ความขัดแย้ง และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ดำเนินต่อเนื่อง
สำหรับอาเซียน 🇸🇬 สิงคโปร์ อยู่อันดับ 8 ของโลก สูงที่สุดในภูมิภาค ตามด้วย 🇲🇾 มาเลเซีย (12) 🇻🇳 เวียดนาม (41) 🇱🇦 ลาว (58) 🇮🇩 อินโดนีเซีย (69) 🇰🇭 กัมพูชา (96) 🇹🇭 ไทย (101) 🇵🇭 ฟิลิปปินส์ (102)
 
ขณะที่ 🇲🇲 เมียนมา (151) เป็นประเทศที่มีสันติภาพต่ำที่สุดในอาเซียนจากผลกระทบของความขัดแย้งภายในประเทศที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
 
แม้ภาพรวมของโลกจะอ่อนแอลง แต่บางประเทศ เช่น 🇦🇷 อาร์เจนตินา 🇬🇷 กรีซ และ 🇵🇱 โปแลนด์ กลับมีอันดับดีขึ้นจากเสถียรภาพจากภายในประเทศที่ฟื้นตัว
ขณะที่ 🇮🇱 อิสราเอล 🇮🇷 อิหร่าน 🇷🇺 รัสเซีย 🇺🇦 ยูเครน และ 🇺🇸 สหรัฐฯ เป็นกลุ่มประเทศที่คะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และบทบาททางทหารที่เพิ่มขึ้น
 
📊 ความขัดแย้งระหว่างประเทศ...ตัวชี้วัดที่น่ากังวลที่สุด
 
Global Peace Index ประเมินจากตัวชี้วัดทั้งหมด 23 ด้าน โดยปีนี้ ตัวชี้วัดที่แย่ลงมากที่สุด ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้ง และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
แม้อัตราการก่อการร้ายและอาชญากรรมรุนแรงในหลายประเทศจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงในหลายภูมิภาคได้
🌍 โลกกำลังเข้าสู่ยุคของ "Middle Powers"
 
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของรายงาน คือการเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลก
 
บทบาทของประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศกำลังลดลง ขณะที่ประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Powers) เช่น 🇸🇦 ซาอุดีอาระเบีย 🇹🇷 ตุรกี 🇮🇩 อินโดนีเซีย 🇧🇷 บราซิล และ 🇦🇪 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังมีบทบาทมากขึ้น ทั้งด้านการค้า พลังงาน การลงทุน และการทูต
รายงานเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Great Fragmentationหรือการกระจัดกระจายของระเบียบโลก
 
นั่นหมายความว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากระบบที่มีกติกาชุดเดียว ไปสู่โลกที่แต่ละประเทศสร้างเครือข่ายความร่วมมือของตนเอง ทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี พลังงาน และความมั่นคง ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และภูมิรัฐศาสตร์มีความซับซ้อนมากขึ้น
 
💰 สงคราม...ต้นทุนที่ทุกประเทศต้องร่วมกันจ่าย
ปี 2025 ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากความรุนแรง (Global Economic Impact of Violence) เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน สู่ระดับ 21.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (PPP) หรือคิดเป็น 10.5% ของ GDP โลก หรือเฉลี่ย 2,657 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อประชากรโลก 1 คน
องค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของต้นทุนดังกล่าวคือ งบประมาณด้านการทหาร ซึ่งมีมูลค่าราว 9.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 43% ของความสูญเสียทั้งหมด และเพิ่มขึ้น 5.8% จากปีก่อน นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี
 
ในทางกลับกัน โลกใช้งบประมาณเพื่อการสร้างสันติภาพและภารกิจรักษาสันติภาพเพียง 49.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 0.5% ของงบประมาณทางทหารทั้งหมด
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ทรัพยากรของโลกยังคงถูกใช้ไปกับการรับมือกับความขัดแย้ง มากกว่าการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น
 
รายงานยกกรณีความขัดแย้งในอิหร่านเป็นตัวอย่างว่า สงครามในภูมิภาคหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้อย่างรวดเร็ว ผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ประเทศต่าง ๆ ล้วนต้องร่วมรับภาระ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับสงครามโดยตรงหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงมากที่สุด ต้องแบกรับต้นทุนเฉลี่ยถึง 23.4% ของ GDP ขณะที่ 10 ประเทศที่สงบสุขที่สุด มีต้นทุนเฉลี่ยเพียง 2.2% ของ GDP
 
สันติภาพจึงไม่ใช่เพียงคุณค่าทางสังคม หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
🤝 การลงทุนเพื่อสันติภาพ...คุ้มค่ากว่าการเยียวยาหลังเกิดสงคราม
 
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามผ่านการทูต ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงกว่าการฟื้นฟูหลังเกิดสงครามอย่างมาก
กรณีศึกษาความขัดแย้งในอิหร่านประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากสามารถยุติความขัดแย้งผ่านการเจรจา และเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง เศรษฐกิจโลกอาจหลีกเลี่ยงความสูญเสียได้ราว 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การลงทุนเพื่อป้องกันความขัดแย้งมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าการรับมือหลังเกิดความเสียหายหลายเท่าตัว
 
🤖 เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นทั้ง "อาวุธ" และ "เครื่องมือสร้างสันติภาพ"
 
หนึ่งในประเด็นใหม่ของรายงาน คือบทบาทของ AI ที่กำลังเปลี่ยนธรรมชาติของสงคราม
 
โดรนอัตโนมัติ ระบบเลือกเป้าหมายด้วย AI และอาวุธอัตโนมัติ ถูกนำมาใช้จริงในหลายพื้นที่ ทำให้ต้นทุนของการทำสงครามลดลง และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางทหารได้ง่ายขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็สามารถใช้วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ตรวจจับสัญญาณความเสี่ยง และเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการป้องกันความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพได้เช่นกัน
 
ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างกติกาและธรรมาภิบาลให้ทันกับการพัฒนาเทคโนโลยี เพราะหากกฎเกณฑ์พัฒนาไม่ทัน AI อาจกลายเป็นปัจจัยที่เร่งความขัดแย้ง มากกว่าช่วยลดความขัดแย้ง
🌱 สันติภาพ...อาจเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของโลก
 
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกลงทุนกับอาวุธมากขึ้น แต่ลงทุนกับการป้องกันความขัดแย้งน้อยลง ขณะที่ต้นทุนของสงครามไม่ได้ตกอยู่กับประเทศที่สู้รบเพียงลำพัง หากกระจายผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และตลาดการเงินไปยังผู้คนทั่วโลก
Global Peace Index 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงรายงานจัดอันดับประเทศที่สงบสุขที่สุด หากแต่เป็นเครื่องเตือนว่า "สันติภาพ" คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก
ในวันที่โลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความมั่นคง ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ล้วนมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน นั่นคือ การรักษาสันติภาพและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงตั้งแต่ต้นทาง
เมื่อสันติภาพกลายเป็นทรัพยากรที่หายากขึ้น ต้นทุนที่โลกต้องจ่ายก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย และนั่นอาจเป็นหนึ่งในความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของทศวรรษข้างหน้า
.
เรื่องและภาพ: กรรวี วงษ์ศิริเลิศ Economist, Bnomics
════════════════
Making Economics Easy for Everyone
เปลี่ยนเรื่องเศรษฐกิจให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
════════════════
#GlobalPeaceIndex2026 #MiddlePowers #Peace #สันติภาพ #AI #ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
โฆษณา