Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 14:15 • หนังสือ
บทที่ 20 จัดการจางหยาง
บทที่ 20 จัดการจางหยาง
“ไม่ใช่ว่าพวกเขาบอกว่าเสิ่นอี้หมิงถูกพ่อค้าค้ามนุษย์จับตัวไปหรอกหรือ?”
“หลีเยว่ซูคงไม่ได้วางยาพิษเด็กจริง ๆ หรอกนะ? เด็กคนนี้ดูอายุพอ ๆ กับเสิ่นอี้หมิงเอง นางลงมือได้อย่างไรกัน!”
“ถ้าเสิ่นอี้หมิงถูกครอบครัวนี้ลักพาตัวไปจริง ต่อให้วางยาพวกเขาจนตายก็สมควรแล้ว!”
……
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน หลีเยว่ซูเพียงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ในเมื่อฮูหยินจางบอกว่าเขาถูกวางยาพิษ ก็รีบไปหาหมอที่แก้พิษได้เถอะ ที่นี่ข้ารักษาโรคเป็นอย่างเดียว แต่แก้พิษไม่เป็น”
พูดพลางเหลือบมองจางหยางที่หายใจออกมากกว่าเข้า
“พวกท่านควรรีบหน่อย หากไปช้าเกินไป เกรงว่าคนจะหมดลมหายใจเสียก่อน”
“เจ้า…”
ฮูหยินจางยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ถูกนายท่านจางที่อยู่ข้าง ๆ ตวาดห้ามเสียก่อน
“หุบปาก!”
เขาฝืนยิ้มออกมา ก่อนมองหลีเยว่ซูด้วยสีหน้าประจบประแจง
“ฮูหยินอย่าได้ถือสา ภรรยาข้าเพียงเป็นห่วงลูกจนเสียสติ จึงพูดจาไม่คิด ขอฮูหยินอย่าได้ถือโทษนางเลย”
เขาดึงรอยยิ้มปลอม ๆ บนใบหน้า ก่อนกล่าวต่อ
“ลูกชายข้าเพียงป่วย ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินมีฝีมือด้านการรักษา จึงตั้งใจพาลูกชายมาขอให้ฮูหยินช่วยรักษา”
“ในเมื่อแม้แต่ท่านหมอเฉินยังชื่นชมท่าน เช่นนั้นฮูหยินก็คงไม่ถือสาเรื่องการหยอกล้อกันระหว่างเด็กสองคน และช่วยรักษาลูกชายข้าได้กระมัง”
หลีเยว่ซูไม่ใช่คนโง่ ย่อมฟังออกว่าประโยคหลังของเขากำลังขุดหลุมพรางให้นาง
หากนางรักษาไม่หาย ก็จะกลายเป็นว่านางจงใจปล่อยให้เด็กตายเพียงเพราะเรื่องหยอกล้อกันระหว่างเด็กสองคน
หลีเยว่ซูไม่สนใจหลุมพรางที่เขาขุดไว้ในคำพูด เดินไปหยุดข้างกายจางหยาง แล้วแสร้งทำเป็นตรวจดูอาการของเขาอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ป่วยหนักจริง ๆ หากไม่รีบรักษา เกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น น้ำตาของฮูหยินจางที่เพิ่งหยุดไหลก็ร่วงลงมาอีกครั้ง
“ช่วยเขาด้วย รีบช่วยเขาเร็วเข้า!”
หลีเยว่ซูปรายตามองนางอย่างเย็นชา
“เขายังเด็กแท้ ๆ แต่กลับสั่งให้คนจับตัวอาหมิงลูกชายของข้าไป ทำให้อาหมิงเกือบถูกพ่อค้าค้ามนุษย์ตีจนตาย แล้วเหตุใดข้าต้องช่วยเขาด้วย?”
สีหน้าของฮูหยินจางแข็งค้าง ก่อนจะทำท่าจะระเบิดอารมณ์อีกครั้ง แต่ถูกนายท่านจางรั้งเอาไว้ทันที
“ฮูหยิน ลูกชายข้าเพียงหยอกล้อ…”
“เช่นนั้นข้าก็จะหยอกล้อกับพวกท่านบ้าง”
หลีเยว่ซูตัดบทเขา
“ลูกชายของท่านเพียงแค่นอนหลับอยู่เท่านั้น พากลับไปได้เลย!”
สีหน้าของนายท่านจางแข็งค้างเช่นกัน ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า สตรีตรงหน้าคนนี้ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ
เขาปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น
“ไม่ทราบว่าฮูหยินต้องการอย่างไรจึงจะยอมช่วยลูกชายข้า?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลีเยว่ซูเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า
“สองเงื่อนไข”
“ข้อแรก ค่ารักษาสามร้อยตำลึง ขาดแม้แต่เหรียญเดียวก็ไม่ได้”
“ข้อสอง หลังจากจางหยางฟื้นแล้ว เขาต้องคุกเข่าขอโทษอาหมิงของข้าต่อหน้าทุกคน!”
“อะไรนะ?! ฝันไปเถอะ!”
“สามร้อยตำลึง! หลีเยว่ซูคงจนจนเสียสติไปแล้ว ข้าเกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยได้ยินจำนวนเงินมากขนาดนี้เลย!”
“ถึงตระกูลจางจะเป็นครอบครัวร่ำรวยในเมือง แต่สามร้อยตำลึงก็มากพอจะควักทรัพย์สินออกมาจนหมดบ้านแล้วกระมัง!”
……
ฝูงชนพลันแตกตื่นทันที ฮูหยินจางยิ่งไม่สนใจว่านายท่านจางจะดึงรั้งอย่างไร นางก็ระเบิดคำด่าออกมาโดยตรง
แต่หลีเยว่ซูยังคงสงบนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ
“พวกท่านค่อย ๆ คิดก็ได้ ข้ารอได้ แต่ไม่รู้ว่าคุณชายจางจะรอไหวหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่อให้นายท่านจางจะอดกลั้นเก่งเพียงใด สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที
เขาจ้องหลีเยว่ซูอย่างเคียดแค้น กัดฟันพูด
“ตกลง ข้ารับปาก! แต่สามร้อยตำลึงไม่ใช่เงินจำนวนน้อย อย่างน้อยเจ้าก็ควรให้เวลาข้าเตรียมเงินไม่ใช่หรือ?”
หลีเยว่ซูไม่ใช่คนโง่
“ไม่มีปัญหา นายท่านจางค่อย ๆ เตรียมไปก็ได้ เตรียมเงินพร้อมเมื่อไร ข้าก็จะรักษาคนให้เมื่อนั้น”
คราวนี้สีหน้าของนายท่านจางไม่อาจเรียกได้เพียงว่าไม่น่าดู ดวงตาของเขาราวกับอยากจะกินหลีเยว่ซูเข้าไปทั้งตัว
เขากัดฟัน ก่อนสั่งให้คนของตนถอดห้องโดยสารของรถม้าออก แล้วควบม้ากลับเข้าเมืองไปเอาเงินทันที
ผู้คนต่างยืนมองม้าที่ค่อย ๆ วิ่งห่างออกไปด้วยสีหน้ามึนงง ไม่มีใครคาดคิดว่านายท่านจางจะยอมรับปากจ่ายเงินสามร้อยตำลึงจริง ๆ
นายท่านจางไม่มีอารมณ์สนใจความคิดของคนอื่น เขามองหลีเยว่ซูด้วยสีหน้าเย็นชา
“การไปเอาเงินต้องใช้เวลา ฮูหยินช่วยรักษาคนก่อนได้หรือไม่?”
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้น
“แน่นอน!”
จากนั้นนางก็หันไปมองท่านหมอเฉินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง
“ท่านหมอเฉิน ขอยืมเข็มเงินของท่านหน่อยได้หรือไม่?”
ท่านหมอเฉินพยักหน้า รีบหยิบเข็มเงินออกมาจากกล่องยา
จากนั้น หลีเยว่ซูก็ลงมือรักษาจางหยางต่อหน้าสายตาของทุกคน นางเปิดเสื้อของเขาออก แล้วปักเข็มลงบนร่างกายทีละเล่ม
ยังไม่ทันปักไปถึงสองเข็ม จางหยางที่เดิมทีนอนหลับอยู่ก็ลืมตาขึ้นทันที
“อ๊าก—เจ็บ!”
เขาดิ้นรนโดยสัญชาตญาณ แต่หลีเยว่ซูกดตัวเขาเอาไว้ในทันที
นางหันไปมององครักษ์ที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งกำลังทำหน้ามึนงง
“ยังไม่รีบกดตัวคุณชายของพวกเจ้าไว้อีก หากขัดขวางการรักษาตอนนี้ อาการจะยิ่งหนักขึ้น อย่างร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องครักษ์หลายคนก็ไม่กล้าชักช้า รีบเข้ามากดตัวจางหยางที่กำลังดิ้นรนเอาไว้ทันที
จากนั้นทุกครั้งที่หลีเยว่ซูปักเข็ม ก็จะตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของจางหยาง
หลีเยว่ซูรำคาญเสียงร้อง จึงฉีกเสื้อของเขาออกมาส่วนหนึ่งแล้วยัดปากเขาไว้โดยตรง
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังเรียกเสิ่นถิงอี๋เข้ามา แล้วปักเข็มไปพลางอธิบายตำแหน่งจุดฝังเข็มต่าง ๆ ให้นางฟังไปพลาง
ใบหน้าของนายท่านจางบิดเบี้ยวจนแทบจะผิดรูป
“อย่าทำเกินไปนัก!”
หลีเยว่ซูเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนยื่นเข็มเงินในมือไปตรงหน้าเขา
“เช่นนั้นท่านมาปักเองสิ?”
“ข้า…”
นายท่านจางเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างติดอยู่ในลำคอ ใบหน้ากลายเป็นสีม่วง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
และแล้ว ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านก็ได้เห็นภาพประหลาดนี้ไปพร้อมกัน
ในเวลานี้ ทุกคนต่างรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่า ภาพลักษณ์ของหลีเยว่ซูดูน่าหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย
มีเพียงท่านหมอเฉินที่ยืนอยู่มุมหนึ่ง มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
เขาดูออกว่าท่าทางการฝังเข็มของหลีเยว่ซูนั้นมั่นคงและชำนาญ ทุกเข็มล้วนปักลงตรงจุดฝังเข็มอย่างแม่นยำ จึงคิดว่านางอาจมีวิชาฝังเข็มอันลึกลับบางอย่าง และตั้งใจเฝ้าดูอย่างละเอียด
แต่ไม่นาน เขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ตำแหน่งที่หลีเยว่ซูปักเข็มลงไปหลายแห่ง ล้วนเป็นจุดที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่สุดของร่างกายมนุษย์ เมื่อรวมกับวิธีการลงเข็มของนางแล้ว ความเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ท่านหมอเฉินมองจางหยางที่เจ็บจนหมดสติไปหลายครั้ง ก่อนจะถูกความเจ็บปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในใจอดเห็นใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้คิดจะห้าม
เมื่อครู่เขาเองก็ได้ฟังเรื่องราวจนเข้าใจคร่าว ๆ แล้ว
คุณชายตระกูลจางคนนี้ถึงขั้นขายเพื่อนร่วมชั้นของตนให้กับพ่อค้าค้ามนุษย์ คนเป็นแม่ย่อมไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ
อายุยังน้อยกลับมีจิตใจชั่วร้ายถึงเพียงนี้ สมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง!
เช่นนั้นเอง คนเดียวที่รู้ความจริงจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้จางหยางทนทุกข์ทรมานอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยาม
ในที่สุด เสียงกีบม้าที่ดังตึกตักจากระยะไกลก็ดังขึ้น
“มาแล้ว! มาแล้ว! ค่ารักษามาแล้ว!”
ฮูหยินจางได้ยินเสียงร้องของลูกชาย หัวใจแทบจะถูกควักออกมา นางรีบวิ่งเข้าไปคว้าถุงเงินตุง ๆ มา ก่อนยื่นให้หลีเยว่ซู
อีกฝ่ายรับถุงเงินมา จากนั้นก็ปักเข็มลงบนร่างจางหยางแบบส่ง ๆ ทำเอาฮูหยินจางตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น
หลีเยว่ซูนับเงิน ตรวจสอบจนแน่ใจว่าครบสามร้อยตำลึงแล้ว จึงใช้แขนเสื้อบังสายตาทุกคน ก่อนโยนเงินเข้าไปในมิติทันที
“อาถิงอี๋ ถอนเข็ม!”
เสิ่นถิงอี๋ชะงัก
“ข้าหรือ?”
หลีเยว่ซูยิ้มอย่างอ่อนโยน
“โอกาสฝึกมือดี ๆ แบบนี้ อย่าปล่อยให้เสียเปล่า พี่อาหมิงของเจ้ายังนอนดูอยู่ในห้องเลยนะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นถิงอี๋ราวกับเข้าใจบางอย่างขึ้นมาในทันที นางพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มถอนเข็มทันที
จางหยางที่เพิ่งได้หยุดพักและสงบลงไม่นาน ก็ต้องร้องครวญครางออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก
ไม่นาน เข็มทั้งหมดก็ถูกถอนออกจนหมด
ภายใต้สายตาของทุกคน หลีเยว่ซูยกมือขึ้นแตะตรงอกเสื้อของตนเอง
ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว หลีเยว่ซูก็หยิบยาเม็ดสีขาวสองเม็ดออกมา แล้วยัดใส่ปากจางหยางทันที
“เจ้าให้ลูกชายข้ากินอะไร!”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย