Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
มินิซีรี่ย์
•
ติดตาม
12 ส.ค. เวลา 22:42 • หนังสือ
บทเห่เรื่องพระอภัยมณี
๒๑ เห่เอยเห่ละห้อย พราหมณ์น้อยศรีสุวรรณ
แรมสำนักตำหนักจันทน์ พระสุริยันสนธยา
ให้อาดูรพูลเทวศ ถึงแก้วเกษรา
ได้เห็นพักตร์ลักขณา ยังติดตาทุกนาที
ชมแท่นทองที่รองทรง ของอนงค์องค์บุตรี
หอมหวนยวนยี อยู่ในที่ไสยา
เผยพระแกลแลกระจ่าง เห็นเดือนสว่างในเวหา
ทรงกลดรจนา เหมือนนวลหน้าพระน้องนวล
อนาถหนาวเศร้าสร้อย ให้ละห้อยโหยหวน
นึกเห็นเมื่อเล่นสวน เลิศล้วนลักขณา
เนตรขนงวงวิลาศ พิศเพียงบาดนัยนา
พระกรรณแก้วแววตา ดังกลีบผกาโกมล
สองกรก็อ่อนชด ดังงอนรถพระสุริยน
ปรางประพระสุคนธ์ พิศเพียงผลลูกจันทน์
ทรวดทรงพระองค์อ่อน ดังอัปสรสาวสวรรค์
โกมุทบุษบัน ไม่เทียมถันประทุมา
โอษฐ์สะอาดดังชาดจิ้ม เมื่อยามยิ้มดังเลขา
เมื่อเนตรน้องมาต้องตา ดังสายฟ้ามาฟาดทรวง
แสนรักสลักอก ยิ่งกว่ายกภูเขาหลวง
จะใคร่อุ้มพุ่มพวง มาแนบทรวงไสยา
ผิวเหลืองระเรืองรอง เหมือนเนื้อทองธรรมดา
แม้นสมรักจะลักพา ลงเภตรากางใบ
ดูเนื้อน่วมอยู่นุ่มนิ่ม จะชมชิมให้อิ่มใจ
แม้นลมดีจะคลี่ใบ แล่นไปในนที
จะปลอบประโลมโฉมฉาย ขึ้นนั่งบนท้ายบาหลี
แย้มสรวลยวนยี จะชวนชี้ให้ชมปลา
มีต่างต่างกลางทะเล ทั้งจรเข้เหรา
ฝูงกระโห้ทั้งโลมา เคลื่อนคลาอยู่ตามกัน
กุ้งกั้งแลมังกร สลับสลอนหลายพรรณ
นาคราชผาดผัน ปลาอำพันตะเพียนทอง
วาฬใหญ่ขึ้นไล่คู่ ผุดฟูพ่นฟอง
เงือกงูดูคะนอง ลอยล่องชโลธร
กริวกราวก็เต้าตาม ฉนากฉลามสลับสลอน
คลาเคล้าสำเภาจร ในสาครรายเรียง
เกาะใหญ่ไม้ชอุ่ม เป็นพุ่มพุ่มเคียงเคียง
เหมือนจอกน้อยลอยเรียง พิศเพียงจะเพลินใจ
นิ่งนึกจนดึกดื่น ถอนสะอื้นอาลัย
เคลิ้มระงับหลับไป อยู่ในห้องไสยา เอย
๒๒ เห่เอยเห่กล่าว ถึงพระดาวบศนี
องค์สุวรรณมาลี บวชด้วยมีศรัทธา
กับสินสมุทสุดสวาดิ อรุณราชนัดดา
อยู่เขารุ้งปลายทุ่งนา ออกนั่งหน้ากุฎี
แบ่งส่วนกุศลผลบุญ ให้องค์อรุณรัศมี
สาวสุรางค์นางชี แต่ล้วนมีศรัทธา
ตัดรักชักประคำ พึมพำภาวนา
เงียบสงัดวัดวา พระสุริยาเย็นรอนรอน
ชะนีน้อยห้อยโหย วิเวกโหวยวิงวอน
จิ้งจอกออกหอน นกนอนรังเรียง
เริงร้องซ้องแซ่ คลอแคลกรีดเสียง
น่าดูเปนคู่เคียง แอ่นเอี้ยงแอบอิง
แม่นกกกกอด ลูกพลอดวอนวิง
แจ้วแจ้วแก้วกะลิง จับที่กิ่งไทรทอง
นั่งชมโสมนัส กับหน่อกษัตริย์ทั้งสอง
พลบค่ำย่ำฆ้อง เดือนส่องสว่างตา
หอมดอกไม้ใกล้กุฏิ สาวหยุดมลิลา
ยี่หุบบุบผา แย้มผกากลิ่นขจร
เย็นยะเยียบเงียบสงัด พระพายพัดมาอ่อนอ่อน
หึ่งหึ่งผึ้งภมร เชยเกสรสุมาลี
หอมอังกาบกุหลาบเทศ การะเกดริมกุฎี
ให้ซาบทรวงหลวงชี ด้วยมาลีหลายพรรณ
ลมโชยโรยริน หอมลูกอินกลิ่นจันทน์
รสสุคนธ์ปนกัน เหมือนกลิ่นกลั่นตลบลม
นิ่งระงับหลับตา อุตส่าห์รักษาอารมณ์
ถึงหอมระรื่นไม่ชื่นชม ตามเพศพรหมจรรย์ เอย
๒๓ เห่เอยพระราชบุตร สินสมุทรมุนี
กับอรุณรัศมี นั่งอยู่ที่น่าชาลา
แย้มสรวลชวนกัน นั่งฉันน้ำชา
พูดเล่นเจรจา กับน้องยานารี
แขไขไตรตรัด เรืองจรัสรัศมี
ร่อนเร่ในเมฆี มาตรงที่แกลทอง
ถ้าเช่นนี้พี่เหาะได้ จะเหาะไปประคอง
ค่อยสอดกรซ้อนตระกอง มาไว้ในห้องไสยา
เย็นชื่นดื่นดึก ลืมรำลึกภาวนา
ชวนพระน้องร้องสักรวา จนหลงว่าขึ้นดังดัง
โอ้ว่าเจ้าการะเกด ขี่ม้าเทศจะไปท้ายวัง
น้องห้ามไว้ก็ไม่ฟัง จะแทงฝรั่งลังกา
รู้สึกตัวกลัวกรรม ชักประคำภาวนา
เดือนส่องต้องศิลา ดังจินดาดวงดาว
ด้วยเขารุ้งรุ่งเรือง บ้างเขียวเหลืองแวววาว
แวมสว่างพร่างพราว อร่ามราวเพชรพลอย
พร่างพร่างน้ำค้างเหยาะ เผาะเผาะผอยผอย
ดาวก็เคลื่อนเดือนก็คล้อย จะเลื่อนลอยลับตา
เย็นยะเยียบเงียบสงัด พระพายพัดรำเพยพา
พระเพลินจิตไม่นิทรา แต่น้องยานั้นหลับไป
เดือนส่องผ่องเพียง จะแข่งเคียงแขไข
หลับสนิทจะพิศไหน งามวิไลลักขณา
นวลหน้าเหมือนการะเกด ดังดวงเนตรของเชษฐา
ถึงนางสวรรค์ชั้นฟ้า ก็ไม่โสภาเทียมนวล
ชายใดแม้นได้นุช จะรักสุดแสนสงวน
ยิ้มเยื้อนเหมือนจะชวน ให้รัญจวนใจชาย
พิศเพ่งเล็งดูเดือน ละม้ายเหมือนกับเดือนหงาย
ฟ้าขาวดาวประกาย พฤกษพรายโพยมมาล
เสียงดุเหว่าเร่าร้อง เสนาะก้องกังวาล
ไก่กระชั้นขันขาน วิเวกหวานวังเวง
เหมหงส์บุหรงร้อง ดังพาทย์ฆ้องประโคมเพลง
กลระฆังก็ดังเอง เสียงเหง่งเหง่งวังเวงใจ
ลมว่าวหนาวชื้น หอมระรื่นหฤทัย
งีบระงับหลับใหล ในที่ไสยา เอย
๒๔ เห่เอยหน่อกษัตร นางอรุณรัศมี
บวชเล่นเล่นก็เป็นชี กับฤๅษีพี่ยา
แอบชอ้อนนอนเพลา ว่าพระเจ้าป้าจ๋า
พรหมจรรย์จรัญญา เขาแปลว่าอันใด
พระเจ้าลุงพรุ่งนี้ จะมานีมนต์ไป
หลวงป้าไม่ว่าไร ฤๅจะไปตามคำ
ถามเท่าไรก็ไม่ตรัส สมาบัติบริกรรม
กลัวป้าอุตส่าห์ทำ ชักประคำภาวนา
ลืมมนต์เสียหมดสิ้น ด้วยหอมกลิ่นบุปผา
รสสุคนธ์มณฑา มลิลาลมโชย
รื่นรื่นชื่นแช่ม กลิ่นนางแย้มยมโดย
ให้หวิวหวิวหิวโหย ร่วงโรยกำลัง
ประหลาดเหลือเมื่อไร จะได้เข้าไปในวัง
เสียงหริ่งหริ่งที่กิ่งรัง ฟังฟังยิ่งวังเวง
จักจั่นสนั่นเสนาะ ดังบัณเฑาะว์ดีดเพลง
กระดึงดังหงั่งเหง่ง ให้วังเวงวิญญา
ครั้นเย็นย่ำน้ำค้าง พร้อยพร่างพฤกษา
ลมเชยรำเพยพา ชื่นวิญญาเย็น เอย
๒๕ เห่เอยเห่กล่าว ถึงลูกสาวเจ้าลังกา
โฉมลเวงวัณฬา ทรงอาชามากลางไพร
เลี้ยวหลงวงเดิน พนมเนินพนาลัย
แลเหลียวเปลี่ยวใจ วิเวกในดงดาล
เห็นแต่สัตว์จัตุบาท มฤคราชแรดฟาน
เสือสิงห์วิ่งทะยาน เสียงสะท้านสะเทือนดัง
นางหลีกลัดดัดเดิน แนวเนินพนมวัง
ให้หิวโหยโรยกำลัง จนม้าที่นั่งก็อ่อนแรง
แลดูพระสุริฉาย ก็เบี่ยงบ่ายชายแสง
สุดสังเกตเขตแขวง ไม่รู้แห่งหนทาง
แลขวาเป็นป่าชัฏ ข้างซ้ายขัดภูเขาขวาง
ล้วนป่าสูงยูงยาง ไปตามหว่างศีขรินทร
เป็นโกรกกรวยห้วยธาร หุบลหานเหวหิน
ฝูงปักษาเที่ยวหากิน บ้างโผบินร่อนเรียง
แจ้วแจ้วแก้วพลอด ฉอดฉอดฉ่ำเสียง
กระลุมภูเปนคู่เคียง เค้าโมงเมียงมองแล
ฝูงอิลุ้มคุ่มขาบ กระจิบกระจาบจอแจ
นกออกเอี้ยงเคียงคับแค เสียงซ้อแซ้สนั่นไพร
โพรโดกนั้นโอกเสียง เสนาะสำเนียงนกตะไน
กินปลีเปล้าเขาไฟ จับกิ่งไม้มองเมียง
ไก่ฟ้าพระยาลอ ขันจ้อแจ้วเสียง
นกอุลอคลอเคียง กะเรียนเรียงรังนาน
ฝูงยางกรอกดอกบัว กระเต็นกระตั้วหัวขวาน
เบญจวรรณขันขาน บ้างบินผ่านโผจร
คุลาโห่โกกิล นกขมิ้นเหลืองอ่อน
เรียงจับสลับสลอน นางนวลนอนแนบนาง
บ้างเวียนวิ่งบนกิ่งไม้ บ้างซุกไซ้ปีกหาง
ชมเพลินเดินพลาง วิเวกวางเวงใจ
บาระบูนขุนแผน ตระเวนกระแวนระวังไพร
ตัวเขียวเหยี่ยวตะไกร ไล่ลูกไก่เวียนวง
ที่เงื้อมเงาเขาสูง แต่ล้วนฝูงเหมหงส์
ปีกเจ้าอ่อนร่อนลง ประสานส่งสำเนียง
นกยูงเป็นฝูงฟ้อน เหมือนละครรำเรียง
กรีดกรายชม้ายเมียง ประสานเสียงสนั่นดัง
สาลิกาสุวาที นกโนรีเรียงรัง
เหมือนนกเลี้ยงในเวียงวัง พระเนตรหลั่งหล่อชล
โอ้อกระหกระเหิน เคราะห์เผอิญอับจน
ม้าเลี้ยวหลงวงวน ไม่เห็นหนทางไป
ป่าระหงดงดึก สะพรั่งพฤกษาไสว
หอมระรื่นชื่นฤทัย ดอกไม้ไพรพนม
แก้วกุหลาบอังกาบแกม นางเด็ดแซมมวยผม
สร้อยฟ้าดูน่าชม ทั้งสุกรมยมโดย
บ้างบานตูมเป็นพุ่มพวง บ้างหล่นร่วงกลีบโรย
ทั้งพระพายชายโชย เกสรโปรยปรายมา
ทั้งรวยรินอินจันทน์ กะลำพันกฤษณา
เพลินพระทัยไคลคลา จนสุริยาเย็นรอนรอน
ครั้นถึงธารสะอ้านสะอาด เขาอังกาศศิงขร
จิ้งจอกออกเห่าหอน ในดงดอนดูมืดมัว
เสียงชะนีวิเวกโหวย ละห้อยโหยหาผัว
วังเวงน่าเกรงกลัว แลเห็นตัวอยู่ไรไร
เห็นที่แท่นแผ่นผา ที่ไสยาอาศัย
ลงจากม้าคลาไคล เข้านั่งใต้ไทรทอง
ด้วยล้าเลื่อยเหนื่อยนัก พระวรภักตร์หม่นหมอง
แล้วทรงเปลื้องสะไบกรอง นางปูรองกายา
ค่อยเอนองค์ลงบนอาสน์ พระเศียรพาดแผ่นผา
ให้หิวโหยโรยรา นิ่งนิทราตรอมใจ
เสียงจังหรีดกรีดกริ่ง หริ่งหริ่งเรไร
เคลิ้มระงับหลับไป ใต้ต้นไทรทอง เอย
๒๖ เห่เอยเห่บท เดินรถในราตรี
พระอภัยมณี นั่งที่ท้ายรถทรง
บุษบกกระจกกระจ่าง เห็นรางรางรูปทรง
คลุมประทมห่มองค์ เห็นแต่วงพักตรา
แม่ยอดหญิงพริ้งเพริศ วิลาศเลิศลักขณา
จะสะกิดก็ติดฝา สุดปัญญาสุดอาลัย
ยืนยิ้มอยู่ริมรถ รื้อระทดหฤทัย
ฤๅระงับหลับใหล ทำกระไรจะรู้ความ
นิ่งนึกเห็นดึกนัก เวลาก็สักสองยาม
คิดจะใคร่ไต่ถาม ให้ขามขามในวิญญา
ยามประชวรกวนจิต จะเคืองคิดโกรธา
จึงถอยหลังรั้งรา เลียบไปหน้ารถชัย
พระถามธิดาสุลาลี พระชนนีเป็นไฉน
เขาบอกว่าหลับก็กลับไป ขึ้นยืนอยู่ใกล้แกลทอง
ผลักผลักสลักติด ก็คิดคิดเขม้นมอง
เสียงจังหรีดกระกรีดร้อง นึกว่าน้องจำนรรจา
เกาะเกาะพระเคาะแกล เป็นไรนะแม่วัณฬา
พี่มาแล้วนะแก้วตา จะรับรักษาทรามวัย
เย็นยะเยียบเงียบสำเนียง ได้ยินแต่เสียงเรไร
เสนหาอาลัย มิได้ใกล้เคียงองค์
กลับมานั่งบังกาย อยู่ที่ท้ายรถทรง
พร่างพร่างกลางดง ต้นรงร่มครึ้ม
พอเดือนเที่ยงเสียงผึ้ง หึ่งหึ่งครหึม
ทุกเงื้อมเขาเหงางึม ให้เศร้าซึมโศกา
พี่อุตส่าห์มาด้วย ก็มิได้ช่วยรักษา
ฤๅน้องแก้วแววตา สวรรคาลัยไป
ไม่ขออยู่จะสู้ม้วย จะตายด้วยแม่ดวงใจ
กอดพระกรถอนฤทัย วิเวกในดงดอน
เย็นยะเยียบเงียบสงัด พระพายพัดมาอ่อนอ่อน
รวยรินกลิ่นขจร หอมเกสรสุมาลี
ลั่นทมนมสวรรค์ ทั้งอินจันทน์จำปี
สร้อยฟ้าสารภี มลุลีหลายพรรณ
ทั้งยมโดยโรยริน ระรื่นกลิ่นมลิวัน
เหมือนกลิ่นเนื้อเจือจันทน์ สะอื้นอั้นอาลัย
ไฉนดีเจ้าพี่เอ๋ย จะได้เชยให้ชื่นใจ
อุตส่าห์ตามทรามวัย มาจนใกล้กัลยา
เพราะฝาติดอยู่นิดเดียว ให้เสียวเสียวเสนหา
เขม้นมองที่ช่องฝา จะใคร่เห็นหน้าพระน้อง เอย
๒๗ เห่เอยเห่เพลง โฉมละเวงวัณฬา
ทำหลับใหลไสยา จนล่วงมากลางดง
แลเห็นองค์พระอภัย เที่ยวเลียบไต่รถทรง
ทำความเพียรเวียนวง คิดก็สงสารเธอ
ช่างซื่อสุดบุรุษใด ไม่มีใครจะเสมอ
ช่างง่วงเหงาเฝ้าละเมอ ช่างไม่เก้อแก่ใจ
เห็นประจักษ์ว่ารักจริง สู้ทอดทิ้งทัพชัย
มิตอบถ้อยจะน้อยใจ ครั้นพูดไปจะเป็นทาง
ทั้งรักแค้นแสนเสียดาย สะอื้นอายอางขนาง
ทำประชวรครวญคราง จึงถามนางลาลีวัน
ถึงไหนแล้วณแก้วตา แม่หลับมาแต่สายัณห์
เข้าป่าสาลวัน จักจั่นจับใจ
เจ้าแม่เอ๋ยเคยนั่ง จะลุกยังไม่ไหว
ให้กลุ้มกลัดในหทัย เจ็บไข้ก็ไม่เคย
ลมว่าวก็เฝ้าพัด หนาวสาหัสแล้วลูกเอ๋ย
กลางไพรใครเลย จะให้เขนยหนุนนอน
ทั้งน้ำค้างก็ช่างสาด ใจจะขาดลงรอนรอน
ถึงสุวรรณบรรจถรณ์ จะได้นอนให้อุ่นทรวง
ชะกระไรพระจันทร์ ช่างดัดดั้นไปลับดวง
ฤๅลับเงาภูเขาหลวง ไม่โชติช่วงชัชวาลย์
แลก็ไม่เห็นหน ช่างมืดมนอนธการ
ดอกไม้ก็ไม่เบิกบาน จะได้สำราญฤทัย
เจ้าประดิษฐคิดขับ ให้เพราะจับจิตใจ
จะได้ระงับหลับใหล ให้ส่างในทรวง เอย
๒๘ เห่เอยธิดา โฉมสุลาลีวัน
รับสั่งบังคมคัล ขึ้นนั่งบนชั้นเกรินทอง
แกล้งประดิษฐ์คิดคำ ขับลำนำทำนอง
โอ้ยามค่ำย่ำฆ้อง ให้มัวหมองในวิญญา
จะแลชมพนมพนัส ไม่ถนัดนัยนา
ช่างมืดมิดทุกทิศา มืดทั้งฟ้าดินดง
โอ้ว่าพระศศิธร ช่างลอยร่อนรถทรง
แจ่มกระจ่างสว่างวง ส่องที่ตรงแกลทอง
เห็นพักตราหล้าโลก จะส่างโศกเศร้าหมอง
โหยหวนนวลละออง มณฑาทองที่ต้องใจ
ภุมรินบินค้อยค้อย มาเชยสร้อยสุมาลัย
มืดมนก็จนใจ เที่ยวเลียบไต่ตอมดวง
โอ้เอนดูแมงภู่น้อย ให้เศร้าสร้อยโศกทรวง
ด้วยกลีบหุ้มพุ่มพวง ไม่โรยร่วงรสสุคนธ์
ขอเทวัญในชั้นฟ้า ทั้งเทวาเดินหน
ช่วยโปรยปรายสายฝน ให้อุบลแบ่งบาน
ลมโชยระโรยกลิ่น หอมกระถินพิมาน
มณฑาผกากาญจน์ มาซาบซ่านทรวงเย็น
หอมประดู่อยู่ใกล้ใกล้ แลก็ไม่ใคร่เห็น
น้ำค้างพร่างสาดกระเซ็น ยะเยือกเย็นพยอมไพร
หนาวลมจะห่มผ้า หนาวน้ำฟ้าจะผิงไฟ
หนาวทรวงณดวงใจ เศร้าฤทัยระทวยทรง
ถึงเสื้อสวมนวมหุ้ม ก็ไม่เหมือนอุ้มแอบองค์
หอมดอกไม้ที่ในดง ไม่เหมือนทรงสุคนธา
แป้งสดรสรื่น ไม่หอมชื่นในนาสา
เห็นอื่นอื่นไม่ชื่นตา เหมือนได้เห็นหน้าพระน้อง เอย
๒๙ เห่เอยเฉลยไข เรื่องพระอภัยมณีสนอง
เมื่อพระองค์ทรงครอบครอง กับสาวสวรรค์ชื่อวัณฬา
ขนิฐนาถทั้งราชบุตร ก็ทิ้งพุทธภาษา
อยู่ยังเกาะลังกา ภิรมย์รื่นทุกคืนวัน
พระอภัยวิไลลักษณ์ กับเอกอัครละเวงสวรรค์
นารีพระศรีสุวรรณ ชื่อรำพาสุดาดวง
สินสมุทรโอรสา กับพกายุพาพวง
ยับยั้งอยู่วังหลวง ละเลิงหลงว่าทรงงาม
เข้ารีตฝาหรั่งเศส สละเพศกระษัตริย์สยาม
ทิ้งพวกพี่เลี้ยงพราหมณ์ ไม่กรายกลับไปพลับพลา
ภิรมย์เรียงอยู่เคียงข้าง มิได้ห่างเสนหา
ชื่นชิดด้วยฤทธยา ทั้งอุปเทเสนห์อนงค์
พระพี่ชายวายรำลึก ถึงกรุงผลึกด้วยใหลหลง
พระน้องชายนั้นวายพระวง บุรีรมจักรา
พระเชษฐาลืมนารี มเหษีเสน่หา
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดา ทั้งราชบุตรสุดสาคร
พระอนุชาลืมนาเรศ องค์แก้วเกษรานิกร
อรุณรัศมีสมร พระธิดายุพาพาล
สินสมุทรนั้นสุดหลง ลืมโสดสรงกระสินธุ์สนาน
ทั้งโภชนากระยาหาร ก็ลืมเสวยเฝ้าเชยชม
สามกระษัตริย์บำบัดยุค เกษมสุขทุกสิ่งสม
ชื่นจิตสนิทสนม ไม่วายเสน่ห์สักเวลา
ฝ่ายชายวิเชียรพราหมณ์ สานนนามพราหมณ์โมรา
ตรองตรึกต่างปรึกษา แล้วเลขาลิขิตเขียน
คัดคิดประดิษฐประดับ สองฉบับบรรจงเจียร
ไขคำจดจำเนียร พับผนิดแล้วปิดตรา
สั่งให้ชายนายทหาร เชิญศุภสาส์นลงนาวา
ใช้ใบไปในมหา มหรณพครบเจ็ดวัน
ถึงท่าอณาเขต ผลึกนิเวศดังเวียงสวรรค์
ประเทืองถือหนังสือสำคัญ ขึ้นเรียนท่านเสนาใน
แจ้งกิจจาพาลีลาศ เข้าสู่ราชเวียงไชย
แล้วทูลฉลองสนองไข พระพันวัสสาสุมาลี
บทนี้จะขอกล่าว ถึงเรื่องราวมเหษี
ทราบว่าพระสามี เข้ารีตฝรั่งเกาะลังกา
สองกรข้อนพระทรวง โดยหึงหวงเสนหา
นองพระชละนา พิไรร่ำแล้วรำพัน
โอ้ทูลกระหม่อมมิ่ง มาทอดทิ้งกระหม่อมฉัน
แล้วโกรธาตาเป็นมัน พระพัตรเผือดด้วยเดือดดาล
ชิชะอีฝรั่ง น้อยหรือช่างชิงอาหาร
จะยกทัพไปรับงาน กันกับมันไม่พรั่นพรึง
ฝ่ายพระชนนี ก็สุดที่จะขี้หึงส
ลุกโลดกระโดดอึง แม่มาลีอย่าหนีมัน
ถึงเสียทองสักเท่าตัว แต่ให้ผัวอยู่ด้วยกัน
เหวยเสนาอย่าช้าพลัน จัดกำปั่นพันเภตรา
แล้วสั่งอาลักษณ์พนักงาน ให้แต่งสารสุนทรา
ถึงราชบุตรสุดสา คเรศราชกุมาร
ฝ่ายรมจักรแจ้งกิจจา นางเกษราได้รับสาร
ว่าภัสดาปรีชาชาญ ได้ชู้อังกฤษสนิทใน
แสนสงสารพระทรงเดช พระชลเนตรนั้นหลั่งไหล
นางฝรั่งไม่หวังใจ เหมือนนางไทยเสียดอกกระมัง
กลัวจะไม่รู้อยู่ปรนนิบัติ อยู่งานพัดริมบัลลังก์
จะรนร้อนอาวรณ์หวัง ไม่วายเศร้าทุกเช้าเย็น
แม้นเมื่อยพระองค์ยามทรงปวด อยู่งานนวดที่ไหนเป็น
เคืองแค้นสุดแสนเข็ญ ด้วยเคืองขัดพระหัทยา
ถึงยามเสวยจะเคยเลื่อน แคล้วคลาดเคลื่อนซึ่งเวลา
พยัญชะนังและมังสา จะผิดรสเป็นนิรันดร์
โภชนาข้างฝาหรั่ง มีแต่ขนมปังกับหมูหัน
ไม่เจือจานทั้งหวานมัน พระธาตุขันธ์จะปรวนแปร
เคยเสวยชาสุธารส จะทรงซดแต่กาแฟ
ใส่เนยนมภิรมย์แร ทั้งชีกุลัดเป็นอัตรา
นางอังกฤษสนิทสนม ไหนจะอบรมพระภูษา
จีบสะไบวิไลคา ตามยศศักดิ์พนักงาน
จะทรงแต่กงเกง เหมาะเหมงน่าอัประมาณ
เสื้อฝรั่งอลังการ ใส่หมวกอังกฤษผิดพวกไทย
อาวรณ์หวังสุดสังเวช พระเยาวเรศเธอรำไร
ถึงพระภูวไนย องค์ภัสดาปรีชาชาย
องค์อัคเรศพระเชษฐา ขี้หึงสาประดาหาย
(ในต้นฉบับที่ได้มาสมุดขาดมีบทแต่เพียงนี้)
๓๐ เห่เอ่ยจะกล่าว ถึงเรื่องราวพระอภัย
ต้องเสน่ห์เล่ห์อาลัย หลงใหลรักวัณฬา
พระแปลงปลอมถ่อมยศ มาในรถโมรา
เงียบเหงาเศร้าวิญญา เมื่อในราตรีกาล
จนดึกดื่นเดือนดวง โชติช่วงชัชวาลย์
พระพายรำเพยเผยพาน น้ำค้างก็ซ่านโทรมกระเซ็น
แสนสงสารพระอภัย ให้หนาวในทรวงเย็น
สอดสังเกตเนตรเขม้น แลเห็นอยู่รางราง
รู้ว่าละเวงวัณฬา อยู่ในรถฝากระจกกระจ่าง
แต่ลูกหลอกบอกพราง ว่าพระนางเธอประชวร
พระอภัยมณีเธอขี้ขลาด ไม่เอื้อมอาจลามลวน
ได้ยินเสียงนางครางครวญ คิดว่าประชวรจริงจริง
สะอื้นอั้นตันอุรา สงสารกัญญายอดหญิง
เห็นงามงอนลงนอนนิ่ง ท้าวเธอก็ยิ่งทุกข์ประเทือง
ลำลำจะใคร่ถามประชวร เกรงไม่ควรกลัวนางจะเคือง
กลัวคนจะรู้เข้าหูเหือง จะเสียเรื่องรักเรา
เธอสู้นั่งมิไม่ปริปาก เพราะหวังจะฝากไมตรีเขา
สู้นั่งจ๋อยจิ๋มหงิมเหงา เหมือนหนึ่งโศกเศร้าสักแสนปี
ฝ่ายโฉมละเวงวัณฬาเลิศ วิเศษประเสริฐสวยศรี
นางนิ่งนอนอาวรณ์ทวี อยู่บนที่รถทอง
เห็นพระอภัยวิไลลักษณ ประเสริฐศักดิ์เธอเศร้าหมอง
เพราะหมายเปนหนึ่งจะพึ่งน้อง ท้าวเธอจึงต้องแปลงตัว
สู้ต่ำเตี้ยเสียพระเดช นึกแสนสมเพชรักผัว
เพราะรักน้องจึงหมองมัว ทูลเอยทูลหัวของเมีย
สู้ตัดญาติขาดมิตร มาเข้ารีตฝรั่งเสีย
สู้ต่ำต้อยละห้อยละเหี่ย อะลิ้มอะเหลี่ยเหลืออาลัย
ทั้งรูปก็ดีเป่าปี่ก็เพราะ ละมุนเหมาะจับใจ
ทั้งโลกหล้าไม่หาได้ เหมือนพระอภัยภูมินทร์
จะเกี้ยวจะพานก็หวานสนิท ดังอำมฤตวาริน
ครองสัตย์ซื่อถือศิล ควรเปนปิ่นนครา
พระสังฆราชบาดหลวง ช่างไปล่อลวงเอาเธอมา
จะให้ฟันฟาดพิฆาตฆ่า น้องเวทนาเหลือใจ
เออเมื่อเธอรักน้องหนักหนา จะให้คิดฆ่าเสียกลใด
เธอมิตรจิตน้องก็มิตรใจ ฆ่าไม่ได้แล้วนา
สงสารเอยสงสารนัก พระยอดรักของน้องนี่หนา
เคยสุขไสยาสน์บนอาสนไสยา ยี่ภู่ผ้าอันโอฬาร
แม้นน้องไม่คิดขวยเขิน จะเชื้อเชิญด้วยคำหวาน
ประทมที่นอนวอนวาน จะอยู่งานให้ประทม
เออทำไมไม่มาเล่า ช่างนั่งนิ่งเหงาง่วงงม
จนเข้ามาชิดยังไม่คิดจะชม น่าน้อยอารมณ์เสียนี่กระไร
โอ้โอ๋พระพี่ช่างขี้ขลาด ขยั้นขยาดผู้หญิงได้
นางคำนึงตะลึงตะไล ด้วยพิศมัยพระภูธร
ฝ่ายพระอภัยใจจะขาด เพราะแสนสวาดิหวังสมร
ถอนหทัยให้สะท้อน ทุรนร้อนเสียจริงจริง
จึงออกอุบายภิปรายเปรย ตรัสเฉลยแก่ลูกหญิง
แกล้งทำสำออยอ้อยอิ่ง ว่าหนาวจริงจริงสุลาลี
พ่อต้องลมว่าวหนาวนัก ช่วยถอดสลักให้สักที
นึกว่าช่วยชีวี บิดานี้เถิดบังอร
๓๑ เห่เอยบุตรฝรั่ง เมื่อได้ฟังท้าวเธอวอน
จึงถอนสลักชักกลอน ค่อยกระซิบสอนแต่เบาเบา
มาตุรงค์ยังทรงประชวร อย่าเข้าไปกวนสะกิดเกา
เธอว่าถึงถูกก็เพลาเพลา จริงจริงนะเจ้าจงคอยดู
ว่าพลางทางเข้าชิด เพ่งพินิจอยู่เปนครู่
จึงเล้าโลมโฉมตรู หวังจะใคร่รู้โรคประชวร
แม่เป็นไฉนอย่างไรบ้าง จึงได้เฝ้าครางคร่ำครวญ
เป็นโรคจรประจวบจวน ฤๅเคยประชวรประจำกาย
ตัวพี่เป็นหมอจะขอนวด ให้เจ็บปวดนั้นเคลื่อนคลาย
เคยเรียนรู้เส้นถึงเปนตาย จะนวดถวายสักวัน เอย
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย