Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 07:05 • หนังสือ
บทที่ 4 ภรรยาของข้า เจ้าช่างงดงามจริง ๆ!
บทที่ 4 ภรรยาของข้า เจ้าช่างงดงามจริง ๆ!
มารดาเสิ่นโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ “นังสารเลว...”
หยางซื่อรีบดึงตัวนางเอาไว้ “ท่านแม่ อย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่น คิดถึงหลานชายของท่านก่อนสิ”
คำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากของมารดาเสิ่นพลันถูกกลืนกลับลงไปทันที
หยางซื่อจึงหันไปมองาหลีเยว่ซู ก่อนฝืนยิ้มออกมา “น้องสะใภ้พูดถูก ตอนแยกครอบครัว พวกเราแบ่งทรัพย์สินให้น้องสามน้อยเกินไปจริง ๆ พวกเราจะกลับไปแบ่งกันใหม่เดี๋ยวนี้”
พูดจบ นางก็รีบดึงมารดาเสิ่นกับเสิ่นว่างเดินจากไป
หลีเยว่ซูไม่ได้ขัดขวาง เพียงหันไปมองผู้เฒ่าหลิว “ท่านลุงหลิว ขอบคุณที่พาเสิ่นเว่ยกลับมานะคะ ส่วนค่ารักษา ข้าขอจ่ายให้ท่านอีกสองสามวันได้หรือไม่?”
ผู้เฒ่าหลิวรีบโบกมือ “ข้าไม่ได้คิดจะเอาเงินสองตำลึงนั่นอยู่แล้ว เสิ่นเว่ยเคยช่วยเหลือคนในหมู่บ้านของเราไว้ไม่น้อย เงินนี้ข้าเต็มใจจ่ายเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเยว่ซูก็หันไปมองเสิ่นเว่ยด้วยความประหลาดใจ
ชายหนุ่มมีสีหน้าไร้เดียงสาและเลื่อนลอย ดวงตาของเขาไม่เคยละไปจากตัวนางเลยแม้แต่น้อย
นางไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนเขาจะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในหมู่บ้านถึงเพียงนี้
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของนาง เสิ่นเว่ยก็ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วสะกิดเขา “เจ้านี่โชคดีจริง ๆ ไม่เพียงรอดตายกลับมาได้ ยังได้ภรรยาสวย ๆ มาแบบไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย”
เสิ่นเว่ยมองเขาอย่างงุนงง ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา จึงพยักหน้าพลางยิ้มแฉ่ง “อื้ม สวย!”
หลีเยว่ซูไม่ได้พูดอะไรกับผู้เฒ่าหลิวต่อมากนัก
เงินนั้นนางต้องคืนให้แน่นอน ไม่เช่นนั้นหนี้บุญคุณจะยิ่งชำระได้ยาก
นางจึงเปลี่ยนเรื่อง “ท่านลุงหลิว ข้าอยากรบกวนท่านช่วยอะไรสักอย่าง ที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าที่เสิ่นเว่ยใส่ได้ ข้าอยากขอยืมเสื้อผ้าสักชุด แล้วก็รบกวนท่านลุงช่วยอาบน้ำให้เขาด้วย”
แน่นอนว่าผู้เฒ่าหลิวไม่ปฏิเสธ
ระหว่างทางกลับบ้าน เสิ่นทิงเหวินกับเสิ่นทิงอี๋เดินขนาบข้างเสิ่นเว่ย จับมือเขาไว้คนละข้าง และตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่ได้พูดอะไร
เสิ่นทิงเหวินมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน
ผู้หญิงคนนี้... ตกลงว่านางเปลี่ยนไปเป็นคนดีจริง ๆ หรือมีแผนการอื่นกันแน่?
เสิ่นทิงเหวินไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา หลังจากส่งเสิ่นเว่ยกลับถึงบ้านแล้ว เขาก็ลากเสิ่นทิงอี๋วิ่งออกไปข้างนอก
หลีเยว่ซูไม่ได้สนใจพวกเขา
หลังจากเห็นผู้เฒ่าหลิวอาบน้ำให้เสิ่นเว่ยเสร็จแล้ว นางก็หยิบข้าวสารจำนวนหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิติแล้วยื่นให้เขา
เมื่อเห็นข้าวสารสีขาวนวล ผู้เฒ่าหลิวก็รีบปฏิเสธ “ไม่ ๆ ๆ เรื่องเล็กน้อยที่ข้าช่วยได้เท่านั้นเอง ข้าจะรับของมีค่าขนาดนี้ได้อย่างไร”
“ถ้าเจ้าอยากขอบคุณข้าจริง ๆ ก็ช่วยดีกับเด็ก ๆ หน่อย ดูแลพวกเขาให้ดีและใช้ชีวิตให้ดีเถอะ”
หลีเยว่ซูเองก็ไม่สะดวกบอกว่าตนยังมีข้าวอีกมากมาย จึงได้แต่รับปากตามคำพูดของเขา
ทันทีที่ส่งผู้เฒ่าหลิวกลับไป นางก็หันกลับมา แล้วพบว่าเสิ่นเว่ยกำลังจ้องนางตาแป๋ว
หลังจากอาบน้ำแล้ว เขาดูสะอาดขึ้นมาก แม้ผิวจะค่อนข้างคล้ำ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับงดงามเป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่หลีเยว่ซูกำลังพิจารณาเขาอยู่ เสิ่นเว่ยก็พลันฉีกยิ้มสดใส ก่อนตะโกนเสียงดัง
“ภรรยาของข้า!”
หลีเยว่ซูตกใจจนแทบล้ม “เจ้า... เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
เสิ่นเว่ยวิ่งเข้ามาทันที แล้วกอดหลีเยว่ซูเอาไว้ในอ้อมแขน “ท่านลุงหลิวบอกว่าเจ้าเป็นภรรยาของข้า เป็นคนที่จะนอนกับข้า มีลูกด้วยกัน และอยู่กับข้าไปตลอดชีวิต”
พูดพลางใช้ศีรษะถูไถนางเบา ๆ
“ภรรยาของข้า เจ้าช่างงดงามจริง ๆ!”
หมัดของหลีเยว่ซูพลันกำแน่นขึ้น “ปล่อยมือ!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธทำให้เสิ่นเว่ยกระโดดถอยออกไปทันที เขามองนางอย่างน่าสงสาร ราวกับกำลังจะร้องไห้ในวินาทีต่อมา
เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความโกรธที่พุ่งขึ้นมาถึงศีรษะของหลีเยว่ซูกลับมลายหายไปอย่างประหลาด จนนางไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
ในเวลานั้นเอง เสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของฝาแฝดชายหญิงก็ดังมาจากด้านนอก
หลีเยว่ซูหันกลับไป ก็เห็นเสิ่นทิงเหวินกำลังกอดผ้าห่มนวมผืนหนึ่งเอาไว้แน่นจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน
ส่วนเสิ่นทิงอี๋แบกถุงผ้าเอาไว้บนบ่า ในอ้อมแขนยังมีชามอีกหลายใบที่บรรจุเครื่องปรุงต่าง ๆ และใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หลีเยว่ซูประหลาดใจ จึงยื่นมือออกไปหมายจะช่วยรับของตามสัญชาตญาณ แต่กลับเห็นปฏิกิริยาแรกของฝาแฝดชายหญิงคือการกลับตัวออกไปอย่างระแวงระวัง
หลีเยว่ซูชักมือกลับ ก่อนหันไปมองเสิ่นเว่ย “มานี่ ช่วยขนของ เอาเข้าไปไว้ในห้อง”
เสิ่นเว่ยเชื่อฟังอย่างยิ่ง รีบวิ่งเข้าไปอุ้มทั้งผ้าห่มและถุงผ้าขึ้นมา ทั้งยังรับชามจากอ้อมแขนของเสิ่นทิงอี๋มาถือเอาไว้ แล้ววิ่งกลับเข้าห้องด้วยสีหน้าร่าเริง
หลีเยว่ซูจึงหันมามองเด็กทั้งสองคน “ของพวกนี้มาจากไหน?”
หรือว่าศักยภาพของตัวร้ายใหญ่จะเริ่มปรากฏตั้งแต่ตอนนี้แล้ว?
เสิ่นทิงอี๋กำหมัดแน่น ไม่ตอบอะไร เห็นได้ชัดว่านางคิดว่าหลีเยว่ซูคงจะยึดของทั้งหมดเอาไว้เองอีกแล้ว
สีหน้าของเสิ่นทิงเหวินเองก็ดูไม่ดีนัก แต่ไม่นานเขาก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบประแจง “ท่านแม่เลี้ยงเก่งจริง ๆ ของพวกนี้ล้วนเป็นของที่ตระกูลเสิ่นรับปากว่าจะให้ท่าน”
หลีเยว่ซูเลิกคิ้ว แน่นอนว่านางไม่เชื่อว่าคนตระกูลเสิ่นจะมีน้ำใจถึงเพียงนั้น
ไม่ต้องพูดถึงแป้งขาวในถุงผ้าเลย แม้แต่ผ้าห่มนวมผืนนั้น พวกเขาก็คงเสียดายที่จะมอบให้
เมื่อนึกถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเสิ่นทิงเหวินก่อนออกจากบ้าน หลีเยว่ซูก็เข้าใจในทันที
ในฐานะจิ้งจอกเจ้าเล่ห์หน้าหยกในอนาคต สติปัญญาของเสิ่นทิงเหวินย่อมไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุเพียงห้าขวบควรจะมี
หลีเยว่ซูเดินเข้าไปหา ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้น
เสิ่นทิงเหวินหลับตาลงตามสัญชาตญาณ เตรียมใจรับฝ่ามือนี้เอาไว้แล้ว
แต่ฝ่ามือที่คุ้นเคยกลับไม่ได้ตกลงมา บนศีรษะของเขากลับมีสัมผัสอ่อนโยนแผ่วเบาเพิ่มขึ้นมาแทน
เสิ่นทิงเหวินลืมตาขึ้นอย่างประหลาดใจ ก่อนสบเข้ากับรอยยิ้มอ่อนโยนของหลีเยว่ซู
“อาเหวินเก่งมาก!”
ดวงตาของนางใสกระจ่างจนมองเห็นถึงความอ่อนโยนอย่างชัดเจน ทำให้เขาเกิดภาพลวงตาราวกับได้เห็นมารดาของตัวเอง
เสิ่นทิงเหวินรีบเบือนหน้าหนี ใช้น้ำเสียงแข็งกระด้างปกปิดความชื้นในดวงตา “อย่ามาแตะต้องข้า!”
แววตาของหลีเยว่ซูมีรอยยิ้มวาบผ่าน ก่อนหันกลับไปมองเสิ่นเว่ยที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องพอดี
“เจ้าดูแลเด็ก ๆ ให้ดีนะ ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”
“ท่านจะไปไหน?”
เสิ่นทิงเหวินถามออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงแฝงความกังวลอยู่เล็กน้อย
หลีเยว่ซูหันกลับมา ก่อนอธิบายอย่างใจเย็น “ที่บ้านไม่มีอาหารแล้ว ข้าจะขึ้นเขาไปดูสักหน่อย”
“ท่านจะไปล่าสัตว์หรือ?”
เสิ่นทิงอี๋ถามด้วยสีหน้าตกตะลึง “แม้แต่พรานในหมู่บ้านยังไม่กล้าขึ้นเขาตามลำพัง ท่านจะไปตายหรือไง?”
หลีเยว่ซูหลุดหัวเราะ ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะของนางเบา ๆ “ข้าจะดูแค่บริเวณรอบนอกเท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วง”
เสิ่นทิงอี๋รีบหลบมือของนาง แก้มขึ้นสีเล็กน้อย “ใครเป็นห่วงท่านกัน! ข้าแค่กลัวว่าท่านจะหาข้ออ้างแล้วคิดจะหนีไปต่างหาก”
พูดถึงตรงนี้ เสิ่นทิงอี๋ก็เงยหน้าขึ้น “ข้าจะไปกับท่าน”
หลีเยว่ซูรู้ว่านางเพียงปากแข็ง จึงไม่ได้เปิดโปง เพียงพูดว่า “อาอวี่ตื่นแล้ว เจ้าอยู่บ้านดูแลเขาเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าไปกับท่าน”
เสิ่นทิงเหวินที่อยู่ด้านข้างพลันเอ่ยขึ้น
หลีเยว่ซูยังไม่ทันได้ปฏิเสธ เสิ่นเว่ยก็วิ่งเข้ามาร่วมวงด้วย
“ข้าก็จะไปกับภรรยาของข้า!”
หลีเยว่ซู “……”
คำเรียก “ภรรยาของข้า” เพียงคำเดียว ทำให้ฝาแฝดชายหญิงแทบอ้าปากค้าง
ดูเหมือนท่านพ่อจะโง่ไปแล้วจริง ๆ ไม่อย่างนั้นจะเรียกคนอื่นว่า “ภรรยาของข้า” ด้วยสีหน้าทึ่ม ๆ แบบนี้ได้อย่างไร
หลีเยว่ซูไม่รู้เลยว่าเด็กทั้งสองกำลังคิดอะไรอยู่ นางมองเสิ่นเว่ยที่กำลังจ้องนางตาแป๋วแล้วก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
ตอนนี้อายุทางจิตใจของเสิ่นเว่ยดูเหมือนจะยังน้อยกว่าฝาแฝดชายหญิงเสียอีก เท่ากับว่านางต้องเลี้ยงเด็กถึงห้าคนแล้ว
หลีเยว่ซูนวดขมับ ก่อนตัดสินใจว่าหากมีโอกาส นางจะพาเสิ่นเว่ยเข้าไปในห้องทดลองเพื่อทำการตรวจดูสักครั้ง ว่าจะสามารถรักษาสมองของเขาให้หายดีได้หรือไม่
ท้ายที่สุด หลีเยว่ซูก็พาเสิ่นทิงเหวินขึ้นเขาไป ส่วนเสิ่นเว่ยนั่งอยู่หน้าประตู มองตามแผ่นหลังของหลีเยว่ซูด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
ทั้งที่รูปร่างของเขาสูงใหญ่แท้ ๆ แต่กลับหดตัวลงอย่างน่าสงสารจนกลายเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างประหลาด
เมื่อเสิ่นทิงอี๋เห็นภาพนี้ก็อดยกมือกุมหน้าผากไม่ได้ “ท่านพ่อ ถ้าท่านฟื้นกลับมาเป็นปกติแล้วนึกถึงเรื่องที่ตัวเองทำตอนนี้ ท่านต้องอยากบีบคอตัวเองตายแน่ ๆ”
เสิ่นเว่ยมองนางอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่านางกำลังพูดอะไร จากนั้นก็หันกลับไปจ้องทิศทางที่หลีเยว่ซูจากไปตาแป๋ว
ในหมู่บ้านมักมีคนขึ้นเขาอยู่เป็นประจำ เส้นทางจึงเกิดจากการเดินเหยียบย่ำจนเป็นทาง
แม้ร่างกายของหลีเยว่ซูจะอ่อนแอ แต่เส้นทางบนภูเขาเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำอะไรนางได้
แต่เสิ่นทิงเหวินยังเด็ก ต่อให้เป็นเด็กที่อดทนเก่งเพียงใด การเดินขึ้นเขาก็ยังทำให้เขาเหนื่อยไม่น้อย
หลีเยว่ซูยืนอยู่ด้านบน แล้วยื่นมือไปหาเขา
เสิ่นทิงเหวินมองมือเรียวบางสีขาวนวลตรงหน้าอย่างชะงักงัน ก่อนจะเบือนหน้าหนี
“ข้าไปเองได้”
หลีเยว่ซูไม่พูดอะไรให้มากความ นางก้มตัวลงคว้ามือของเขาโดยตรง
เสิ่นทิงเหวินชะงักไป ก่อนพยายามดึงมือกลับตามสัญชาตญาณ
“อย่าขยับ”
หลีเยว่ซูพลันเอ่ยขึ้น “เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า?”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย