Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ
Hershey อาณาจักรช็อกโกแลตระดับโลก ที่มีโรงเรียนเด็กด้อยโอกาส เป็นเจ้าของ
รู้หรือไม่ว่า ? ทุกครั้งที่เรากินช็อกโกแลต Hershey’s เท่ากับเรากำลังมีส่วนช่วยสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสไปพร้อมกัน
เพราะเบื้องหลัง Hershey บริษัทช็อกโกแลตระดับโลก คือกองทรัสต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดูแลโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาสโดยเฉพาะ
หมายความว่า ยิ่ง Hershey ขายดีมากขึ้น สร้างกำไร และจ่ายเงินปันผลได้มากเท่าไร โรงเรียนแห่งนี้ก็จะมีงบประมาณไปดูแลเด็ก ๆ ได้มากขึ้นตามไปด้วย
แล้วโรงเรียนแห่งนี้ กลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรช็อกโกแลตมูลค่าล้านล้านบาทได้อย่างไร ?
1
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องราวทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปเมื่อกว่า 100 ปีก่อน
เมื่อ Milton S. Hershey ผู้ก่อตั้งอาณาจักรช็อกโกแลต Hershey ยังเป็นเพียงชายธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวจากธุรกิจขนมหวาน
เขาเคยทำงานเป็นเด็กฝึกงานในโรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ ก่อนจะย้ายไปทำงานที่ร้านไอศกรีม และเริ่มเรียนรู้วิธีทำลูกกวาดและขนมหวานจากที่นี่
พออายุราว 20 ปี เขาก็ตัดสินใจเปิดร้านขนมของตัวเอง แต่ธุรกิจของเขากลับล้มเหลวถึง 2 ครั้ง
แต่เขาก็ไม่ได้ยอมแพ้ กลับมาตั้งหลักใหม่และก่อตั้งบริษัท Lancaster Caramel Company เพื่อผลิตลูกอมคาราเมล ซึ่งครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก
แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเขา ก็เกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจกำลังไปได้สวย เมื่อเขาเดินทางไปร่วมงาน Chicago World’s Fair และได้เห็นการสาธิตเครื่องจักรสำหรับผลิตช็อกโกแลตจากผู้ผลิตชาวเยอรมัน
ภาพที่เห็นจุดประกายความสนใจ จนทำให้เขาตัดสินใจเบนเข็มทิศธุรกิจครั้งใหญ่ และกระโดดมาสู่การสร้างธุรกิจช็อกโกแลตอย่างเต็มตัว
เมื่อจบงาน เขาตัดสินใจซื้อเครื่องจักรผลิตช็อกโกแลตกลับมาติดตั้งในโรงงานคาราเมลทันที และเริ่มทดลองทำธุรกิจช็อกโกแลตอย่างจริงจัง
จนถึงขั้นตัดสินใจขายบริษัทคาราเมลที่กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด เพื่อทุ่มเทให้กับธุรกิจช็อกโกแลตอย่างเต็มตัว
เหตุผลที่เขากล้าทุบหม้อข้าวตัวเอง เป็นเพราะเขามองเห็นโอกาสที่ใหญ่กว่าความสำเร็จที่มีอยู่ตรงหน้า
เขาคิดว่าธุรกิจผลิตคาราเมลที่ตัวเองกำลังทำอยู่นั้นเป็นแค่กระแสชั่วคราว แต่ช็อกโกแลตต่างหาก ที่จะได้รับความนิยมอย่างถาวร แถมตลาดช็อกโกแลตยังใหญ่กว่าตลาดคาราเมลมาก ๆ
ซึ่งในยุคนั้น ช็อกโกแลตยังถือเป็นของหวานราคาแพง ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะช็อกโกแลตนมของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ใช้นมผงเป็นส่วนผสมหลัก
Milton จึงมีความตั้งใจอยากจะเปลี่ยนขนมหวานของคนรวย ให้กลายเป็นของอร่อยในราคาที่คนธรรมดาก็สามารถซื้อกินได้
จึงนำประสบการณ์จากการใช้นมสดทำคาราเมล มาพัฒนาสูตรช็อกโกแลตนมของตัวเอง โดยเปลี่ยนจากการใช้นมผง มาเป็นการใช้นมสดแท้ ๆ จากฟาร์มในท้องถิ่นแทน
จากนั้นก็ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อผลิตสินค้าออกมาในปริมาณมาก ๆ ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนให้ต่ำลงได้
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร Hershey ในเวลาต่อมา
แต่แม้เขาจะมีพร้อมทั้งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง เงินทอง และคู่ชีวิตที่ดี แต่เขาและภรรยากลับไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้
ด้วยความที่ภรรยาของเขาเป็นคนใจบุญ และมักจะทำงานช่วยเหลือครอบครัวที่ยากลำบากอยู่เป็นประจำ เธอจึงได้จุดประกายความคิดที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา
นั่นคือ การตัดสินใจนำเงินที่หามาได้ มาสร้างโอกาสให้กับเด็กที่ขาดแคลน โดยการก่อตั้งโรงเรียน เพื่อเป็นสถานที่ดูแลและให้การศึกษาแก่เด็กกำพร้าแบบฟรี ๆ
แต่หลังจากร่วมกันสร้างโรงเรียนได้เพียงไม่กี่ปี ภรรยาคู่คิดผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของเขาก็ได้เสียชีวิตลง
ความสูญเสียในครั้งนี้ ผนวกกับภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ Milton ตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด
นั่นคือ การโอนหุ้นของบริษัท Hershey รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัวแทบทั้งหมดของเขา มอบให้กับโรงเรียนเด็กด้อยโอกาสแห่งนี้
มูลค่าทรัพย์สินและหุ้นที่เขาเซ็นโอนไปในตอนนั้นสูงถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเป็นมูลค่าปัจจุบันหลายหมื่นล้านบาท
1
และเพื่อให้มั่นใจว่า โรงเรียนจะมีเงินทุนสนับสนุนไปตลอด โดยไม่มีใครสามารถเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้ในอนาคต
Milton จึงเลือกใช้โครงสร้างทางการเงินที่รัดกุม อย่างการตั้งกองทุนทรัสต์ของโรงเรียนขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ดูแลและบริหารสิทธิประโยชน์ทั้งหมดแทน
ภายใต้ขุมทรัพย์ในกองทรัสต์นี้ ไม่ได้มีแค่หุ้นของ Hershey เท่านั้น ยังมีธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งครอบคลุมทั้งสวนสนุก สนามกอล์ฟ และโรงแรมหรู เอาไว้ด้วย
ด้วยโครงสร้างนี้ ทำให้ทั้งเงินปันผลและผลตอบแทนจากการทำธุรกิจและสินทรัพย์อื่น ๆ ถูกส่งเข้าไปสมทบในกองทรัสต์อย่างต่อเนื่อง
ต่อมา เพื่อป้องกันไม่ให้อาณาจักรช็อกโกแลตแห่งนี้ถูกฮุบกิจการในช่วงกระแสการไล่ล่าซื้อกิจการ ทางบริษัทจึงได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหุ้นครั้งใหญ่
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท (Dual-Class Shares) ได้แก่
- หุ้นสามัญทั่วไป 1 หุ้น มีสิทธิออกเสียง 1 โหวต
- หุ้น Class B 1 หุ้น มีสิทธิออกเสียงมากถึง 10 โหวต
โดยกองทรัสต์ของโรงเรียน ถือครองหุ้น Class B ของบริษัทไว้เกือบทั้งหมด
นั่นทำให้แม้ปัจจุบันกองทรัสต์จะถือหุ้นในสัดส่วนเพียงแค่ราว ๆ 28% ของบริษัท แต่ด้วยพลังโหวต 10 เท่า ทำให้สามารถกุมอำนาจโหวตสูงถึงเกือบ 80%
นี่จึงกลายเป็นป้อมปราการเหล็ก ที่ต่อให้จะมีมหาเศรษฐีหรือบริษัทยักษ์ใหญ่ ทุ่มเงินระดับแสนล้านมาขอซื้อกิจการ
แต่หากบอร์ดบริหารของกองทรัสต์ที่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของเด็ก ๆ ไม่อนุมัติ ก็ไม่สามารถเทกโอเวอร์อาณาจักรช็อกโกแลตแห่งนี้ไปได้เลย
ซึ่งที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารโลกอย่าง Wrigley หรือ Mondelēz เจ้าของ Oreo ก็เคยยื่นข้อเสนอมูลค่ามหาศาล เพื่อขอซื้อกิจการ Hershey แต่สุดท้ายก็ถูกปัดตกไปทั้งหมด
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ตราบใดที่กองทรัสต์ยังคงถือครองอำนาจโหวตส่วนใหญ่ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัทก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ
ปัจจุบันผลตอบแทนจากทรัพย์สินในกองทรัสต์ ยังคงถูกนำมาใช้สนับสนุนทั้งการศึกษา ที่พัก อาหาร และการดูแลเด็กด้อยโอกาสมากกว่า 2,000 คน
และนี่คือ เรื่องราวเบื้องหลังอาณาจักรช็อกโกแลต Hershey ธุรกิจที่เปลี่ยนความสำเร็จให้กลายเป็นมรดกทางการศึกษามาตลอด 100 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ว่า ทำไมทุกครั้งที่เรากินช็อกโกแลต Hershey’s เราถึงได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนอนาคตของเด็กนับพันคนไปพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว..
#WealthTransfer
#วางแผนมรดก
#Hershey
References
-
https://www.visithersheyharrisburg.org/hershey/milton-s-hershey/
-
https://hersheyarchives.org/encyclopedia/history-of-milton-hershey-school/
-
https://hersheyarchives.org/encyclopedia/hershey-milton-snavely-1857-1945/
-
https://hersheyarchives.org/encyclopedia/origins-of-hersheys-milk-chocolate/
-
https://hersheyarchives.org/encyclopedia/hershey-trust-company/
-
https://www.foodbusinessnews.net/articles/27342-mondelez-reportedly-seeking-deal-to-acquire-hershey
ธุรกิจ
2 บันทึก
8
1
3
2
8
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย