11 ส.ค. เวลา 00:48 • หุ้น & เศรษฐกิจ

📊 CPAXT Q2/69: รายได้โต 2.5% แต่กำไรลด 18% เกิดอะไรขึ้น?

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT มี 2 ธุรกิจหลัก คือค้าส่ง Makro และค้าปลีก Lotus’s
Q2/69 รายได้ยังเติบโต แต่กำไรลดลง เพราะ กำไรจากการขายถูกกดดัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฝั่งค้าปลีก
ถ้ามอง 6 เดือนแรก รายได้รวมโต 3.6% แต่กำไรสุทธิลดลง 5.3% YoY
📌 ภาพรวม Q2/69
• รายได้รวม 132,284 ล้านบาท +2.5% YoY
• รายได้จากการขาย 126,494 ล้านบาท +2.1%
🛒 ค้าส่ง +3.5% | 🏪 ค้าปลีก +0.4%
นอกจากนี้ยังมี
🏬 รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้า 3,736 ล้านบาท +3.8%
💻 รายได้จากบริการและรายได้อื่น 2,054 ล้านบาท +29.2%
ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ 2.5%
⚠️ กำไรสุทธิ 1,874 ล้านบาท ลดลง 18.0%
EPS หรือกำไรต่อหุ้น 0.18 บาท ลดลง 18.0%
YoY = เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับ 6 เดือนแรก
• รายได้รวม 268,334 ล้านบาท +3.6%
• กำไรสุทธิ 4,668 ล้านบาท -5.3%
🛒 รายได้ค้าส่งยังโต
Makro + Food Service มีรายได้จากการขาย 71,150 ล้านบาท +3.5%
แรงหนุนจาก
🔹 สาขาใหม่
🔹 ยอดขาย Omni Channel
🔹 ยอดขายอาหารแห้ง
🔹 การรับรู้รายได้จาก Lucky Frozen (LFG)
แต่ SSS ลดลง 0.9%
SSS (Same Store Sales) = ยอดขายของสาขาเดิมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
SSS โดยรวมได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในธุรกิจต่างประเทศ
GPM ลดลงจาก 11.5% เหลือ 11.2% เพราะสัดส่วนสินค้าอาหารแห้งเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย .
🏪 ค้าปลีกโตน้อย และ SSS ยังติดลบ
Lotus’s มีรายได้จากการขาย 55,344 ล้านบาท +0.4%
ยอดขายในไทยเพิ่มจากสาขาใหม่และการปรับโฉมร้าน แต่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส
🔻 SSS ลดลง 3.9%
ขณะที่ Lotus’s Malaysia ยังเติบโตได้ดี จากการปรับสินค้าและราคาให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า
GPM ลดลงเล็กน้อยจาก 17.8% เหลือ 17.7%
แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยาย Omni Channel การเปิดสาขาใหม่ ค่าใช้จ่ายด้าน IT และการเตรียมเปิด Happitat
ทำให้ EBITDA ลดลง 6.7% และ EBIT ลดลง 18.2%
EBITDA = กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย
EBIT = กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี
ใช้ดูว่าธุรกิจทำกำไรจากการดำเนินงานได้ดีแค่ไหน
📱 Omni Channel ยังเป็นพระเอก
ยอดขายผ่านช่องทาง Online + Offline คิดเป็น 23.9% ของยอดขายสินค้า
ยอดขายผ่าน Makro PRO และ Lotus’s Smart App โตถึง 30.3% YoY
เป็นแรงหนุนสำคัญของยอดขายในช่วงที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอ่อนแอ
⚠️ แล้วทำไมกำไรถึงลด 18%?
หลักๆ มาจาก 2 เรื่อง
1️⃣ กำไรขั้นต้นลดลง
GPM หรืออัตรากำไรขั้นต้นของ CPAXT ลดจาก 14.3% เหลือ 14.1%
หมายถึงยอดขาย 100 บาท บริษัทมีกำไรขั้นต้นเหลือประมาณ 14.1 บาท ก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ
2️⃣ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
สัดส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มจาก 13.2% เป็น 13.8%
ส่งผลให้
🔻 EBITDA -5.5%
🔻 EBIT -14.1%
🔻 กำไรสุทธิ -18.0%
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดสาขาใหม่ การทำ Omni Channel ต้นทุนพลังงาน ค่าใช้จ่ายด้าน IT และการเตรียมเปิด Happitat
💰ต้นทุนทางการเงินลดลง
ต้นทุนทางการเงินลดลง 6.9% เหลือ 1,323 ล้านบาท
ส่วน Net IBD to Equity อยู่ที่ 0.37 เท่า
หมายถึงหนี้ที่มีดอกเบี้ยสุทธิเมื่อเทียบกับเงินทุนของผู้ถือหุ้น
🏗️ ครึ่งปีหลังยังลงทุนต่อ
CPAXT มีแผนเปิด Happitat วันที่ 21 สิงหาคม 2569
ขยายสาขา ปรับปรุงสาขาเดิม และเพิ่มสินค้า Private Label อาหารพร้อมปรุง/พร้อมทาน และสินค้านำเข้า
เดินหน้าสู่การเป็น “Retail Tech” ผ่านการใช้ Data และ AI รวมถึงการขยาย Makro PRO, Lotus’s Smart App และ Axtra Mall
🔎 สรุป Q2/69 ของ CPAXT
Q2/69 คือไตรมาสที่ “รายได้ยังโต แต่กำไรถูกกดดัน”
🟢 รายได้รวม +2.5%
🟢 ค้าส่ง +3.5%
🟢 รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้า +3.8%
🟢 Omni Channel +30.3%
🟢 ต้นทุนทางการเงิน -6.9%
แต่
🔴 ค้าปลีกโตเพียง 0.4%
🔴 Retail SSS -3.9%
🔴 GPM ลดจาก 14.3% เหลือ 14.1%
🔴 ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
🔴 กำไรสุทธิ -18.0%
สิ่งที่ต้องติดตาม การฟื้นตัวของ SSS ฝั่งค้าปลีก การควบคุมค่าใช้จ่าย และผลตอบแทนจากการลงทุนใน Omni Channel สาขาใหม่ และ Happitat
โพสต์นี้เป็นเพียงการสรุปข้อมูลจากรายงานผลประกอบการเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนให้ซื้อหรือขายหุ้น
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #งบการเงิน #หุ้นไทย #CPAXT #Makro #Lotuss #สรุปงบ #Q269
โฆษณา