Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 14:14 • หนังสือ
บทที่ 18 ทำไมถึงทำร้ายเด็กจนเป็นแบบนี้
บทที่ 18 ทำไมถึงทำร้ายเด็กจนเป็นแบบนี้
ที่ทางเข้าหมู่บ้าน หลีเยว่ซูเป็นคนจูงเชือกวัว ส่วนบนรถลากมีเสิ่นอี้หมิ่นนอนหมดสติอยู่
ระหว่างทางกลับ หลีเยว่ซูบังเอิญพบกับหลิวเหล่าฮั่นพอดี จึงให้เขาช่วยพาเสิ่นอี้หมิ่นขึ้นรถวัว และฝากให้เขาไปแจ้งเสิ่นเว่ยกับคนอื่น ๆ ที่สำนักศึกษา
ไม่นานนัก ทั้งหมดก็รีบร้อนตามมาถึง
“พี่ใหญ่!”
ทันทีที่เสิ่นถิงเหวินเห็นเสิ่นอี้หมิ่นนอนแน่นิ่ง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขาก็หน้าซีดตามไปด้วยความตกใจ
เสิ่นถิงอี๋อุ้มเสิ่นจืออวี้ที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรไว้แน่น ร่างทั้งร่างสั่นเทา
ตรงกันข้าม เสิ่นเว่ยผู้เป็นบิดากลับเอาแต่จ้องมองหลีเยว่ซูโดยไม่กะพริบตา
เดิมทีหลีเยว่ซูคิดจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเขา แต่เมื่อเห็นคนที่สูงกว่านางเกือบหนึ่งศีรษะ นางจึงเปลี่ยนเป็นตบมือเขาเบา ๆ เพื่อปลอบแทน
“ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง”
จากนั้นนางหันไปมองเด็กแฝดชายหญิง
“ไม่ต้องกลัว อาอี้แค่หมดสติไปชั่วคราว พวกเรากลับบ้านกันก่อน เขาได้รับบาดเจ็บ ต้องพักผ่อน”
เด็กแฝดทั้งสองถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบปีนขึ้นรถวัวไปนั่งเฝ้าเสิ่นอี้หมิ่นคนละข้าง
รถวัวค่อย ๆ โคลงเคลงไปตามทางกลับหมู่บ้าน เสิ่นถิงเหวินตรวจดูด้วยตัวเองจนแน่ใจว่าพี่ใหญ่ยังหายใจอยู่ หัวใจที่แขวนค้างอยู่จึงค่อย ๆ คลายลง
เขาหันมองหลีเยว่ซู ก่อนจะถามอย่างลังเล
“ท่านไปเจอพี่ใหญ่ที่ไหน?”
หลีเยว่ซูมองเขา ก่อนตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“จางหยางขายเขาให้กับพวกค้ามนุษย์ ข้าตามไปกว่าสิบลี้กว่าจะช่วยเขากลับมาได้ เลยกลับมาช้าหน่อย”
ขณะพูด นางหยิบเหรียญทองแดงออกมาสองสามเหรียญ แล้วอดถอนหายใจไม่ได้
“เมื่อวานถือว่าเสียแรงเปล่าแล้วล่ะ”
เสิ่นถิงเหวินมองเหรียญทองแดงในมือนาง ก่อนจะมองสีหน้าเสียดายของนาง ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงพูดเสียงต่ำ
“เอาไว้ต่อไปถ้าข้าหาเงินได้ ข้าจะคืนให้ท่านเป็นร้อยเป็นพันเท่า”
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
หลีเยว่ซูหันมามองด้วยสีหน้าสงสัย ราวกับได้ยินไม่ชัด
“ไม่มีอะไร”
เสิ่นถิงเหวินหันหน้าหนีอย่างกระอักกระอ่วน ราวกับกำลังงอน แต่ปลายหูกลับแดงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
แววขบขันวาบผ่านดวงตาของหลีเยว่ซู นางกำลังจะหันกลับไป ทว่าจู่ ๆ ก็สบเข้ากับสายตาที่กำลังสำรวจนางของเสิ่นถิงอี๋
อีกฝ่ายรีบเบือนสายตาหนีทันที ราวกับเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลีเยว่ซูเลิกคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เสิ่นถิงอี๋เอียงศีรษะเล็กน้อย ทว่ายังคงแอบเหลือบมองหลีเยว่ซูด้วยหางตา สีหน้าซับซ้อนและลังเล
ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปจริง ๆ
แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของนางเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่?
ด้วยเหตุนี้ รถวัวจึงเดินทางกลับหมู่บ้านท่ามกลางความเงียบ จนกระทั่งทุกคนมองเห็นเสิ่นอี้หมิ่นที่มีใบหน้าซีดขาว
“สวรรค์! หลีเยว่ซูคนนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว ทำไมถึงทำร้ายเด็กจนเป็นแบบนี้!”
หลีเยว่ซู “……”
เจ้าใช้ตาข้างไหนเห็นว่าข้าเป็นคนทำ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเหล่าฮั่นรีบอธิบายทันที
“พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว เด็กเสิ่นอี้หมิ่นคนนี้เจอพวกค้ามนุษย์เข้า เด็กเลยตกใจกลัว!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะสะใภ้สามไปถึงทันเวลา ไม่รู้ว่าเด็กจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง!”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลิวเหล่าฮั่น สายตาตำหนิที่เดิมทีจับจ้องหลีเยว่ซูอยู่ก็พากันเบือนกลับไป
หลีเยว่ซูเองก็ไม่ได้คิดจะถือสาคนเหล่านั้น นางส่งเสิ่นอี้หมิ่นกลับถึงบ้านแล้ว ก็ขึ้นเขาไปเพียงลำพัง
ยาที่จำเป็นสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บของเสิ่นอี้หมิ่น บนภูเขาล้วนมีอยู่ทั้งนั้น ส่วนยาที่มีประสิทธิภาพดีกว่านั้น นางไม่มีเงินซื้อ จึงทำได้เพียงเก็บสมุนไพรด้วยตัวเอง
นางเพิ่งออกไปได้ไม่นาน เสิ่นอี้หมิ่นที่เดิมทีหมดสติก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“พี่ใหญ่! พี่ฟื้นแล้ว!”
เสิ่นถิงเหวินเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น เขาดีใจจนพุ่งเข้าไปหา
เสิ่นอี้หมิ่นยังไม่ทันได้สติเต็มที่ เพียงรู้สึกว่ามีคนกำลังพุ่งเข้ามาหา จึงถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
เสิ่นถิงเหวินชะงัก ก่อนมองเขาอย่างสงสัย
“พี่ใหญ่?”
เสิ่นอี้หมิ่นมองใบหน้าที่คุ้นเคยตรงหน้า ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
“ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
ใบหน้าของเขายังคงซีดขาว ราวกับยังไม่หลุดพ้นจากความหวาดกลัว
เสิ่นถิงเหวินเม้มริมฝีปาก ก่อนตอบเสียงเบา
“เป็น…ผู้หญิงคนนั้นที่ช่วยพี่กลับมา”
“เจ้าหมายถึงผู้หญิงใจร้ายที่ตระกูลเสิ่นแต่งให้พ่อคนนั้นน่ะหรือ?”
เสิ่นอี้หมิ่นชะงัก
จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า ก่อนหมดสติ เขาเห็นคนคนหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายผู้หญิงคนนั้นเปิดม่านรถม้าเข้ามา
หลังจากนั้น…
หลังจากนั้น นางใช้ของประหลาดบางอย่างฆ่าไอ้สารเลวนั่น แล้วกอดเขาไว้ในอ้อมแขนพร้อมปลอบโยน
สีหน้าของเสิ่นอี้หมิ่นเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เสิ่นถิงอี๋ขมวดคิ้ว
“พี่ใหญ่ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่านางไถ่ตัวพี่กลับมาจากพวกค้ามนุษย์ เรื่องนี้จริงหรือ?”
เสิ่นอี้หมิ่นเหมือนยังไม่ทันตั้งตัว
นางพูดแบบนั้นจริง ๆ หรือ?
เสิ่นอี้หมิ่นเริ่มสงสัยว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือไม่ แต่เมื่อเผชิญกับสายตาสงสัยของน้อง ๆ เขาก็พยักหน้า
ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะปกปิดความจริงด้วยเหตุผลอะไร สำหรับเขาแล้ว นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด
เรื่องนั้นเป็นฝันร้ายของเขา
เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่ได้!
ในเวลานั้นเอง เสิ่นเว่ยถือกะละมังน้ำร้อนเดินเข้ามา
“ภรรยาบอกว่า ถ้าเจ้าตื่นแล้วให้เช็ดตัว แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด”
เสิ่นอี้หมิ่นมีสีหน้าดีใจ
“พ่อ?”
เสิ่นเว่ยวางกะละมังลง ก่อนเอียงศีรษะมองเขา
“เจ้าเป็นลูกชายคนโตของข้าหรือ? ชื่อเสิ่น…เสิ่นอี้?”
เสิ่นอี้หมิ่นชะงัก
คนที่ปกติสุขุมสงบนิ่งอย่างเขา วันนี้กลับต้องเจอกับเรื่องที่คาดไม่ถึงมากมายเหลือเกิน
เสิ่นถิงเหวินมีสีหน้าหม่นลง ก่อนอธิบาย
“พ่อได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ…เลยกลายเป็นคนโง่”
เสิ่นอี้หมิ่นเบิกตากว้าง ปฏิกิริยาแรกของเขาคือเป็นไปไม่ได้
คนที่เก่งกาจและฉลาดปราดเปรื่องเช่นนั้น จะกลายเป็นคนโง่ได้อย่างไร!
แต่ความจริงกลับเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ขณะที่เสิ่นอี้หมิ่นฟังน้อง ๆ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลีเยว่ซูก็เก็บสมุนไพรเสร็จและกลับมาจากบนเขาพอดี
เสิ่นอี้หมิ่นมองผู้หญิงตรงหน้าซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับในความทรงจำทุกประการ ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน ต่อให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ก็ไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยกลายเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิงได้
นางเป็นใครกันแน่?
สัมผัสได้ถึงความสงสัยของเขา หลีเยว่ซูกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
ในบรรดาตัวร้ายตัวน้อยทั้งสี่คน เสิ่นอี้หมิ่นมีสติปัญญาสูงที่สุดอย่างแน่นอน
หากเสิ่นถิงเหวินเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่เก่งด้านการค้าขายและมักมีรอยยิ้มประดับใบหน้า เสิ่นอี้หมิ่นก็คือผู้ยิ่งใหญ่ผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม สามารถวางแผนเล่นงานคนอื่นจนอีกฝ่ายยังต้องเป็นฝ่ายยกย่องเขาว่าเป็นคนดี
ในบรรดาเด็กทั้งสี่คน คนที่รับมือยากที่สุดก็คือเขา
หลีเยว่ซูยึดหลักว่า “ศัตรูไม่ขยับ ข้าก็ไม่ขยับ” นางเพิกเฉยต่อสายตาสงสัยและสำรวจของเขา ก่อนตรวจร่างกายให้เขา
เมื่อเห็นท่าทางที่คล่องแคล่วและเชี่ยวชาญของนาง ความสงสัยในดวงตาของเสิ่นอี้หมิ่นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เขามองหลีเยว่ซู ก่อนเอ่ยถามเรื่องอื่น
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่…ที่ไหน?”
มือของหลีเยว่ซูยังคงตรวจร่างกายเขาต่อไปโดยไม่หยุด
“ข้าไปที่บ้านของจางหยางมา แล้วถามเขาด้วยตัวเอง”
เสิ่นอี้หมิ่นประหลาดใจ
เขาย่อมไม่เชื่อว่าจะง่ายดายถึงเพียงนั้น
“เจ้าไม่กลัวว่าจางหยางจะกลับมาแก้แค้นหรือ?”
เขารู้ดีว่าจางหยางเป็นคนขี้อิจฉาและมีวิธีการโหดเหี้ยมเพียงใด แล้วอีกฝ่ายจะยอมบอกที่อยู่ของเขาให้นางด้วยความหวังดีได้อย่างไร?
แต่หลีเยว่ซูกลับมองเขานิ่ง ๆ ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มมั่นใจ
“วางใจเถอะ เขาไม่เพียงแต่จะไม่แก้แค้นข้า แต่ยังต้องมาขอร้องข้าอีกด้วย”
เสิ่นอี้หมิ่นชะงัก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เข้าใจคำพูดของนาง แต่หลีเยว่ซูก็ไม่ได้คิดจะอธิบาย
นางกลับถามว่า
“เจ้ากับจางหยางมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ถึงทำให้เขาทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แววเย็นเยียบก็วาบผ่านดวงตาของเสิ่นอี้หมิ่น
เพียงแต่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก จนหลีเยว่ซูไม่ได้สังเกตเห็นเลย
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย