เมื่อวาน เวลา 13:34 • ข่าวรอบโลก
ในอดีตคนเรามีอาชีพเดียวก็เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวลูกหลาน แถมเหลือเงินเก็บ มีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ มีกินมีใช้ มีเวลาเหลือเฟือ ถึงจะลำบากแต่ก็อยู่กันได้
เพราะสมัยนั้นค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสมัยนี้มาก ในอดีตสบู่มีก้อนเดียว อาบน้ำล้างหน้าสระผม แถมซักผ้าด้วย แต่มาสมัยนี้ ต้องแยก ซื้อโฟมล้างหน้า สบู่ถูตัว ยาสระผม ครีมนวดผม น้ำมันบำรุงผม ผู้หญิงบางคนยังต้องซื้อสบู่เฉพาะจุดซ่อนเร้นด้วย อะไรมันเยอะแยะเต็มห้องน้ำ จะอาบน้ำทีสารพัดขวด ก้อนเดียวก็ไม่ได้
ในอดีตไม่เคยต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ค่าคลาวด์ ค่าเอไอ ค่าเติมเกมส์ ค่าดูหนัง ค่าฟังเพลง ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ สมัยนี้เสียทุกอย่างยิบย่อยไปหมด ทำให้รายได้ทางเดียว ที่เคยจ่ายไม่ถึง 10 รายการ ตอนนี้เกิน10ไปแล้ว ค่าบริการรายเดือนยิบย่อยเต็มไปหมด แล้วรายได้ทางเดียวจะไปพออะไร สารพัดค่าเต็มไปหมด คนเราจึงจำเป็นต้องหารายได้เพิ่ม รายได้เสริม รายได้ตลอดเวลา เพื่อให้พอยังชีพ เพื่อลดหนี้สินที่มากมาย
คนที่รวยแล้ว ทำไมเขาต้องมาสอนคนอื่นด้วย เพราะนั่นคือหนทางสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่งของเขา ทำไมเขาต้องขายหนังสือ ก็หนังสือคือรายได้ ทำไมเขาต้องเปิดสัมมนาก็คือหนทางสร้างรายได้เช่นกัน จะสอนฟรีทำไม ถ้าไม่ได้ตังค์ ส่วนพวกที่สอนฟรีนั้นแค่โปรโมชั่นช่วงแรก เพื่อสำรวจว่ามีคนสนใจไหม ถ้ามีคนสนใจเขาก็ใช้ทำมาหากิน คนรวยอะไรที่เป็นเงินเป็นทองได้ เขาก็ทำหมดแหละ ไม่งั้นจะรวยได้ไง
ความรวยของคนเราจริงๆสอนกันไม่ได้นะ จับมือทำตามเขาแล้วจะรวยเหมือนเขา ไม่มีจริง ถ้าคุณเชื่อ คุณก็เป็นเหยื่อ ไม่ใช่ลูกศิษย์ แต่บางครั้งสิ่งที่เขาสอนมันก็มีอยู่ในตำราวิชาเศรษฐศาสตร์บ้าง การตลาดบ้าง ธุรกิจบ้าง เขาแค่เอาทฎษฎีมาเล่าและใส่ไข่ประสบการณ์ตัวเองนิดหน่อย ก็ได้ครอสสอนทำธุรกิจแล้ว ความขี้โม้ก็สร้างความน่าเชื่อถือ ยิ่งโม้เก่งยิ่งดูดี เพิ่มมูลค่าค่าตัว ค่าแรงก็สูงขึ้น เป็นเทคนิคในการหาเงิน สร้างรายได้
เปลี่ยนจากฟังสิ่งที่เขาพูด ดูสิ่งที่เขาทำดีกว่า เพราะนั่นคือหนทางสร้างรายได้ของจริง
โฆษณา