11 ส.ค. เวลา 23:30 • ความคิดเห็น

ไม่มีชื่อ

บางครั้งในวันที่เรากำลังเบื่อที่ต้องพยายามดูแลรักษาร่างกายของตัวเองไว้
บางคนการดูแลร่างกายคือความสุข มีอะไรสนุกๆทำมากมาย
แต่สำหรับบางคนที่ร่างกายเจ็บป่วยครั้งแล้วครั้งเล่า จนอยู่กับความไม่สุขสบายของร่างกายมากกว่าปกติ ...
ไม่ยกตัวอย่างไกล ก็ตัวเองนี่แหละ ...
หลังจากที่เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท้องเสียจนช็อค นอนโรงพยาบาลไปตามระเบียบ หลังจากอาการท้องเสียดีขึ้น อาการของ SLE ก็กำเริบแทนเพราะถูกการติดเชื้อที่รุนแรง ร่วมกับภาวะช็อคกระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั่วร่างอย่างหนัก ที่จริงหลังป่วยแต่ละครั้งอาการเขาจะกำเริบเป็นพักๆเสมอๆ สักพักจะสงบลงเอง แต่รอบนี้ผิดคาด
เริ่มต้นอากาหนักกว่าทุกที ข้อเข่าสองข้างอักเสบมาก ปวดมาก บวม ร้อน เดินลำบาก เข่าอ่อน เข่าทรุด เดินจะล้มเอาง่ายๆต้องระวัง นั่งแล้วลุกยาก ยิ่งถ้านั่งพื้นแรงพยุงตัวน้อยลงแทบไม่มีเลย พยาบาลต้องช่วยดึง สภาพแบบคนแก่เข่าเสื่อมไม่มีผิด แต่ชีวิตยังต้องไปต่อ ต้องเข้าสัมมนาที่กรุงเทพ กลับมาต้องอยู่เวร ....
พี่ หนูฝากเคส ไอซียู น้อง part time ไม่รับดูต่อ
เดี๋ยวพี่ดูให้ เคสอะไร...
เคสนี้สงสัย meningococcemia ค่ะ น้องตอบ .....
หมอเลือกคนไข้ไม่ได้เหรอ น้องชายถามเพราะเห็นสภาพพี่สาว ...และได้ยินพี่รับเวรพอดี
คนไข้กำลังจะแย่ เป็นตายเท่าๆกัน ถ้าหมอคนไหนก็ปฏิเสธ หมอไม่ดูใครจะดู
จ่ะ หมอกำลังภูมิตกโรคกำเริบ เข่าเจ็บ ตอนเข้าไปในห้องแยก ใส่ PPE ยกขาไม่ขึ้นพยาบาลต้องพยุงเลยทีเดียว ...หลังจากนั้นคือ ...เด็กติดเชื้อในกระแสเลือก ช็อคและมีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติแล้ว สภาพนี้ รีเฟอร์ด่วนค่ะ เด็กกำลังแย่ ปลายมือปลายเท้าเขียวซีดหมดแล้ว ในหัวคิดแค่รักษาชีวิต รักษาอวัยวะคนไข้ไว้ให้ได้ เคสนี้ต้องระดับรพศ. หรือโรงเรียนแพทย์เท่านั้น
หลังจากนั้นวันแล้ววันเล่าสภาพร่างก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยในแต่ละวันที่ทำงาน ขาบวมเป็นขาช้าง เข่าอักเสบทั้งสองข้าง นั่งดูคนไข้ตอนลุกพยาบาลต้องพยุง เป็นที่คึกครื้นสนุกสนานของคุณยายห้องต่างๆ สอนหมอลุกเวลาเข่าเจ็บ ...และสิ่งที่ได้รับคือความห่วงใยจากพ่อแม่เด็ก
เอาจริงๆ เป็นคนใช้ยาน้อยมาก ตลอดเวลาที่เจ็บป่วยมาหลายสิบปี มีประสบการปวดมาหลากหลายตำแหน่งของร่างกาย ไม่ว่าจะปวดแค่ไหน ยาแก้ปวดแทบไม่แตะเลย ทุกอย่างให้มันจบเองตามธรรมชาติเมื่อถึงเวลาของมัน คราวนี้ก็คิดแบบนั้น ... ผ่านไปสองสัปดาห์อาการไม่ดีขึ้น ปรับยาเดิมที่ใช้คุมอาการ SLE แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้
กระตือรือล้นมากกว่าเดิมที่จะพยายามหาย
...จนวันหนึ่ง เห็นคุณครูสองคนทำลานเล่นอิสระที่สวนสาธารณะทุกวันอาทิตย์ ....มันดี
สำหรับเด็กอะไรจะดีไปกว่านี้....เล่นอิสระ
และสิ่งที่ทำให้เกิดความฝันอีกครั้งคือ ...ห้องเรียนพ่อแม่ ที่อยู่ข้างๆลานเล่นอิสระของลูกๆ ...
แค่ความหวังความฝันแค่นี้ มันก็เปลี่ยนความคิดที่จะปล่อยร่างให้มันไปตามสภาพ หายตอนไหนก็หาย พังก็พัง ใช้เท่าที่เหลือให้ใช้ เพราะซ่อมมาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ่อมมาจนเบื่อที่จะซ่อมแล้ว
จากลานเล่นอิสระ ...มันตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าแข้งขาเดินไม่สะดวก ร่างกายใช้งานได้ไม่ปกติ จะช่วยคนอื่นได้สะดวกไหม จะทำอะไรที่อยากทำได้ง่ายหรือเปล่า จะเป็นภาระให้คนอื่นต้องมาพยุงเราเดินไหม ....ถ้ายังอยากเดินตามฝันทำอะไรให้เด็กและครอบครัว ขาก็ต้องยังแข็งแรง ...
มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจไม่ปล่อย เริ่มทำกายภาพเข่าสองข้าง เจาะเลือดรอบที่ล้านแปดของปี ปรึกษาอาจารย์ทางไลน์ และ ปรับยา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เป็น SLE มาแล้วยอมกิน steroid ที่ผ่านมาทนทุกสภาพปวดตรงไหน ข้ออักเสบที่ไหนแม้แต่ที่คอก็ไม่กิน ทั้งอาจารย์ทั้งลูกศิษย์ ศิษย์ทนได้ มันยังไม่โจมตีจุดสำคัญแบบหนักหน่วง อาจารย์ก็รอได้ รอมันสงบและฟื้นเอง ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่รอบนี้ ...
อาจารย์คะ รอบนี้มันหนักกว่าทุกที ปกติสองอาทิตย์มันจะสงบแล้วก็ไม่เคยอักเสบขนาดนี้ ถ้าทิ้งยาว เข่าพังถาวรแน่ค่ะ ดูท่าเริ่มเห็นเซลล์เข่าเป็นศัตรูแบบจริงจังแล้ว น้องต้องถูกปรับทัศนคติค่ะ อ่อนโยนกับร่างกายตัวเองบ้าง ...start steroid เบาๆ
แผนการรักษาก็ถูกกำหนดขึ้น..
วันแรกที่ไปห้องกายภาพ นักกายภาพที่ดูแลกล่าวว่า..
อาจารย์...ร่างกายอาจารย์มันไวและก็เปราะบางกับสารพัดเลย ติดเชื้อก็ง่าย แสงแดดก็ไว ผิวบางมากช้ำง่าย เส้นเลือดก็เปราะ ทนหนาวไม่ได้มือเท้าเย็นหมด ตามข้อก็อักเสบ...แต่มีสิ่งหนึ่งที่อาจารย์ทนมากๆ คือใจ ...ทำไมอาจารย์ pain threshold สูงขนาดนี้ หนูเห็นอาจารย์เดินฉับๆที่วอร์ดดูคนไข้ ไม่คิดเลยว่าอาจารย์จะปวด
เข่าอาจารย์มันอักเสบขนาดนี้ ขาบวมหมดเลย น้ำเต็มข้อเข่า แบบนี้มันต้องปวดมากเลยค่ะ อาจารย์ทนอยู่ได้ยังไง ทำไมไม่มาให้พวกหนูช่วยดู ...
น้องกายภาพกล่าว....
ก็หมอพออยู่ได้...แต่คิดว่ายังต้องใช้ขาทำอย่างอื่นต่อเลยมาค่ะ 😅
# นี่ขนาดเราเป็นคนที่ภาคภูมิใจในการมีชีวิตอยู่และรักตัวเองมากพอตัวถึงแม้ร่างกายจะพังแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายก็ต้องอาศัยแรงผลักดันของการใช้ประโยชน์จากร่างกายให้มีคุณค่าเพื่อรักษาร่างกายตัวเองไว้
ไม่แปลกถ้าเด็กๆที่เขาถูกทำลายตัวตน เขาจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนอยากมีชีวิตอยู่ หรือต่อสู้กับโลกใบนี้เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้. ..
มันช่างยากเหลือเกิน
# พี่ต้องดูแลตัวเองด้วยสิ เป็นหมอแต่ถ้าอะไรมันเสี่ยงมากก็อย่าทำ...น้องหมอคนหนึ่งกล่าวอย่างเป็นห่วง ปนเคืองพี่
ชีวิตพี่ไม่มีอะไรติดค้างใคร ทุกคนที่พี่รัก และเขาก็รักพี่ พ่อแม่ พี่น้อง เพือนร่วมงาน คนไข้หรือคนอื่นๆ หมวกทุกใบที่ใส่ ทำเต็มที่และซื่อสัตย์กับทุกคนแล้ว อยู่หรือไปตอนไหนก็ได้ ไม่ติดอะไร
โฆษณา