14 ส.ค. เวลา 15:07 • หนังสือ

บทที่ 28 ชาตินี้จะยอมเป็นวัวเป็นม้า ชาติหน้าจะตอบแทนบุญคุณ

บทที่ 28 ชาตินี้จะยอมเป็นวัวเป็นม้า ชาติหน้าจะตอบแทนบุญคุณ
“เกิดอะไรขึ้น?” เสิ่นอี้หมิ่นถามอย่างสงสัย
ซิงเหอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบของประหลาดรูปร่างแปลก ๆ สี่ชิ้นออกมาจากอกเสื้อ
หากหลีเยว่ซูอยู่ที่นี่ นางคงจำได้ทันทีว่านี่คือกระสุนสี่นัดที่ตนทิ้งเอาไว้ตอนช่วยเสิ่นอี้หมิ่นก่อนหน้านี้
ซิงเหอมีสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าน้อยไม่เคยเห็นอาวุธลับที่ประหลาดเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ในยุทธภพก็ยังสืบข่าวอะไรไม่ได้ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนช่วยเหลือคุณชายใหญ่หรือขอรับ?”
เสิ่นอี้หมิ่นมองของในมือเขา ภาพตอนที่หลีเยว่ซูบุกเข้ามาในรถม้าพลันผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “คนที่ช่วยข้า คือหลีเยว่ซู”
“เป็นไปไม่ได้ขอรับ!” ซิงเหอปฏิเสธทันทีโดยไม่ทันคิด
จากนั้นเมื่อรู้ตัวว่าตนเสียมารยาท เขาก็รีบก้มตัวลง “คุณชายใหญ่ ข้าน้อยเค้นถามคนเหล่านั้นมาแล้ว คนที่ช่วยคุณชายเข้าไปในรถม้า จากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนเรื่องของหลีเยว่ซู พวกเราสืบมาอย่างละเอียดแล้ว นางไม่มีทางมีฝีมือเช่นนี้ได้”
ส่วนไฉหยางค่อนข้างสุขุมกว่า เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามว่า “คุณชายใหญ่ยังจำเหตุการณ์ในตอนนั้นได้หรือไม่ขอรับ?”
เสิ่นอี้หมิ่นส่ายหน้า “ตอนนั้นข้าหมดสติไปแล้ว”
ดังนั้น คนที่รู้ความจริงทั้งหมดจึงมีเพียงหลีเยว่ซูคนเดียว
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ไฉหยางก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าน้อยจะไปสืบความเคลื่อนไหวทั้งหมดของหลีเยว่ซูในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่วนซิงเหอก็สืบเรื่องอาวุธลับชนิดนี้ต่อไป หากมีข่าวอะไร ข้าน้อยจะรีบมารายงานคุณชายใหญ่ทันที”
เสิ่นอี้หมิ่นครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้า แล้วกำชับอีกประโยคว่า “ต้องรีบตามหาหมอเทวดาจี้โม่ไป๋ให้พบโดยเร็วที่สุด”
……
ไม่มีใครสังเกตว่าเสิ่นอี้หมิ่นหายตัวไปชั่วครู่ ทุกคนต่างกำลังยุ่งอยู่กับงานเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย
หลีเยว่ซูกำลังสอนเสิ่นทาน เสิ่นเฉิน และเด็กอีกเจ็ดคนท่องจำความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ขณะเดียวกันก็นำยาประสิทธิภาพสูงบางส่วนจากในมิติออกมาใส่ขวดกระเบื้อง
ยาบางชนิดจำเป็นต้องเก็บในภาชนะปิดสนิท นางจึงหาเวลาจัดการทุกอย่างภายในมิติให้เรียบร้อย ดังนั้นจนถึงตอนนี้จึงยังไม่มีใครล่วงรู้ความลับของยาเหล่านี้
ส่วนเสิ่นอี้หมิ่นกับม่อเหลี่ยนรับหน้าที่เขียนฉลากและติดชื่อให้กับขวดยาแต่ละใบ
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นเว่ยกับเสิ่นจืออวี้อยู่ที่บ้าน โดยมีท่านแม่ม่อช่วยดูแล
ส่วนหลีเยว่ซูก็นำเด็ก ๆ สิบกว่าคนพร้อมขวดยาจำนวนมากขึ้นรถวัวไปกับหลิวเหล่าฮั่น คนละหนึ่งคัน มุ่งหน้าเข้าเมือง
เมื่อถึงเมือง หลีเยว่ซูก็พาเสิ่นอี้หมิ่นกับม่อเหลี่ยนไปส่งที่สำนักศึกษาเสียก่อน
นางหยิบห่อสัมภาระสองห่อที่เหมือนกันทุกประการออกมา “ข้าเตรียมอาหารกับเงินไว้ให้พวกเจ้าแล้ว อยู่ที่สำนักศึกษาก็ตั้งใจเรียน หากมีเรื่องอะไรให้ไปหาข้าที่ร้านยา”
ช่วงนี้สมุนไพรต่าง ๆ ล้วนเป็นของที่ท่านหมอเฉิน “สนับสนุนให้ด้วยมิตรไมตรี” เงินทั้งหมดที่นางมีจึงมอบให้เด็กทั้งสองไปจนไม่เหลือแม้แต่เหรียญเดียว
เมื่อม่อเหลี่ยนได้ยินว่าข้างในมีเงินด้วย เขารีบจะปฏิเสธ
แต่หลีเยว่ซูไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด นางยัดห่อสัมภาระใส่มือเขาโดยตรงแล้วโบกมือ “เรื่องไร้สาระไม่ต้องพูดแล้ว รีบเข้าไปเถอะ อย่ามัวเสียเวลาหาเงินให้ข้า”
มือของม่อเหลี่ยนสั่นเล็กน้อย เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะประสานมือคำนับหลีเยว่ซูอย่างนอบน้อม
ทุกถ้อยคำล้วนซ่อนอยู่ในการคำนับนั้น
หลีเยว่ซูไม่ได้พูดอะไร เพียงลากเด็กที่เหลือมุ่งหน้าไปยังร้านยา
ม่อเหลี่ยนมองแผ่นหลังของนาง มือที่กำห่อสัมภาระค่อย ๆ กระชับแน่นขึ้น
ชาตินี้ต่อให้ต้องเป็นวัวเป็นม้า เขาก็จะยอมทำทุกอย่างเพื่อท่านภรรยา ชาติหน้าจะต้องตอบแทนบุญคุณของนางอย่างแน่นอน!
……
อีกด้านหนึ่ง หลีเยว่ซูพาทุกคนมาถึง ร้านยาเหิงเต๋อ ก็พบว่าหน้าร้านมีผู้คนมามุงดูอยู่ไม่น้อย
หลังได้ยินเสียงพูดคุยของคนรอบข้าง นางจึงรู้ว่าคนเหล่านี้มาหาท่านหมอเฉิน
เมื่อเห็นหลีเยว่ซูมาถึง ท่านหมอเฉินก็รีบพาคนออกมาช่วยขนของทันที
เสียงขวดยากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ทำให้คนที่ยืนมุงดูอดสงสัยไม่ได้
“ร้านยาของพวกเจ้าขายแต่ยาในขวดพวกนี้หรือ?”
หลีเยว่ซูยิ้มบาง ๆ “ใช่ แต่ร้านของเราไม่ได้ขายยาเพียงชนิดเดียว นี่คือยาสำเร็จรูปที่เราปรุงขึ้นเอง สำหรับโรคต่าง ๆ ก็ใช้ยาต่างชนิดกัน สะดวก รวดเร็ว และได้ผลดี”
“ยาสำเร็จรูป? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย นั่นมันอะไร?”
“ยาเอาไว้ช่วยชีวิตคน ของที่หญิงสาวคนหนึ่งคิดขึ้นมา ใครจะกล้าใช้กัน!”
“นั่นสิ! ถ้าป่วยก็ต้องให้หมอตรวจและจัดยาให้ สูตรยาของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จะกินยาสำเร็จรูปแค่ตัวเดียวแล้วหายได้อย่างไร!”
……
แน่นอนว่าทุกคนไม่เชื่อคำพูดของหลีเยว่ซู หากไม่มีท่านหมอเฉินอยู่ที่นี่ พวกเขาคงเดินจากไปนานแล้ว
หลีเยว่ซูคาดการณ์สถานการณ์เช่นนี้เอาไว้แล้ว และเตรียมรับมือมาอย่างดี
ขณะที่นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นจากด้านหลังฝูงชน
ผู้คนพากันหลีกทางให้รถเกี้ยวที่มีคนสี่คนหามเข้ามาจอดหน้าร้านยา
ท่ามกลางสายตาสงสัยของผู้คน ชายคนหนึ่งในชุดขุนนางก้าวลงจากเกี้ยว
“ใต้เท้านายอำเภอมาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ท่านยังสวมชุดขุนนางมาด้วย ร้านยานี้คงไม่ได้ก่อเรื่องอะไรเข้าใช่ไหม?”
“ถ้าทำผิดจริงก็ควรถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปสิ ทำไมนายอำเภอถึงมาด้วยตัวเอง?”
……
ขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กัน นายอำเภอก็หันกลับไปเปิดม่านเกี้ยว ก่อนจะประคองชายชราคนหนึ่งออกมา
ชายชราสวมเสื้อผ้าธรรมดา ไม่มีเครื่องประดับใด ๆ แต่เนื้อผ้ากลับเป็นของชั้นดี
ทันทีที่เห็นใบหน้าของชายชรา เสิ่นทิงเหวินที่ยืนอยู่ข้างหลีเยว่ซูก็หน้าเปลี่ยนสี รีบหันหลังให้ทันที
ตาแก่นี่ทำไมยังไม่ไปอีก!
ชายชราสังเกตเห็นท่าทีของเขา จึงมองอย่างสงสัย แต่ไม่นานก็ละสายตากลับมา ก่อนจะมองไปยังหลีเยว่ซู
“คุณนาย พวกเราได้พบกันอีกแล้ว”
หลีเยว่ซูนึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง จึงจำได้ว่าชายตรงหน้าคือใคร
ก่อนหน้านี้นางเคยช่วยชายชราคนหนึ่งที่เกิดอาการหัวใจกำเริบริมถนน ทั้งยังทิ้งยาช่วยชีวิตฉุกเฉินเอาไว้หนึ่งขวด และด้วยเหตุนี้จึงได้ร่วมมือกับท่านหมอเฉิน
ชายชราตรงหน้าก็คือคนที่นางเคยช่วยเอาไว้คนนั้น
“ครั้งก่อนคุณนายรีบร้อนจากไป ข้ายังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณอย่างจริงจังเลย!”
“ได้ยินว่าวันนี้ร้านยาของคุณนายเปิดกิจการ ข้าจึงตั้งใจมาช่วยอุดหนุน”
นายอำเภอที่อยู่ด้านข้างก็พูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ได้ยินว่าคุณนายมีวิชาแพทย์สูงส่ง ถึงกับสามารถช่วยชีวิตสหายของข้าในยามที่โรคหัวใจกำเริบได้ ช่างเป็นหมอเทวดาจริง ๆ!”
หลีเยว่ซูมองนายอำเภอที่เห็นได้ชัดว่าให้ความเคารพชายชราคนนี้ ก่อนจะละสายตากลับมาอย่างแนบเนียน
นางยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวตามน้ำว่า “นั่นเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว ยาของร้านเหิงเต๋อของเราถูกผลิตขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน”
“หากเป็นอาการหวัดธรรมดา หรือโรคบางชนิดที่มีลักษณะเฉพาะ ก็สามารถใช้ยาที่ตรงกับโรคนั้นเพื่อป้องกันและรักษาได้”
เมื่อมีคนช่วยเปิดทางให้ หลีเยว่ซูย่อมไม่พลาดโอกาส นางหยิบยาหลายชนิดขึ้นมา แล้วเริ่มแนะนำสรรพคุณและวิธีใช้ให้ทุกคนฟัง
นายอำเภอเป็นคนรู้จักดูสถานการณ์ เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลีเยว่ซู เขาก็ประกาศทันทีว่าจะซื้อยาหลายชนิดกลับไปเตรียมไว้ที่บ้าน
หลีเยว่ซูกำหนดราคายาแต่ละชนิดเอาไว้แตกต่างกัน ยาสำหรับโรคทั่วไปที่ชาวบ้านสามารถซื้อเก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ย่อมมีราคาถูกกว่า
ด้วยการช่วยประชาสัมพันธ์ของนายอำเภอและท่านหมอเฉิน ประกอบกับชื่อยาที่ผู้คนไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงดึงดูดผู้คนให้เข้ามาซื้อได้ไม่น้อย
หลีเยว่ซูเชื่อว่า ขอเพียงมีคนซื้อไปใช้ ผู้คนย่อมค้นพบประสิทธิภาพของยาเอง
เมื่อเห็นโอกาสเช่นนี้ นางกำลังจะเรียกเสิ่นทิงเหวินมาฝึกทักษะการขายเสียหน่อย แต่หาอยู่นานก็ไม่พบเขา
แม้แต่เสิ่นทิงอี๋ก็หายตัวไปเช่นกัน
โฆษณา