14 ส.ค. เวลา 10:27 • หนังสือ

บทที่ 12 อาบน้ำ

บทที่ 12 อาบน้ำ
“ไฉหยาง เจ้ามองอะไรอยู่?”
จู่ ๆ เงาร่างหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากด้านหลัง ตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไฉหยางหันกลับไปมองเขา สีหน้าเคร่งขรึม “ซิงเหอ ข้าเหมือนจะเห็นเสิ่นเว่ย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซิงเหอก็ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “เป็นไปไม่ได้ เสิ่นเว่ยตายไปเมื่อสามปีก่อน เจ้าอย่าลืมสิ ศพของเขายังเป็นพวกเราที่จัดการด้วยตัวเอง”
ไฉหยางขมวดคิ้ว “ข้าหมายถึง ข้าเห็นใบหน้าของเสิ่นเว่ย”
“เห็นหน้าแล้วจะทำไม…”
คำพูดของซิงเหอพลันหยุดชะงัก สีหน้าที่เดิมไม่ใส่ใจเปลี่ยนเป็นตกตะลึง “เจ้าหมายความว่า นายท่านเขา…”
ไฉหยางพยักหน้า แววตาค่อย ๆ ปรากฏความตื่นเต้นและประหม่า
พวกเขาตามหามานานขนาดนี้ กองกำลังที่ซ่อนอยู่แทบทั้งหมดถูกส่งออกไปแล้ว แต่กลับไม่มีเบาะแสใด ๆ
ตอนนี้ต่อให้เป็นเพียงภาพลวงตาของเขา อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการไม่พบอะไรเลย
ซิงเหอเองก็ประหลาดใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่ถูกสิ หลังจากเราได้รับข่าวว่าองค์กรเกิดเรื่อง พวกเราก็ไปดูที่ตระกูลเสิ่นแล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนั้นเสิ่นเว่ยไม่ได้ปรากฏตัวเลย!”
ไฉหยางขมวดคิ้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้พวกเราไปดูมาแล้วก็จริง แต่ถ้านายท่านเพิ่งปรากฏตัวหลังจากนั้นล่ะ?”
ซิงเหอเงียบลง
ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ผ่านไปครู่ใหญ่ ไฉหยางก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “พวกเราตามหาจนทั่วเมืองใกล้เคียงหลายแห่งแล้ว แต่ไม่มีข่าวอะไรเลย ต่อให้ครั้งนี้ข้ามองผิด ก็ยังต้องไปยืนยันด้วยตัวเองสักครั้ง”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ได้ยินว่าผู้เฒ่าสวี่เดินทางมาถึงแถวนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องของนายท่านมากแค่ไหน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของซิงเหอก็เคร่งขรึมขึ้นเช่นกัน
ทั้งสองไม่พูดอะไรอีก รีบตัดสินใจว่าจะไปดูที่ตระกูลเสิ่นอีกครั้ง
……
หลังจากซื้อเนื้อไก่ เป็ด และหมูมาหลายสิบจิน หลีเยว่ซูจึงค่อยออกเดินทางกลับบ้าน
เมื่อเห็นเนื้อมากมายขนาดนั้น ผู้เฒ่าหลิวถึงกับเบิกตากว้าง “สะใภ้สาม เจัาซื้อเนื้อมากขนาดนี้ ไม่กลัวมันเสียหรือ?”
หลีเยว่ซูยิ้มบาง ๆ ไม่ได้อธิบายอะไรมาก “ลุงหลิววางใจเถอะ ก่อนมันจะเสีย พวกเรากินหมดแน่นอน”
แน่นอนว่าผู้เฒ่าหลิวไม่เชื่อ
แม้ครอบครัวของพวกเขาจะมีห้าคน แต่ก็ไม่มีทางกินเนื้อหลายสิบจินหมดในเวลาอันสั้นได้หรอก!
เพียงแต่เรื่องของครอบครัวคนอื่น เขาเองก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรมาก
ดังนั้น ตอนขาไปพวกเขาลากหมูป่าหนึ่งตัว แต่ตอนกลับกลับลากรถเข็นที่เต็มไปด้วยของดีจนแน่น ข่าวนี้จึงแพร่ไปทั่วหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว
หลีเยว่ซูไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ นางยัดเงินสิบอีแปะให้ผู้เฒ่าหลิว แล้วให้เสิ่นเว่ยขนของทั้งหมดเข้าไปด้านใน
จากนั้นนางก็เรียกลูกทั้งสามมาหา
นางยื่นเสื้อผ้าของแต่ละคนให้ด้วยตัวเอง “เงินที่แม่หาได้วันนี้เอาไปซื้อของจำเป็นสำหรับบ้านจนหมดแล้ว เงินสิบอีแปะสุดท้ายก็ให้ลุงหลิวข้างบ้านไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้แม่ซื้อเสื้อผ้าให้พวกเจ้าได้คนละชุดเท่านั้น”
“แต่แม่สัญญาว่า ก่อนถึงปีใหม่ปีหน้า แม่จะซื้อให้พวกเจ้าเพิ่มอีกคนละชุดแน่นอน!”
เสิ่นถิงเหวินเห็นเสื้อผ้าที่นางซื้อมาแล้ว จึงไม่ได้ประหลาดใจมากนัก ส่วนเด็กอีกสองคนกลับมีสีหน้าราวกับกำลังฝันอยู่
สุดท้าย เสิ่นจืออวี่เป็นคนแรกที่ได้สติ ดวงตากลมโตเป็นประกายขณะมองหลีเยว่ซู “ขอบคุณท่านแม่เลี้ยง!”
เสียงใส ๆ นั้นฟังแล้วทำให้หัวใจคนแทบละลาย หลีเยว่ซูอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบศีรษะเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู
จากนั้นนางก็หยิบห่อกระดาษน้ำมันออกมาจากอกแล้วเปิดออก ขนมเนื้อนุ่มหอมหวานพลันปรากฏต่อหน้าทุกคน
หลีเยว่ซูแบ่งขนมให้เด็กทั้งสามคนคนละชิ้น แม้แต่เสิ่นเว่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ถูกลืม สุดท้ายเหลืออีกหนึ่งชิ้นไว้ให้ตัวเอง
นางไม่ได้พูดอะไร ราวกับนี่เป็นเพียงการแบ่งอาหารธรรมดาครั้งหนึ่ง
แต่ฝาแฝดชายหญิงมองขนมที่ยังคงมีไออุ่นอยู่ในมือ สีหน้าซับซ้อนจนยากจะบรรยาย
หลีเยว่ซูไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ นางลุกขึ้นไปห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น แต่ฝาแฝดชายหญิงกลับเป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาช่วยงานเอง
แม้ทั้งสองจะก้มหน้าและไม่พูดอะไรตลอด แต่การกระทำนี้ก็เพียงพอที่จะบอกว่าพวกเขาไม่ได้รังเกียจนางเหมือนแต่ก่อนแล้ว
หลีเยว่ซูรู้สึกยินดีมาก แต่ไม่ได้เปิดโปงความภาคภูมิใจเล็ก ๆ ของพี่น้องทั้งสอง เพียงยืนอยู่ข้าง ๆ และคอยบอกให้พวกเขาช่วยทำอาหาร
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลีเยว่ซูคิดจะลอบเข้าไปอาบน้ำในพื้นที่ของตน แต่กลับหาโอกาสไม่ได้เสียที
ในห้องทดลองของนางในยุคปัจจุบันมีห้องพักโดยเฉพาะ เพื่อสะดวกเวลาที่นางหมกมุ่นอยู่กับการทดลองจนลืมกลับบ้าน และครั้งนี้ห้องนั้นก็ติดตามนางมายังโลกนี้ด้วย
แต่บ้านเก่าแทบจะพังลงมาทั้งหลัง สถานที่ที่สามารถอาบน้ำได้มีเพียงห้องที่นางนอนอยู่เท่านั้น มุมหนึ่งมีช่องโหว่จากอิฐที่พังไปครึ่งหนึ่งพอดี น้ำที่ใช้อาบสามารถไหลออกไปได้
แต่ก็เพราะเหตุนี้เอง คนที่อยู่ด้านนอกจึงได้ยินเสียงน้ำอย่างชัดเจน นางจึงไม่มีทางเข้าไปในพื้นที่ของตัวเองได้
ดังนั้น หลีเยว่ซูจึงทำได้เพียงอาบน้ำอยู่ในห้องอย่างว่าง่าย ประกอบกับไหล่ที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้การเคลื่อนไหวของนางลำบากมาก
ในเวลาเดียวกัน ด้านนอกประตูห้อง เงาร่างเล็ก ๆ สองร่างกำลังมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วน
เสิ่นถิงเหวินยิ้มอย่างเป็นมิตร “น้องสามไม่ได้กำลังดูน้องสี่อยู่หรือ? แล้วมาทำอะไรที่นี่?”
เสิ่นถิงอี๋ย้อนถาม “พี่รองไม่ได้กำลังต้มน้ำอยู่ในครัวหรือ? แล้วมาทำอะไรที่นี่?”
พี่น้องทั้งสองสบตากัน ราวกับเข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายในทันที จึงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกาจมูกอย่างกระอักกระอ่วน
เสิ่นถิงอี๋เอียงศีรษะอย่างสงสัย “พี่รอง พี่รู้สึกไหมว่าผู้หญิงคนนี้เหมือนจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย?”
เสิ่นถิงเหวินเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า
เขาหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท ฟังเสียงน้ำที่ดังซ่า ๆ อยู่ด้านใน ใบหน้าเล็ก ๆ พลันขมวดขึ้น
“หวังว่านางจะไม่ได้กำลังวางแผนการใหญ่บางอย่างอยู่”
การเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงคนนี้ในระยะเวลาอันสั้นนั้นมากเกินไป จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเกิดความสงสัย
เสิ่นถิงอี๋ค่อย ๆ เดินไปยืนข้างเขา แล้วเอ่ยเสียงเบา “ถ้านางเป็นแบบนี้ได้ตลอดก็คงดี”
เสิ่นถิงเหวินไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของเขาก็ชัดเจนว่าเห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน
ในตอนนั้นเอง เสิ่นเว่ยก็ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน “พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
เขามีสีหน้าซื่อบื้อไร้เดียงสา ประกอบกับใบหน้าหยาบกร้าน ทำให้ทั้งตัวดูทึ่มเป็นพิเศษ
ฝาแฝดชายหญิงไม่ทันสังเกตว่ามีคนเข้ามาใกล้ จึงสะดุ้งตกใจ
“ท่านพ่อ ท่าน…ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?” เสิ่นถิงเหวินถามอย่างประหลาดใจ
ไม่ใช่ว่าให้เขาเฝ้าไฟอยู่ในครัวหรอกหรือ แล้วทำไมถึงวิ่งออกมาด้วย?
เสิ่นเว่ยกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “ข้าเห็นพวกเจ้าทุกคนอยู่ที่นี่ ข้าก็เลยมาดูด้วย”
ท่าทีราวกับมาดูเรื่องสนุกอย่างสมเหตุสมผลนี้ ทำให้ฝาแฝดชายหญิงพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง
พวกเขาสงสัยอย่างจริงจังว่า ท่านพ่อที่กลายเป็นคนโง่ไปแล้ว กับคนที่เก่งกาจและองอาจในความทรงจำของพวกเขา อาจไม่ใช่คนคนเดียวกัน
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียง “ซ่า!” ดังขึ้นจากในห้อง คล้ายกับถังน้ำถูกคว่ำ
ตามมาด้วยเสียงร้องตกใจของหลีเยว่ซูโดยไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ!”
หัวใจของฝาแฝดชายหญิงกระตุกวูบ ทั้งสองกำลังจะพุ่งเข้าไปในห้องโดยไม่ทันคิด
แต่กลับมีเงาร่างหนึ่งเร็วกว่าพวกเขาเสียอีก
ได้ยินเพียงเสียง “โครม!” ดังสนั่น ประตูไม้ที่เดิมก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้วกลับถูกชนจนพังลงไปกองกับพื้นโดยตรง
ฝาแฝดชายหญิงมองร่างที่พุ่งเข้าไปด้านในราวกับกำลังฝ่าแนวข้าศึกด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง จนแทบอ้าปากค้าง
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องตกใจอันดังสนั่นก็ดึงสติของทั้งสองกลับคืนมา
โฆษณา