Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 07:09 • หนังสือ
บทที่ 5 นางเลี้ยงเขาเองก็แล้วกัน
บทที่ 5 นางเลี้ยงเขาเองก็แล้วกัน
เสิ่นถิงเหวินชะงักร่างโดยไม่รู้ตัว ก่อนเอียงหูตั้งใจฟัง เสียงประหลาดบางอย่างดังแว่วเข้ามาในหู
หลีเยว่ซูจูงมือเขา ค่อย ๆ แหวกพุ่มหญ้าที่มีเสียงดังออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพบว่าด้านในมีรังไก่ป่าอยู่หนึ่งรัง
ดวงตาของเสิ่นถิงเหวินเป็นประกาย เขากำลังจะเดินเข้าไป แต่หลีเยว่ซูกลับดึงตัวเขาเอาไว้
นางยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ ก่อนก้มลงเก็บก้อนหินขึ้นมาหลายก้อน
“ฟิ้ว! ฟิ้ว!”
เสียงวัตถุแหวกอากาศดังขึ้น ไก่ป่าตัวใหญ่ที่สุดสองตัวถูกก้อนหินกระแทกจนสลบไปทันที เหลือเพียงลูกเจี๊ยบตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งฟักออกจากไข่กับไข่ไก่อีกหลายฟอง
หลีเยว่ซูดึงหญ้าด้านข้างมา มัดขาไก่ป่าทั้งสองตัวเอาไว้ จากนั้นหันไปมองเสิ่นถิงเหวินที่ยังยืนอึ้งอยู่
“ยืนเหม่อทำไม? มานี่ ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก”
เสิ่นถิงเหวินทำตามโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเห็นนางโยนเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวที่เขามีลงบนพื้น แล้วใช้มันห่อทั้งรังไก่เอาไว้ เขาจึงเพิ่งได้สติกลับมา
เด็กชายขมวดคิ้ว มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน
เมื่อครู่นี้...ฝีมือของนางไม่มีทางเป็นฝีมือที่ผู้หญิงคนนี้ควรมีได้อย่างแน่นอน
หลีเยว่ซูราวกับไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของเขา นางยื่นห่อไข่ไก่ให้เขาถือ มือข้างหนึ่งหิ้วไก่ป่าที่สลบอยู่สองตัว ส่วนอีกข้างอุ้มลูกเจี๊ยบที่เพิ่งฟักออกมาหลายตัว เดินกลับบ้านด้วยสีหน้าเบิกบาน
เวลานี้เป็นช่วงที่ชาวบ้านกำลังออกไปทำงาน หลายคนจึงเห็นทั้งสองคนที่กลับมาพร้อมของเต็มไม้เต็มมือ
“บ้านเสิ่นสาม พวกเจ้าไปล่าไก่ป่าดี ๆ แบบนี้มาจากไหนกัน?”
“พวกเราโชคดีน่ะ เดิมทีตั้งใจจะขึ้นเขาไปหาเก็บผักป่า ใครจะรู้ว่าอาเหวินเดินพลาดจนกลิ้งตกเนิน แล้วบังเอิญกระแทกไก่ป่าสองตัวจนสลบ แถมยังเจอรังนี้อีก”
“พวกเจ้าดูสิ เสื้อของอาเหวินเปื้อนหมดแล้ว กลับไปคงต้องใส่เสื้อของพี่ชายเขาก่อน”
หลีเยว่ซูตอบส่ง ๆ เพียงไม่กี่คำก็ปัดเรื่องผ่านไปได้ ท่ามกลางสายตาอิจฉาของชาวบ้าน นางเดินกลับบ้านอย่างไม่สะทกสะท้านพร้อมกับของที่เก็บมาได้
เสิ่นถิงเหวินกอดไข่ไก่เอาไว้อย่างระมัดระวัง แม้ท่าทางจะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่สายตาที่มองหลีเยว่ซูกลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ท่ามกลางฝูงชน หยางซื่อมองคนทั้งสองที่กลับมาพร้อมของเต็มมือ ดวงตาพลันฉายแวววาววาบขึ้นมา
……
“ภรรยา!”
เพิ่งมาถึงหน้าบ้าน ก็เห็นเสิ่นเว่ยกางแขนพุ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ
หลีเยว่ซูโยนไก่ป่าที่สลบอยู่ในมือให้เขาทันที
“ไปฆ่าไก่เสีย ตอนเที่ยงจะตุ๋นน้ำแกง”
เสิ่นเว่ยกอดไก่เอาไว้ด้วยสีหน้าเหม่อลอย ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสน แต่กลับงดงามจนเกินไป
ทว่าหลีเยว่ซูไม่ได้สนใจ นางกลับมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังเขา
เสิ่นถิงอี๋กำลังจูงเสิ่นจืออวี้ที่เพิ่งอายุครบสามขวบ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
ในบรรดาเด็กทั้งสี่ เสิ่นจืออวี้เป็นคนที่หน้าตาเหมือนเสิ่นเว่ยมากที่สุด
ใบหน้าธรรมดา ๆ แม้จะดูน่ารักอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเด็กอีกสามคนแล้ว กลับดูธรรมดาเกินไปเล็กน้อย
เสิ่นจืออวี้เป็นคนที่หวาดกลัวเจ้าของร่างเดิมมากที่สุด เพราะเด็กสามขวบไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น รู้เพียงว่าผู้หญิงคนนี้มักจะทุบตีและดุด่าตนเอง ทำให้เขาหวาดกลัว
อย่างเช่นตอนนี้ เพียงหลีเยว่ซูมองเขาอยู่สองครั้ง เขาก็หวาดกลัวจนรีบหลบไปซ่อนตัวด้านหลังพี่สาว
เสิ่นถิงอี๋รีบปกป้องน้องชายทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
แน่นอนว่าหลีเยว่ซูไม่พลาดปฏิกิริยาของพวกเขา แม้ในใจจะรู้สึกจนปัญญา แต่ก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมา
หากต้องการทำให้เด็กทั้งสี่ที่ต่อไปจะกลายเป็นตัวร้ายยอมรับนาง บางทีนางอาจเริ่มจากเสิ่นจืออวี้ที่อายุน้อยที่สุดก็ได้
ในนิยายต้นฉบับ ภายหลังเสิ่นจืออวี้เติบโตขึ้นและกลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมและเข่นฆ่าศัตรูอย่างไม่ปรานี
แต่ตอนนี้เขายังเป็นเพียงเด็กสามขวบ ความคิดยังไม่ถูกหล่อหลอม ย่อมเป็นคนที่สั่งสอนได้ง่ายที่สุด
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลีเยว่ซูจึงเลือกลูกเจี๊ยบตัวหนึ่งจากหลายตัวที่หน้าตาน่ารักที่สุดขึ้นมา
“อาอวี้ชอบไหม?”
นางยิ้มอย่างเป็นมิตรเต็มที่ แต่เสิ่นจืออวี้กลับหดตัวด้วยความกลัว แม้ดวงตาจะถูกลูกเจี๊ยบในมือของนางดึงดูดเอาไว้ก็ตาม
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลีเยว่ซูจึงเดินเข้าไปอีกสองก้าว ไม่สนใจท่าทางระแวดระวังของพี่น้องทั้งสองที่ถอยหลัง นางย่อตัวลงตรงหน้าเด็กน้อย
“ถ้าอาอวี้ชอบ แม่จะยกมันให้เจ้า”
ดวงตาของเสิ่นจืออวี้สว่างขึ้นเล็กน้อย
“จริงหรือ?”
เสียงอ่อนแผ่วเบานั้นทำให้หัวใจของหลีเยว่ซูนุ่มลงเล็กน้อย นางยื่นมือออกไปอีก
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง”
ลูกเจี๊ยบราวกับรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะตัดสินว่าตนเองจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงหรืออาหาร มันกระพือปีกพร้อมร้องเจี๊ยบ ๆ ใส่เสิ่นจืออวี้
เสิ่นจืออวี้ยิ่งถูกดึงดูดจนลืมคำห้ามปรามของเสิ่นถิงอี๋ เขาค่อย ๆ ยื่นมือไปรับลูกเจี๊ยบอย่างระมัดระวัง
เด็กน้อยมองหลีเยว่ซูอย่างหวาด ๆ
“ขอบคุณท่านแม่…”
เสียงนุ่มนิ่มน่ารักทำให้หัวใจของหลีเยว่ซูอ่อนยวบ นางยกมือขึ้นทันที
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของนาง เสิ่นถิงอี๋ที่ระแวดระวังอยู่ตลอดก็รีบกอดน้องชายเอาไว้ ส่วนเสิ่นจืออวี้ก็หลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
แต่ฝ่ามือที่คิดว่าจะฟาดลงมากลับไม่เกิดขึ้น ตรงกันข้าม บนศีรษะของเขากลับมีสัมผัสอ่อนโยนแผ่วเบา
เสิ่นจืออวี้ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ก็เห็นแม่เลี้ยงที่ปกติมักดุร้ายและใจร้าย กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมลูบศีรษะของเขา
“อาอวี้เป็นเด็กดีที่รู้จักมารยาทจริง ๆ”
เด็กดีน่ารักและรู้ความแบบนี้ ขอเพียงนางอบรมเลี้ยงดูเขาให้ดี ต่อไปเขาจะต้องมีอนาคตที่ดีกว่าเดิมแน่นอน!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเด็กทั้งสามคน หลีเยว่ซูก็ไม่กล้าแสดงความกระตือรือร้นมากเกินไป
“ไปกันเถอะ กลับบ้าน แม่จะทำของอร่อยให้พวกเจ้ากิน!”
หลีเยว่ซูเดินนำหน้าไป เสิ่นเว่ยก็รีบวิ่งตามไปอย่างกระตือรือร้น ทิ้งเด็กทั้งสามคนไว้ให้มองหน้ากันตาปริบ ๆ ราวกับยังตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น
……
แม้เสิ่นเว่ยจะมีสติปัญญาเทียบเท่าเด็ก แต่สมองของเขากลับใช้งานได้ดีมาก เพียงหลีเยว่ซูอธิบายขั้นตอนการฆ่าไก่ให้ฟังคร่าว ๆ เขาก็สามารถลงมือทำได้ทันที
หลีเยว่ซูมองท่าทางการใช้มีดที่คล่องแคล่วของเขา ดวงตาฉายแววครุ่นคิดเพิ่มขึ้นหลายส่วน
เจ้าของร่างเดิมถูกเสิ่นมู่ซื้อมาจากต่างถิ่น นางรู้เรื่องของเสิ่นเว่ยไม่มากนัก รู้เพียงว่าเพราะดวงชะตาตามวันเดือนปีเกิดไม่ดี เขาจึงถูกส่งตัวออกจากบ้านตั้งแต่ยังเด็ก
จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ เสิ่นเว่ยก็พาเด็กสี่คนที่ไม่รู้ว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นใครกลับมา และเมื่อหนึ่งปีก่อนก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นขณะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ จนไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
เรื่องราวของเสิ่นเว่ยเมื่อสามปีก่อน เจ้าของร่างเดิมไม่รู้อะไรเลย แต่ดูจากท่าทางการใช้มีดของเขาแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขามีพื้นฐานบางอย่างอยู่ก่อนแล้ว
ขณะที่หลีเยว่ซูกำลังครุ่นคิด จู่ ๆ เสิ่นเว่ยก็เงยหน้าขึ้น
เขายกไก่ที่จัดการเรียบร้อยแล้วขึ้นมา พลางทำสีหน้าราวกับกำลังรอคำชม
หลีเยว่ซูชะงักไป ก่อนสลัดความคิดยุ่งเหยิงออกจากหัว
ช่างเถอะ ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงเจ้าทึ่มคนหนึ่งเท่านั้น เด็กทั้งสี่ก็มีความผูกพันกับเขา นางเลี้ยงเขาเองก็แล้วกัน!
หลีเยว่ซูรับไก่มา จากนั้นหยิบเครื่องปรุงที่ได้มาจากตระกูลเสิ่นออกมา ทำไก่ตุ๋นซีอิ๊วหนึ่งจานกับซุปไข่หนึ่งชาม
ไม่นาน กลิ่นหอมเย้ายวนก็ลอยออกมาจากห้องครัว บ้านหลายหลังที่อยู่ใกล้เคียงและกำลังกินอาหารกลางวันต่างก็ได้กลิ่นหอมของมันเช่นกัน
เมื่อได้กลิ่นเนื้อหอม ๆ ชวนให้น้ำลายสอ ทุกคนกลับทำได้เพียงบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด พลางกัดหมั่นโถวหยาบ ๆ รสจืดในมือ
หลีเยว่ซูไม่รู้เรื่องเหล่านี้ นางยกจานไก่ตุ๋นซีอิ๊วออกมาจากห้องครัว
ทันทีที่ก้าวออกจากประตู นางก็เห็นเงาร่างทั้งสี่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตู จ้องชามในมือของนางตาเป็นมัน
หลีเยว่ซูยกมุมปากขึ้น
“ยังมีซุปอีกชาม ใครจะไปช่วยยกมา?”
“ข้าเอง!”
เสิ่นเว่ยรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น แล้ววิ่งเข้าไปในห้องครัวทันที
เสิ่นถิงเหวินกับเสิ่นถิงอี๋เพิ่งได้สติกลับมา ต่างก็รีบเบือนสายตาออกด้วยความหงุดหงิด
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยกินของดีเสียหน่อย เหตุใดถึงไม่มีความอดทนเอาเสียเลย!
เสิ่นจืออวี้ไม่รู้ว่าพี่ชายพี่สาวกำลังคิดอะไร เขายังคงจ้องไก่ตุ๋นซีอิ๊วชามนั้นตาไม่กะพริบ
หลีเยว่ซูเห็นปฏิกิริยาของเด็กทั้งสามคนอยู่ในสายตา แต่ไม่ได้เปิดโปงพวกเขา
“ไปล้างมือ เอาชามมา เตรียมกินข้าวได้แล้ว”
ไม่นาน ครอบครัวหนึ่งก็ล้อมวงนั่งอยู่รอบโต๊ะเตี้ย ๆ
เสิ่นถิงเหวินมองข้าวขาวเม็ดอวบที่เห็นได้อย่างชัดเจนในชาม ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้แอบซ่อนเสบียงเอาไว้ แต่ข้าวที่กินกันมาตลอดสองวันนี้ก็เพียงพอสำหรับอาหารที่นางกินตามปกติถึงห้าวัน นางกลับยอมเอาออกมาอย่างไม่เสียดายเลยหรือ?
หลีเยว่ซูไม่ได้สังเกตสีหน้าของเสิ่นถิงเหวิน นางกำลังจะเริ่มกินอาหาร ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมสูงจงใจทำเป็นสนิทสนมดังมาจากหน้าประตู
“โอ้โฮ พวกเจ้ากินกันแล้วหรือ!”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย