Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 15:04 • หนังสือ
บทที่ 24 ผู้ที่จะกลายเป็นเสนาบดีใหญ่ในนิยายต้นฉบับ
บทที่ 24 ผู้ที่จะกลายเป็นเสนาบดีใหญ่ในนิยายต้นฉบับ
“อาจารย์หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?”
เสิ่นอี้หมิ่นก้าวไปข้างหน้าสองก้าวอย่างร้อนใจ “พี่โม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ?”
อาจารย์รู้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จึงไม่ได้ปิดบัง “มารดาของโม่เหลียนป่วยหนัก ช่วงหลายวันมานี้เขาจึงไม่ได้มาเรียนที่สำนักศึกษา”
อาจารย์มีสีหน้าเสียดาย “เด็กคนนี้ก็น่าสงสาร บิดาจากไปตั้งแต่ยังเล็ก เหลือเพียงมารดาที่สุขภาพอ่อนแอเลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่ ปกตินอกจากเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาแล้ว เขายังรับคัดหนังสือให้คนอื่นเพื่อหาเงินอีกด้วย แทบไม่มีเวลาพักเลย”
“ส่วนเสิ่นอี้หมิ่นเองก็มักออกไปรับจ้างคัดหนังสือหาเงิน นอกจากต้องเลี้ยงดูน้อง ๆ แล้ว ยังมีแม่เลี้ยงที่จิตใจโหดร้ายอีกคน…”
“อาจารย์!”
เมื่อเห็นว่าอาจารย์พูดชักจะเลยเถิดไปกันใหญ่ เสิ่นอี้หมิ่นจึงรีบเอ่ยขัด “ขอบคุณอาจารย์ที่บอกข้า เช่นนั้นศิษย์ขอตัวไปดูพี่โม่ก่อนนะขอรับ”
หลีเยว่ซู “……”
อาจารย์คนนี้ก็ดูไม่ได้แก่จนเลอะเลือนนี่นา ทำไมสายตาถึงได้แย่ขนาดนี้
หลีเยว่ซูแอบบ่นในใจ แต่สีหน้ากลับไม่แสดงอะไรออกมา นายทักทายอาจารย์อย่างสุภาพ ก่อนจะเดินจากไป
อาจารย์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากคนทั้งหมดเดินไปไกลแล้วจึงเพิ่งรู้ตัว
จบเห่แล้ว…เขาดันพูดว่าแม่เลี้ยงของเขาจิตใจโหดร้ายต่อหน้าเจ้าตัวเสียได้!
……
หลีเยว่ซูไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของอาจารย์แม้แต่น้อย สิ่งที่นางกำลังคิดอยู่กลับเป็นเรื่องของโม่เหลียน
คนคนนี้…คงไม่ใช่โม่เหลียนที่เธอกำลังคิดอยู่หรอกนะ?
หลีเยว่ซูสงสัยขึ้นมา จึงมองเสิ่นอี้หมิ่นที่อยู่ข้างกายซึ่งกำลังเป็นห่วงอีกฝ่าย แล้วถามว่า “อาหมิ่น เจ้ากับโม่เหลียนสนิทกันมากหรือ?”
เสิ่นอี้หมิ่นกำลังเป็นห่วงโม่เหลียนอยู่ในใจ แต่ก็ยังตอบคำถามของเธอ “พวกเรามักรับจ้างคัดหนังสือด้วยกัน ที่สำนักศึกษา เขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของข้า”
หลีเยว่ซูพลันเข้าใจทุกอย่าง
ไขคดีได้แล้ว โม่เหลียนคนนี้ก็คือท่านเสนาบดีใหญ่ในอนาคตจริง ๆ!
ในนิยายต้นฉบับ โม่เหลียนเดิมเป็นบัณฑิตจากครอบครัวสามัญ ด้วยวาสนาและโอกาสบางอย่าง เขาได้ไท่ฝู่สวีสิงรับเป็นศิษย์ ก่อนจะฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในราชสำนัก และไต่เต้าขึ้นไปจนถึงตำแหน่งเสนาบดีใหญ่
หลายปีก่อน โม่เหลียนเคยได้รับความช่วยเหลือจากนางเอก ต่อมาจึงกลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญขององค์รัชทายาท ซึ่งก็คือพระเอกของเรื่อง
บนเส้นทางการโค่นล้มเสิ่นอี้หมิ่น มหาอัครมหาขันทีผู้นี้ โม่เหลียนถือเป็นบุคคลที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
แต่หลังจากเสิ่นอี้หมิ่นตาย ก็มีเพียงเขาที่ฝืนทนต่อข่าวลือและคำครหาต่าง ๆ เพื่อไปเก็บศพให้เสิ่นอี้หมิ่น
ในนิยายอธิบายเรื่องนี้เอาไว้เพียงประโยคเดียวว่า ทั้งสองคนเคยเป็นสหายร่วมสำนักกันเมื่อหลายปีก่อน
หลีเยว่ซูนึกถึงโม่เหลียนที่เคยพบในวันนั้น แล้วอดจุ๊ปากไม่ได้
ไม่นึกเลยว่าในอนาคตจะกลายเป็นท่านเสนาบดีใหญ่ แต่ตอนนี้กลับเป็นเพียงเด็กหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านและดูบอบบางคนหนึ่ง
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด พวกเขาก็มาถึงตรอกเก่าโทรมแห่งหนึ่ง
เสิ่นอี้หมิ่นเดินนำอยู่ด้านหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาเคยมาที่นี่มากกว่าหนึ่งครั้ง
ยังเดินไปไม่ถึง ก็เห็นเด็กหนุ่มที่เป็นคนมาแจ้งข่าวในวันนั้นกำลังจับแขนเสื้อของชายคนหนึ่งเอาไว้แน่น เสื้อผ้าที่ซักจนสีซีดดูสกปรกและมอมแมม
ชายคนนั้นสะบัดแขนเสื้อออก สีหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญ “โม่เหลียน ข้าให้พวกเจ้าสองแม่ลูกพักอยู่ที่นี่ฟรีมาตั้งครึ่งเดือน ก็นับว่าข้าทำดีที่สุดแล้ว ข้าต้องพึ่งค่าเช่าบ้านเลี้ยงครอบครัว ถึงเจ้าจะคุกเข่าขอร้อง ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้!”
ใบหน้าของโม่เหลียนซีดเผือด ร่างกายโงนเงน ก่อนหัวเข่าจะค่อย ๆ ทรุดลงจริง ๆ
ในจังหวะที่เขากำลังจะคุกเข่าลง จู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นเข้ามาประคองเขาเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
โม่เหลียนเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก็เห็นหญิงสาวหน้าตางดงามราวกับหญิงในภาพวาดยืนอยู่ข้างกาย แม้ผิวพรรณคล้ำหมองจะบดบังความงามนั้นเอาไว้ก็ตาม
ร่างของนางดูผอมบางเสียจนเหมือนลมพัดก็ปลิว แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับภูเขาลูกหนึ่งที่กำลังค้ำจุนร่างอันสั่นคลอนของเขาเอาไว้
หลีเยว่ซูหยิบเศษเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้ชายคนนั้น “เท่านี้พอเป็นค่าเช่าหรือไม่?”
ชายคนนั้นรับเงินไปแล้วพยักหน้ารัว ๆ “พอ ๆ แน่นอนว่าพอ!”
เมื่อได้เงินแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก จึงจากไปทันที
โม่เหลียนยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ราวกับยังไม่ทันได้สติจากเหตุการณ์เมื่อครู่
เสิ่นอี้หมิ่นเดินเข้าไปหาเขา มองด้วยความเป็นห่วง “พี่โม่ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
โม่เหลียนจึงได้สติกลับมา เมื่อมองคนคุ้นหน้าตรงหน้า ก็พอเดาสถานะของพวกเขาได้
เขาถอยไปด้านข้าง ก่อนจะประสานมือคำนับหลีเยว่ซู “ขอบคุณฮูหยินที่ยื่นมือช่วยเหลือ โม่เหลียนจะรีบหาเงินมาคืนให้ฮูหยินโดยเร็วที่สุด”
หลีเยว่ซูไม่ได้ใส่ใจกับเงินจำนวนเพียงเท่านี้ แต่เมื่อเห็นท่าทีของโม่เหลียน ก็รู้ชัดว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยไม่คืนเงินแน่นอน
ก็ถูกแล้ว ในฐานะเสนาบดีใหญ่ในอนาคต เขาย่อมต้องมีศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงในกระดูกอยู่บ้าง
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลีเยว่ซูจึงยิ้มบาง ๆ “เรื่องเงินไม่ต้องรีบร้อน วันนี้พวกเรามาเพื่อขอบคุณเรื่องที่เจ้าช่วยมาแจ้งข่าวในครั้งนั้น”
เธอกวักมือเรียก
เสิ่นเว่ยก็รีบเดินเข้ามาอย่างว่าง่าย โดยในอ้อมแขนเต็มไปด้วยผ้าและขนม ก่อนจะยัดของทั้งหมดใส่อ้อมแขนของโม่เหลียนโดยไม่พูดอะไรสักคำ
โม่เหลียนมีสีหน้างุนงง
หลีเยว่ซู “……”
เจ้าหมอนี่ทำอะไรแต่ละทีช่าง…
เสิ่นอี้หมิ่นเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน “พี่โม่ ข้าได้ยินอาจารย์บอกว่าท่านแม่ของพี่ป่วย ไม่ทราบว่าอาการหนักมากหรือไม่?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของโม่เหลียนก็หม่นลง “ข้าวิ่งไปหาหมอหลายเมืองแล้ว ยาทุกชนิดก็เคยกินมาหมด แต่หมอทุกคนกลับบอกว่า…เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”
เมื่อพูดถึงคำว่า ‘เหลือเวลาอีกไม่มาก’ เสียงของเขาถึงกับสั่นเครือ
บรรยากาศพลันหนักอึ้งขึ้นมา
เมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของโม่เหลียน หลีเยว่ซูรู้สึกสงสารขึ้นมาในใจ “หากเจ้าเชื่อใจข้า ไม่สู้ให้ข้าลองดู?”
โม่เหลียนเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ “ฮูหยินรักษาโรคเป็นหรือ?”
หลีเยว่ซูไม่ได้ตอบรับอย่างแน่นอน “ข้าต้องตรวจดูก่อนจึงจะรู้”
คงเพราะหมดหนทางจริง ๆ โม่เหลียนจึงไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงพาคนเหล่านี้เข้าไปในบ้าน
บ้านหลังนี้เล็กมาก แต่ได้รับการจัดเก็บอย่างสะอาดสะอ้าน มองออกได้ว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่กำลังใช้ชีวิตอย่างตั้งใจ
ไม่ไกลออกไป มีหญิงวัยกลางคนที่ผอมจนแทบเหลือเพียงกระดูก ใบหน้าเป็นสีเทาอมเขียวนอนอยู่บนเตียง ร่างกายคลุมด้วยผ้าห่มที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน หากไม่ใช่เพราะหน้าอกที่ยังขยับขึ้นลงอย่างแผ่วเบา ก็คงดูราวกับคนตายไปแล้ว
หลีเยว่ซูไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เดินเข้าไปตรวจอาการทันที
หลังจากตรวจสอบสถานการณ์โดยคร่าวแล้ว คิ้วของเธอก็ขมวดแน่น
หลีเยว่ซูหันกลับไปมองคนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง “พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าจะตรวจอย่างละเอียด”
หัวใจของโม่เหลียนพลันเต้นระรัว เขาอยากถามอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกเสิ่นเว่ยลากออกไปเสียก่อน
สำหรับคำพูดของหลีเยว่ซู เสิ่นเว่ยเป็นคนที่เชื่อฟังมากที่สุดเสมอ
เมื่อปิดประตูลง หลีเยว่ซูก็พามารดาของโม่เหลียนที่กำลังหลับไม่ได้สติเข้าไปในพื้นที่มิติ
ด้านนอก ทุกคนต่างรอคอยอย่างกระวนกระวาย
แม้แต่โม่เหลียนก็ยังอุ้มผ้าและขนมเอาไว้ในอ้อมแขนโดยลืมวางลง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดประตูก็เปิดออก หลีเยว่ซูเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
โม่เหลียนเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปหานาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวัง “ฮูหยิน ท่านแม่ของข้า…”
หลีเยว่ซูมีสีหน้าซับซ้อน “ปอดของมารดาเจ้าป่วยจนเสื่อมสภาพทั้งหมดแล้ว หากต้องการช่วยชีวิตนาง มีเพียงการผ่าตัดเปลี่ยนปอดเท่านั้น”
ในโลกแห่งนี้ อาการของมารดาโม่เหลียนถือว่าไม่มีทางรอดแล้ว
ไม่แปลกเลยที่ในนิยายต้นฉบับ โม่เหลียนจะต้องกำพร้ามารดาตั้งแต่ยังเด็ก
ทันทีที่ได้ยินว่ามารดายังมีทางรอด โม่เหลียนก็รีบพูดขึ้นว่า “ใช้ของข้า! เอาปอดของข้าให้ท่านแม่!”
หัวใจของหลีเยว่ซูพลันสะเทือน นางมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา “หากไม่มีปอด เจ้าจะตาย”
ใบหน้าของโม่เหลียนซีดขาว ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
แต่แววตาของเขายังคงแน่วแน่ “ขอเพียงช่วยท่านแม่ได้ ข้ายินดี!”
หัวใจของหลีเยว่ซูราวกับถูกบางสิ่งกระแทกเข้าอย่างจัง
นางมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่โหดร้ายประโยคหนึ่งออกมา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย