Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 15:05 • หนังสือ
บทที่ 25 ฆ่าหนึ่งคนเพื่อช่วยอีกหนึ่งคน
บทที่ 25 ฆ่าหนึ่งคนเพื่อช่วยอีกหนึ่งคน
“ถ้าปอดของผู้บริจาคเข้ากันไม่ได้ ต่อให้เจ้าตายไป ก็ช่วยแม่ของเจ้าไม่ได้อยู่ดี”
หลีเยว่ซูอธิบายตามความจริง เพราะถึงจะเป็นญาติสายเลือดเดียวกัน ก็ยังมีโอกาสเกิดภาวะต่อต้านอวัยวะได้
โม่เหลี่ยนไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ จึงถามอย่างไร้เดียงสาว่า “แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าปอดของข้ากับของท่านแม่...อะไรนั่นเข้ากันได้หรือไม่?”
หลีเยว่ซูถอนหายใจ “เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มีเพียงการตรวจเลือดของทั้งสองคนเท่านั้นถึงจะรู้ว่าเข้ากันได้หรือไม่ และถึงสุดท้ายการผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ ก็ยังมีโอกาสเกิดภาวะต่อต้านอวัยวะอยู่ดี”
โม่เหลี่ยนพอจะเข้าใจความหมายของนางได้ จึงรีบวางของที่อยู่ในอ้อมแขนลง แล้วถกแขนเสื้อขึ้น
“ตรวจของข้า ข้าต้องเข้ากันได้แน่นอน”
หลีเยว่ซูมองเด็กหนุ่มที่กำลังลนลานตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉย
“ข้าเป็นหมอ ทำเรื่องฆ่าหนึ่งคนเพื่อช่วยอีกหนึ่งคนไม่ได้”
ดวงตาของโม่เหลี่ยนแดงก่ำ ความเข้มแข็งที่พยายามเสแสร้งมาตลอดราวกับพังทลายลงในชั่วขณะนั้น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลร่วงลงมา
เขาเหลือเพียงท่านแม่เป็นญาติเพียงคนเดียว เขายังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณท่านแม่ด้วยซ้ำ...
สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหนักอึ้งที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กหนุ่ม หลีเยว่ซูถอนหายใจเงียบ ๆ
“ตอนนี้ข้าทำได้เพียงพยายามยืดชีวิตของท่านแม่เจ้าให้นานที่สุด และบรรเทาความเจ็บปวดของนาง ส่วนเรื่องการผ่าตัด...เจ้าควรเตรียมใจเอาไว้”
ไม่ต้องพูดถึงว่าการค้นหาอวัยวะปอดสำหรับปลูกถ่ายในโลกที่ข้อมูลข่าวสารปิดกั้นเช่นนี้จะยากเพียงใด คนที่นี่ล้วนเชื่อว่าร่างกายและเส้นผมผิวหนังล้วนได้รับมาจากบิดามารดา แม้หลังความตายก็ยังให้ความสำคัญกับการฝังศพโดยมีร่างกายครบถ้วน
การจะหาปอดสำหรับปลูกถ่ายให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นนั้น ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก
แต่โม่เหลี่ยนกลับมีสีหน้าแน่วแน่
“ไม่ว่าความหวังจะริบหรี่เพียงใด ข้าก็ไม่มีวันยอมแพ้!”
เมื่อมองเด็กหนุ่มที่แม้ภายนอกจะดูอ่อนแอ แต่กลับดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตา หลีเยว่ซูรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย
นับตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในหนังสือ นางก็พยายามลบภาพลักษณ์แม่เลี้ยงใจร้ายของตัวเองอย่างสุดความสามารถ และพยายามเปลี่ยนชะตากรรมของเด็กทั้งสี่
แต่ที่นี่คือโลกในนิยาย นางเองก็ไม่รู้ว่าพลังของเนื้อเรื่องจะมีอิทธิพลมากเพียงใด
ถ้าอย่างนั้น...นางลองลงมือจากด้านอื่นให้มากขึ้นดีหรือไม่?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลีเยว่ซูจึงเอ่ยขึ้นว่า “ไม่อย่างนั้น ต่อไปเจ้ากับท่านแม่ของเจ้าก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านข้า จะได้สะดวกให้ข้าคอยดูอาการของนางได้ตลอดเวลา แต่ข้าไม่ใช่นักบุญ การช่วยชีวิตคนย่อมมีเงื่อนไข”
โม่เหลี่ยนรีบเช็ดน้ำตา
“ฮูหยินเชิญพูดมาได้เลย”
แววตาของหลีเยว่ซูไหววูบ เสียงของนางราบเรียบแต่หนักแน่น
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าต้องการให้เจ้ามาเป็นเด็กรับใช้ประจำตัวของอาอี้ เรียนหนังสือและเข้าสอบไปพร้อมกับเขา ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะประสบความสำเร็จมากเพียงใด เจ้าก็ห้ามเป็นศัตรูกับเขา”
ทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็ชะงักไป
คำขอนี้ช่างแปลกประหลาด ราวกับนางสามารถมองเห็นอนาคตของโม่เหลี่ยนได้อย่างไรอย่างนั้น
เสิ่นอี้หมินจ้องหญิงสาวที่แต่งกายเรียบง่ายตรงหน้าอย่างเหม่อลอย แม้การแต่งตัวของนางจะธรรมดา แต่บรรยากาศรอบตัวกลับทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาได้
หัวใจของเขาราวกับถูกบางสิ่งสะกิดเบา ๆ
ในตอนนั้นเอง โม่เหลี่ยนก็เอ่ยขึ้น ทำให้สติของเขากลับมา
“โม่เหลี่ยนขอสาบานว่าในชาตินี้จะไม่มีวันผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับฮูหยิน!”
……
มุมปากของหลีเยว่ซูยกขึ้น นางยิ้มอย่างมีความสุข ราวกับเพิ่งทำเรื่องสำคัญบางอย่างสำเร็จ
โดยไม่รู้เลยว่า สีหน้าของนางในสายตาของใครบางคน กลับดูราวกับถูกฉาบด้วยแสงสีทองชั้นหนึ่ง
เสิ่นเว่ยจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนางอย่างเหม่อลอย หัวใจราวกับถูกลูกกวางน้อยชนเข้าให้สองครั้ง ดวงตาคู่งดงามเปล่งประกายแปลกประหลาด
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่า สตรีจากเมืองจงโจวที่เขาเคยพบเห็นมาเหล่านั้น เทียบเสน่ห์ของภรรยาตัวเองไม่ได้แม้แต่ครึ่งส่วน
เดี๋ยวก่อน...เขาเคยเห็นสตรีจากเมืองจงโจวตั้งแต่เมื่อไรกัน?
แล้วเมืองจงโจวคือที่ไหน?
คิ้วกระบี่ของเสิ่นเว่ยขมวดเข้าหากัน เขาเอียงศีรษะแล้วจมอยู่ในความคิด
หลีเยว่ซูไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติข้างกาย นางพูดคุยกำชับโม่เหลี่ยนอีกสองสามคำ ก่อนจะพาทุกคนออกไป
ส่วนเสิ่นอี้หมินยังคงอยู่ที่นี่
วันนี้เขาต้องกลับสำนักศึกษาอยู่แล้ว จึงไม่ได้กลับไปพร้อมกับพวกนาง และอยู่ช่วยโม่เหลี่ยนเก็บข้าวของ
หลีเยว่ซูพาคนที่เหลือมุ่งหน้าไปยังโรงหมอของหมอเฉิน
เรื่องที่นางพูดคุยกับหมอเฉินก่อนหน้านี้ ถึงเวลาต้องไปดูเสียหน่อยแล้ว
หลีเยว่ซูอุ้มเสิ่นจืออวี้เดินนำอยู่ด้านหน้า พลางวางแผนเรื่องในอนาคตอยู่ในใจ โดยไม่ทันสังเกตว่าฝาแฝดทั้งสองถูกเสิ่นเวายลากรั้งไว้ด้านหลัง
เมื่อเห็นว่าระยะห่างกำลังพอดี เสิ่นเว่ยจึงหยุดฝีเท้า
เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วถามเสียงเบา
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเมืองจงโจวคือที่ไหน?”
ฝาแฝดทั้งสองมองหน้ากันอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงถามเรื่องนี้
“เมืองจงโจวเป็นเมืองหลวงของแคว้นเฉินหนาน เป็นสถานที่ประทับของราชวงศ์” เสิ่นถิงอี๋อธิบาย แววตาฉายประกายบางอย่างออกมา
เสิ่นเว่ยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของนาง และถามต่อว่า
“แล้วข้าเคยไปเมืองจงโจวหรือไม่?”
เสิ่นถืงเหวินเบิกตากว้าง ก่อนจะคว้ามือเสิ่นเว่ยเอาไว้แน่น
“ท่านพ่อ ท่านนึกอะไรออกแล้วหรือ?”
เสิ่นเว่ยมองเขาอย่างสับสน แล้วส่ายหน้า
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฝาแฝดทั้งสองก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
พวกเขากำลังจะพูดอะไรต่อ หลีเยว่ซูที่อยู่ด้านหน้าก็สังเกตเห็นในที่สุดว่าด้านหลังไม่มีใครตามมา จึงหันกลับมาตะโกนว่า
“ทำไมพวกเจ้าถึงเดินช้ากันนัก?”
ทั้งสามคนจึงรีบเร่งฝีเท้าตามไปทันที โดยที่สมองของพวกเขายังไม่ทันประมวลผลเรื่องทั้งหมดด้วยซ้ำ
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงโรงหมอของหมอเฉิน
เดิมทีหมอเฉินกำลังบดสมุนไพรอยู่ พอเห็นหลีเยว่ซู เขาก็รีบวางของในมือลงแล้วเดินเข้ามาทันที
“ฮูหยินมาถามเรื่องร้านยาใช่หรือไม่? รอสักครู่ ข้าขอเก็บของก่อน แล้วจะพาพวกท่านไปดู”
หลีเยว่ซูพยักหน้า ไม่ได้เร่งเขา
ไม่นาน หมอเฉินก็เก็บของเสร็จและเดินออกมา ในมือของเขาถือพวงกุญแจอยู่หนึ่งพวง
“ข้าอาศัยเส้นสายลองหาอาคารที่อยู่บนถนนคึกคักแห่งหนึ่งมา ที่นั่นเดิมเป็นร้านเครื่องประทินโฉม รูปแบบการตกแต่งคล้ายกับที่ฮูหยินบอกไว้ก่อนหน้านี้มาก ถึงเวลาจึงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงใหม่มากนัก”
ขณะพูด หมอเฉินก็พาทุกคนไปยังถนนอีกสายหนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูร้านแห่งหนึ่ง
ร้านไม่ใหญ่มาก แต่มีทุกอย่างครบครัน รูปแบบการตกแต่งเรียบง่ายและเป็นระเบียบอย่างที่หลีเยว่ซูต้องการจริง ๆ
นางพอใจกับร้านนี้มาก
“ขอบคุณหมอเฉินที่ช่วยหาร้านดี ๆ แบบนี้ให้ ไม่ทราบว่าค่าเช่าคิดอย่างไรหรือ?”
หมอเฉินไม่ได้ตอบ แต่หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
“นี่คือโฉนดร้าน ฮูหยินลองดูเถิด”
หลีเยว่ซูชะงักไป ไม่เข้าใจความหมายของเขา
หมอเฉินยิ้ม ก่อนจะประสานมือคำนับนาง
“หากร้านยาของฮูหยินขาดหมอประจำร้าน หวังว่าฮูหยินจะพิจารณาคนแก่อย่างข้าด้วย”
หลีเยว่ซูไม่คิดเลยว่าข้อเรียกร้องของเขาจะเป็นเช่นนี้
“แล้วโรงหมอของหมอเฉินเล่า?”
หมอเฉินเห็นได้ชัดว่าเตรียมการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“ในโรงหมอไม่ได้มีเพียงข้าคนเดียว ฮูหยินไม่ต้องกังวล”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเยว่ซูก็รู้ว่าเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
เดิมทีนางตั้งใจจะเป็นหมอประจำร้านด้วยตัวเอง แต่หากมีหมอเฉินมาร่วมด้วย ก็ย่อมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านยาได้อย่างแน่นอน
หลีเยว่ซูตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
“ข้าจะรับโฉนดนี้ไว้ ส่วนกำไรของร้านยาในอนาคต หมอเฉินรับไปสามส่วน”
“ไม่ได้ ๆ ๆ!” หมอเฉินรีบโบกมือ “ขอเพียงฮูหยินยอมให้ข้าได้สัมผัสยาเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด และได้ศึกษาพวกมัน ข้าก็พอใจแล้ว”
หลีเยว่ซูรู้ว่าเขาพูดจากใจจริง
“เรื่องหนึ่งส่วนเรื่องหนึ่ง หากหมอเฉินยืนกรานไม่ยอมรับ ข้าก็ไม่กล้าวางใจมอบร้านยาให้ท่านดูแล”
เมื่อได้ยินถึงความไว้วางใจในน้ำเสียงของนาง หมอเฉินก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง และไม่ปฏิเสธอีก
เขามองร้านตรงหน้า ก่อนถามว่า
“ฮูหยินคิดชื่อร้านยาเอาไว้แล้วหรือยัง?”
หลีเยว่ซูคิดชื่อเอาไว้นานแล้ว นางก้มหน้าลงมองเสิ่นถิงอี๋ที่อยู่ข้างกายอย่างกะทันหัน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย