13 ส.ค. เวลา 12:56 • ข่าว

‘ศุภจี’ ตะโกนบอก ‘Made in Thailand’ ต้องปัง! ชวน 3 เทคฯ อนาคตมาเขย่าวงการ!

คุณพี่ศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ที่ตอนนี้ตำแหน่งอาจจะทับซ้อนกันนิดหน่อย แต่เรื่องใหญ่!) ออกมาปลุกระดมวงการอุตสาหกรรมไทยให้ลุกขึ้นมาสู้กับโลกใหม่ ด้วยการตะโกนก้องว่า 'Made in Thailand' ต้องมาก่อน! แถมยังชี้เป้า 3 เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะมาเขย่าวงการให้สะเทือน!
คุณพี่ศุภจี บอกว่า รัฐบาลอยากให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งจากภายใน แต่ก็ไม่ทิ้งการแข่งขันในตลาดโลก เพราะที่ผ่านมา คณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) เนี่ย หายหน้าหายตาไปนานเกือบ 4 ปี!
แถมโลกก็เปลี่ยนเร็วซะจนตามแทบไม่ทัน!
ประเด็นเด็ดคือ รัฐบาลจะเปิดประตูให้สินค้าไทย ได้โลดแล่นในตลาดภาครัฐแบบเต็มที่ โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรมสุดฮอต ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (เผื่อมีเอเลี่ยนมาบุกโลก จะได้มีอาวุธพร้อม!) ระบบราง (รถไฟจะวิ่งได้เร็วขึ้น หรือจะกลายเป็นรถไฟเหาะ?) และเครื่องมือแพทย์ (จะได้มีเครื่องไม้เครื่องมือดีๆ มาช่วยให้คนป่วยหายไวๆ หรือจะใช้ในรายการหมอๆ ก็ได้!)
คุณพี่ศุภจี ย้ำว่า ภาครัฐจะเป็นลูกค้า VIP รายแรก ที่จะปั้นอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้เติบโต
ก่อนจะขยายไปสู่ตลาดเอกชนและตลาดต่างประเทศ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะลดมาตรฐานนะจ๊ะ เพราะสินค้าที่ใช้ชิ้นส่วนไทยต้องเจ๋งจริง ได้มาตรฐานสากล และมีเกณฑ์นับ Local Content ที่ชัดเจน!
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้รับภารกิจให้เชื่อมโยงทุกอย่าง ตั้งแต่ 'วิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน' ผ่านกลไก GMT SMEs ของดีพร้อม เพื่อยกระดับ SME ให้เก่งขึ้นในทุกด้าน ทั้งประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยี มาตรฐาน และวัตถุดิบในประเทศ ควบคู่ไปกับการรับรอง MiT ของสภาอุตสาหกรรมฯ
“สิ่งสำคัญ
คือทำให้ตลาดกับการพัฒนาผู้ประกอบการเดินไปด้วยกัน” คุณพี่ศุภจี กล่าวด้วยความมั่นใจ พร้อมยกตัวอย่างว่า จะเอาความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์ให้ SME พัฒนาตัวเองให้โตได้จริง และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคสุดๆ ไปเลย!
ไม่แค่นั้น ยังมีการคุยเรื่องพลังงานชีวภาพ ทั้งดีเซลและเบนซิน ที่ต้องดูเรื่องภาษี กลไกตลาด ความพร้อมของรถยนต์ และประโยชน์ของเกษตรกร ให้สมดุลกันไปเลย! เชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว BCG และ ESG แบบครบวงจร!
อุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ต้องเร่งปั้น ได้แก่ Biotechnology, ดิจิทัล, AI,
รถยนต์รูปแบบใหม่, เครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต้องมี Supply Chain ใหม่มารองรับ เพื่อให้ไทยเราไม่ได้เป็นแค่ฐานผลิต แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้มากกว่านี้!
ที่ประชุมยังได้ทบทวนกฎหมายเก่าๆ 5-6 ฉบับ ที่ กอช. หยุดประชุมไปนาน ทั้งกฎหมายโรงงาน กากอุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมัน และกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้เข้ากับโลกปัจจุบันและอนาคตก่อนเสนอ ครม.
ส่วนเรื่องการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีประเด็นเรื่องมาตรา 301 และ 232 คุณพี่ศุภจี เผยว่า สินค้าส่วนใหญ่ 72% ได้รับการยกเว้นภาษีไปแล้ว เหลืออีก 28%
ที่ต้องเจรจาต่อ โดยปลายเดือนสิงหาคมนี้ จะบินไปคุยกับสหรัฐฯ แบบถึงพริกถึงขิง เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยให้ได้มากที่สุด!
คุณพี่ศุภจี ยืนยันว่า การเจรจากับสหรัฐฯ จะเน้นเรื่องการค้าเป็นหลัก ไม่เอาเรื่องการทหารมาแลกผลประโยชน์ภาษีเด็ดขาด! แต่จะใช้ข้อมูลการค้า การลงทุน และห่วงโซ่การผลิต เพื่อแสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน!
ที่สำคัญ เอกชนไทยเราก็ลงทุนในสหรัฐฯ ไปแล้วเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ และมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีกกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์! แถมส่วนหนึ่งของดุลการค้าไทย
ก็มาจากบริษัทสหรัฐฯ ที่ลงทุนในไทย ดังนั้น ต้องมองทั้งการค้าและการลงทุนร่วมกันนะจ๊ะ!
ด้านคุณวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ก็เสริมว่า ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Semiconductor และ Photonic โดยเฉพาะอุปกรณ์ Switch และ Transceiver แบบ Optical ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าตามกระแส Data Center ทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยบางราย ยอดขายพุ่งขึ้นเท่าตัว 2 ปีติด! หากปรับฐานดัชนี MPI จากปี 2564 เป็นปี 2567 จะได้เห็นศักยภาพอุตสาหกรรมใหม่ๆ ชัดขึ้น!
นอกจากนี้ ยังมีการคุยเรื่องการปรับดัชนีอุตสาหกรรมให้สะท้อนสถานการณ์จริง
โดยให้ TDRI ช่วยดูตัวเลข โดยเฉพาะอัตราการใช้กำลังการผลิต ที่อาจยังรวมอุตสาหกรรมเก่าที่ซบเซา แต่ยังไม่รวมอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังมาแรง!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่: https://www.infoquest.co.th/2026/630923
โฆษณา