11 ส.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ

ทางเลือกใหม่รักษามะเร็ง! "Cryoablation" จี้ก้อนมะเร็งด้วยความเย็นติดลบ

Cryoablation คือการรักษามะเร็งด้วยความเย็นติดลบ ทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือมีความเสี่ยงสูง
การจี้ด้วยความเย็นติดลบ (Cryoablation) เทคโนโลยีการรักษาสมัยใหม่ที่ใช้ความเย็นอุณหภูมิต่ำมากในการทำลายเซลล์มะเร็ง ปัจจุบัน เทคโนโลยีการสร้างผลึกความเย็นติดลบ สำหรับการรักษาด้วย Cryoablation แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามกลไกการทำงาน ได้แก่ การใช้ก๊าซเฉื่อย เช่น อาร์กอน (Argon) หรือฮีเลียม (Helium) และการใช้ไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) ซึ่งทั้งสองวิธีมีความปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพในการรักษาไม่แตกต่างกัน
รักษามะเร็งด้วยการจี้ด้วยความเย็นติดลบ
ขั้นตอนการรักษาก้อนมะเร็งด้วยวิธี Cryoablation
การรักษาด้วยวิธี Cryoablation ดำเนินการโดยแพทย์รังสีร่วมรักษา (Interventional Radiologist) ซึ่งจะใช้อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อช่วยนำทางระหว่างหัตถการ ทำให้สามารถสอดเข็มความเย็นติดลบ (Cryoprobe) เข้าสู่ตำแหน่งของก้อนมะเร็งได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผลผ่าตัด
อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการรักษาคือ เข็มความเย็นติดลบ (Cryoprobe) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กมาก มีขนาดใกล้เคียงกับปลายปากกา เมื่อเข็มถูกนำเข้าสู่ก้อนมะเร็ง จะทำหน้าที่ส่งผ่านความเย็นอุณหภูมิต่ำมากเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะตำแหน่ง
ด้วยการใช้เทคโนโลยีนำทางด้วยภาพทางการแพทย์ร่วมกับเข็ม Cryoprobe รุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็ก ทำให้แผลหลังการรักษามีขนาดเพียงเล็กน้อยเทียบเท่ารูเข็ม โดยทั่วไปแผลจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและสามารถหายได้เองภายในประมาณ 3–5 วัน
ข้อดีของการรักษาด้วยการจี้ความเย็นติดลบ
  • เจ็บปวดน้อยกว่าการจี้ด้วยความร้อน
  • เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยการจี้ความร้อน เช่น Radiofrequency Ablation (RFA) หรือ Microwave Ablation วิธี Cryoablation มักทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าในระหว่างและหลังการรักษา
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดจากก้อนมะเร็งหรือเนื้องอก
  • นอกจากใช้เพื่อทำลายก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกแล้ว Cryoablation ยังสามารถช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกได้อีกด้วย
  • เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการรักษาด้วยการผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจนไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
  • แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และใช้เวลาพักรักษาในโรงพยาบาลสั้น
มะเร็งและเนื้องอกที่สามารถรักษาด้วยวิธี Cryoablation
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่เต้านม (Breast)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่ไต (Kidney)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่ปอด (Lung)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่ตับ (Liver)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่กระดูก เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ (Bone, Soft tissue)
  • ก้อนเนื้องอกที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือด เช่น ฮีแมงจิโอมา (Hemangioma) และหลอดเลือดดำผิดปกติ (Venous Malformation)
ผู้ป่วยที่เหมาะสำหรับการรักษาด้วย Cryoablation
การรักษาด้วยวิธี Cryoablation เหมาะสำหรับผู้ที่มีก้อนเนื้องอกหรือก้อนมะเร็งที่มีขนาดประมาณ 2–4 เซนติเมตร และสามารถมองเห็นตำแหน่งของก้อนจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและดำเนินการรักษาได้อย่างแม่นยำ
ต้องจี้บ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไป การรักษาด้วย Cryoablation มักทำเพียง 1 ครั้ง เนื่องจากในระหว่างการรักษา เซลล์เนื้องอกหรือก้อนมะเร็งบริเวณเป้าหมายจะได้รับการทำลายด้วยความเย็นอุณหภูมิต่ำมาก อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งในการรักษาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของก้อน รวมถึงดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
คำแนะนำหลังการรักษาด้วยการจี้เย็นติดลบ
  • หลังการทำหัตถการ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหรือรู้สึกตึงบริเวณที่รักษาเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
  • โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะพักสังเกตอาการในโรงพยาบาล 1 คืน และสามารถกลับบ้านได้ในวันถัดไป
  • ไม่จำเป็นต้องทำแผลเพิ่มเติม โดยควรติดพลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
  • ควรงดออกกำลังกายหรือยกของหนักเป็นระยะเวลา 3 วันหลังการรักษา
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/health/care/7969
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา