•
11 ส.ค. เวลา 08:35 • ปรัชญา

[บันทึกการเดินทางในโลกภายใน]

ตอน03 [เราแค่ใช้ชีวิต..ในกรอบ
ที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มันมี]
ฉันไม่ได้เป็นคนเก่งอะไรเลย
แต่ชีวิตมันบีบให้ฉันต้องเดินไป
บนเส้นทางที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าเป็นอะไร
ในขณะที่หลังก็ชนฝา
รู้แค่ว่า
“ทางสายธรรม” มันคงดีแหละ…มั้ง
…
ช่วงหนึ่งในชีวิต
ฉันพยายามเดินตามแบบที่สังคมวางไว้
ยิ่งพยายาม
ยิ่งรู้สึกว่า “ไม่ใช่”
มันเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ
ที่คอยถามตลอดเวลา
“ทำไมต้อง…?”
แต่ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรที่พามาถึงวันนี้ได้
อาจเพราะความที่ฉัน
ยังไม่ประสบความสำเร็จ
เลยทำให้สัญชาตญาณ
ผลักดันให้มนุษย์เรา
ต้อง “ยกระดับการมองเห็น” ของตัวเอง
เพื่อหาทางออก
…
ฉันถามตัวเองซ้ำๆ
ฉันจะอยู่ยังไง?
ฉันต้องทำอะไร?
ฉันคิดเรื่องนี้อยู่นาน
แต่ก็คิดไม่ออก
…
ทีแรกฉันคิดว่าฉันไม่เก่ง
ไม่ฉลาดพอ
จนกระทั่งฉันเริ่มฝึกสติ
แล้วถึงรู้ว่า
“ความคิด” มันพาเราไปวน
แต่ “การเห็น” ต่างหาก ที่พาเราออกมาได้
…
พอเริ่มเห็น
ฉันก็เริ่มเห็นอีกอย่าง
คือการ “ติดกรอบ” ของผู้คน
กรอบที่สังคมขีดไว้
กรอบที่ส่งต่อกันมา
กรอบที่เราไม่ได้เลือกเอง
แต่เรากลับใช้ชีวิตอยู่ในนั้น
เหมือนมันคือโลกทั้งหมด
และทุกครั้งที่เราสงสัย
คนรอบตัวก็มักจะพูดว่า
“ชีวิตมันก็มีอยู่แค่นี้แหละ”
…
“ต้องประสบความสำเร็จ”
“ต้องมีครอบครัวที่ดี”
“ต้องมีชีวิตที่มั่นคง”
ทุกคนเดินตามกันไป
โดยที่แทบไม่มีใครหยุดถามว่า
“ทำไม?”
…
แต่คำถามนี้
มันอยู่ในหัวฉันมาตลอด
ตั้งแต่เด็ก
ฉันไม่เข้าใจ
เวลาผู้ใหญ่บอกให้ทำอะไรบางอย่าง
คนอื่นทำตามกันได้
โดยไม่ต้องถาม
แต่ฉันกลับถาม
แล้วก็หาคำตอบไม่ได้
…
มันเหนื่อยนะ
การที่รู้สึกว่าอะไรบางอย่างมัน “ไม่ใช่”
แต่คนส่วนใหญ่บอกว่า “ใช่”
…
ฉันเริ่มเห็นมันจากเรื่องเล็กๆ
อย่างครั้งหนึ่ง
ฉันเห็นเพื่อนโพสรูปครอบครัว
มีคนคอมเมนต์ว่า
“งี้ต้องออกรถตู้MPVแล้ว”
แล้วเขาก็ตอบว่า
“ใช่ กำลังดูอยู่เลย”
…
มันไม่ได้มีอะไรผิดเลยนะ
แต่ฉันกลับสะดุด
ทำไมมันเหมือนมี “เส้นทางสำเร็จรูป”
ที่ทุกคนเดินตามกันไป
มีครอบครัว → มีลูก → แล้วก็ต้องมี…
มันเหมือนเป็นขั้นตอน
ที่ใครๆ ก็รู้
โดยไม่ต้องถามเลยว่า
ตัวเองต้องการจริงไหม
…
“ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้มีฐานะล่ะ
เขาจะทำตามเส้นทางนี้ได้ไหม” ฉันคิด
หรือจริงๆแล้ว
มันก็แค่ “รูปแบบหนึ่ง”
ที่สังคมบอกว่า “ควรจะเป็น”
…
มีอีกอย่างหนึ่งที่ฉันเคยสะดุด
ฉันเห็นรูปคู่ของเพื่อน
แล้วอยู่ดีๆ
ก็รู้สึกบางอย่างขึ้นมา
มันไม่ได้ผิดนะ
แต่มันเหมือน “ไม่รู้สึกถึงความเชื่อมกันจริงๆ”
มันดูเหมือน
“ความเหมาะสม” มากกว่า “ความเข้ากัน”
…
ตอนนั้นฉันไม่ได้ตัดสินเขา
แต่ฉันหันกลับมาถามตัวเอง
คนแบบไหนถึงจะ “เหมาะ” กับเรา
…
ฉันเริ่มสังเกตว่า
คนจำนวนมาก
เลือกคู่จากสิ่งที่ดู “เหมาะ”
ฐานะ
หน้าที่
ภาพลักษณ์
ทุกอย่างดูลงตัว
…
แต่พอนึกถึงตัวเอง
ฉันเคยมีความสัมพันธ์หนึ่ง
เขาไม่ได้มีอะไรที่เรียกว่า “พร้อม” เลย
ไม่ได้มีหน้ามีตา
ไม่ได้ดูดีในสายตาคนอื่น
…
แต่แปลกนะ
ฉันกลับรู้สึก “สบายใจ” เวลาอยู่กับเขา
…
ตอนนั้นฉันเริ่มเห็นบางอย่าง
ว่า “สิ่งที่ดูเหมาะ”
กับ “ความรู้สึกจริง”
มันอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
…
แล้วเรากำลังเลือกชีวิตจากอะไรกันแน่
จากสิ่งที่สังคมบอกว่าใช่
หรือจากสิ่งที่ใจเรารู้สึกจริงๆ
…
พอฉันเริ่มฝึก “รู้เท่าทัน” ใจตนเอง
ก็เริ่มเห็น
ตอนที่ใจเราอยากได้การยอมรับ
ตอนที่เรากำลังเปรียบเทียบ
ตอนที่เรากำลังพยายาม
“เป็นให้เหมือนคนอื่น”
แล้วถึงเริ่มเข้าใจได้ว่า
กรอบมันไม่ได้อยู่ที่สังคมอย่างเดียว
มันกลายมาเป็น ”ความคิดของเรา”
ที่เราเชื่อมัน
โดยไม่เคยเห็นมันจริงๆ
…
ฉันเริ่มขยับกรอบของตัวเองออกไป
ทีละนิด
ไม่ใช่เพราะฉันอยากแตกต่าง
แต่เพราะฉันเริ่มเห็นว่า
อะไร “จริง” สำหรับฉัน
…
บางอย่างที่ฉันเลือก
คนอื่นไม่เข้าใจ
แรกๆ ฉันพยายามอธิบาย
แต่สุดท้ายก็รู้ว่า
คนที่ยังไม่เคยออกจากกรอบ
เขาจะนึกภาพไม่ออก
…
มันเหมือนเราไปเห็นอะไรบางอย่าง
ที่คนอื่นไม่เคยเห็น
จะอธิบายยังไง
ก็ไม่เท่ากับ
“การเห็นด้วยตัวเอง”
…
ทุกวันนี้
ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคาดหวัง
และฉันก็ไม่ได้ต้องการให้ใครยอมรับ
ฉันไม่ได้เก่งขึ้น
แต่ฉันแค่
“เริ่มเห็นกรอบและค่อยขยับกรอบนั้นออกไป”
ชีวิตไม่ได้สวยหรู
แต่มัน “ตรง” กับข้างในมากขึ้น
จากการเห็น และ เลือก
สิ่งใดที่มีคุณค่า
และปล่อยสิ่งที่ทอนเวลา
จนคำว่า ”ไม่ใช่” ในใจ
มันค่อยๆ กลายเป็น “ใช่” ไปเอง
…
ถ้าอยากเห็นโลกอีกแบบหนึ่ง
สิ่งแรกที่ต้องทำ
อาจไม่ใช่การออกไปข้างนอก
แต่คือ
“ออกจากกรอบข้างในตัวเอง”
…
แล้ววันนี้…
คุณเคยลองถามตัวเองไหมว่า
ชีวิตที่คุณกำลังเดินอยู่
มันคือสิ่งที่คุณเลือก
หรือเป็นแค่
กรอบที่คุณไม่เคยตั้งคำถามกับมันเลย
#knowthyself
#รู้จักตนเอง
#พัฒนาตนเอง
#จิตวิทยา
#มุมมองชีวิต
โฆษณา