Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
14 ส.ค. เวลา 18:32 • หนังสือ
บทที่ 31 เจ้าของร้านสาวแสนสวยวัยเยาว์
บทที่ 31 เจ้าของร้านสาวแสนสวยวัยเยาว์
เสียงเรียก “แม่” อันสดใสกังวาน ราวกับทะลุผ่านสิ่งกีดขวางนับไม่ถ้วน ก่อนจะตรงเข้าสู่โสตประสาทของหลีเยว่ซู
หัวใจของนางราวกับถูกบางสิ่งบีบกระชับ จู่ ๆ ปลายจมูกก็รู้สึกแสบร้อนขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
หลีเยว่ซูหันกลับไป และพอดีกับที่รับร่างของเสิ่นจืออวี่ซึ่งวิ่งโผเข้ามาในอ้อมแขน
ชาติที่แล้วนางเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทดลองทั้งวัน แม้แต่มือผู้ชายก็ยังไม่เคยจับ นับประสาอะไรกับการมีลูก
ตอนแรกที่นางดีกับเด็กทั้งสี่ ก็เพียงเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป นางกลับเริ่มชอบเด็กทั้งสี่จากก้นบึ้งของหัวใจ โดยเฉพาะอาอวี่ที่ชอบเกาะติดนางอยู่เสมอ
เสิ่นถิงเหวินเองก็ตกใจกับเสียงเรียก “แม่” ของน้องชาย แต่เมื่อมองภาพทั้งสองกอดกัน เขากลับรู้สึกอิจฉาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เสิ่นจืออวี่กำเสื้อของหลีเยว่ซูไว้แน่น
“แม่ แม่ต้องมารับอาอวี่นะ…”
หลีเยว่ซูลูบศีรษะเขาเบา ๆ
“แม่ต้องมารับแน่นอน”
……
หลังจากปลอบเสิ่นจืออวี่จนเรียบร้อย หลีเยว่ซูจึงจากมา
นางถือห่อของหลายห่อ เดินไปยังเรือนย่อยที่เสิ่นอี้หมิ่นอยู่ ส่วนเสิ่นถืงเหวินเดินตามหลังนางด้วยสีหน้าซับซ้อน
แน่นอนว่าหลี่เยว่ซูสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา และพอจะเดาได้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ไม่ได้เปิดโปงเขา
เมื่อเห็นนางถือของมามากมาย ทั้งยังมีชุดเครื่องเขียนล้ำค่า เสิ่นอี้หมิ่นกับโม่เหลียนต่างก็รู้สึกราวกับมีบางสิ่งเติมเต็มอยู่ในหัวใจ
หลีเยว่ซูไม่ได้ใส่ใจสีหน้าของพวกเขา เพียงกำชับว่า
“อาหมิน เจ้าเป็นพี่ใหญ่ อยู่ที่สำนักก็ช่วยดูอาเหวินด้วยนะ ส่วนอาเหลียน เช้านี้ก่อนออกมา แม่ของเจ้าฝากข้ามาบอกว่า ตั้งใจเรียนอยู่ที่สำนักให้ดี ไม่ต้องเป็นห่วงนาง”
ไม่รู้ทำไม จู่ ๆ หลีเยว่ซูก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว ทั้งยังเข้าใจความรู้สึกของบรรดามารดาที่มาส่งลูกไปเรียนเป็นครั้งแรกขึ้นมาอย่างประหลาด
โม่เหลียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“เรื่องของแม่ข้า คงต้องรบกวนฮูหยินแล้ว”
เมื่อเห็นความสุขุมเกินวัยระหว่างคิ้วของเขา หลีเยว่ซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับเขาก่อน
“เรื่องปอด ข้าไหว้วานให้ท่านเจ้าเมืองช่วยแล้ว หากมีใครยินดีบริจาค เขาจะส่งคนมาแจ้งข้าเป็นคนแรก”
ดวงตาของโม่เหลียนแดงก่ำ
“ขอบคุณฮูหยิน ขอบคุณ…”
เขาอ่านหนังสือมามากมาย อีกทั้งผลการเรียนในสำนักก็เป็นรองเพียงเสิ่นอี้หมิ่นเท่านั้น แต่ในเวลานี้กลับพูดออกมาได้เพียงสองคำนี้
หลีเยว่ซูยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนลูบศีรษะเขาเพื่อปลอบโยน โดยไม่ได้พูดอะไรอีก
……
หลังจากจัดการเรื่องของเด็ก ๆ เรียบร้อยแล้ว หลีเยว่ซูก็ทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้กับร้านยา
ในช่วงแรก ผู้คนยังไม่ค่อยเชื่อใจร้านยาในการรักษาโรค เพียงเพราะมีหมอเฉินอยู่ จึงมีคนส่วนน้อยที่เข้ามาลองใช้บริการดู
แต่คนกลุ่มนี้กลับค้นพบอย่างรวดเร็วว่า ยาของร้านเหิงเต๋อมีประสิทธิภาพดีจริง ๆ ที่สำคัญคือสะดวกกว่าการต้มยาเอง
ยาเหล่านี้เดิมทีก็แปรรูปมาจากสมุนไพร ยาหนึ่งชุดสามารถทำออกมาเป็นยาได้หลายขวด อีกทั้งออกฤทธิ์รวดเร็ว รับประทานสะดวก และราคาก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นชื่อเสียงจึงแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ร้านยามีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลีเยว่ซูก็ยังปิดร้านตรงเวลาในทุกวัน เพราะเด็ก ๆ เหล่านี้ยังต้องกลับไปเรียนหนังสือ
หากมีคนไข้ฉุกเฉิน ส่วนใหญ่หมอเฉินจะเป็นคนจัดการเอง มีเพียงกรณีที่หมอเฉินรับมือไม่ไหวจริง ๆ จึงจะมาหานาง
ดังนั้น ผู้คนจึงเริ่มรู้กันมากขึ้นว่า เจ้าของร้านเหิงเต๋อคือฮูหยินสาวแสนสวยคนหนึ่ง แม้อายุยังน้อย แต่ฝีมือการรักษากลับเหนือกว่าหมอเฉินเสียอีก
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนไม่น้อยในเมืองต่างพากันมาที่ร้านเหิงเต๋อ ต่อให้ไม่ได้เจ็บป่วยก็ยังอยากให้หลีเยว่ซูช่วยตรวจดู
แต่ข่าวเหล่านี้แพร่สะพัดอยู่เพียงในเมืองเท่านั้น ส่วนหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปกลับไม่มีใครรู้
ทุกวันผู้คนมักเห็นหลีเยว่ซูพาเด็กกลุ่มใหญ่เข้าเมืองตั้งแต่เช้าตรู่และกลับบ้านในช่วงเย็น พอกลับมา ก็จะได้ยินเสียงอ่านหนังสือดังออกมาจากบ้านหลังคากระเบื้องสีเขียว
ทุกคนต่างคิดว่าหลี่เยว่ซูเสียสติไปแล้วจริง ๆ
ทั้งเสียเงินก้อนโตสร้างบ้านกระเบื้องสีเขียว ทั้งรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเจ็ดคน แถมยังพาพวกเขาเรียนหนังสือ เงินสามร้อยตำลึงนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องถูกใช้จนหมดแน่!
สำหรับชาวบ้านที่ไม่ค่อยมีความรู้ สามร้อยตำลึงเป็นตัวเลขมหาศาล พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลี่เยว่ซูใช้เงินจนหมดไปนานแล้ว
ทุกคนต่างรอชมเรื่องน่าอับอายของหลีเยว่ซู โดยเฉพาะแม่เสิ่นที่เอาแต่พูดกับคนอื่นว่าโชคดีแค่ไหนที่ตอนนั้นแยกบ้านสามออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจ
แต่แม่เสิ่นคาดไม่ถึงว่าเรื่องที่จะทำให้นางหน้าแตกจะมาถึงเร็วถึงเพียงนี้
เสิ่นเฉิงไฉ ลูกชายของหยางซื่อเองก็เรียนหนังสืออยู่ในเมือง และเรียนอยู่สำนักเดียวกับเสิ่นอี้หมิ่น
เมื่อถึงวันหยุดพัก เสิ่นเฉิงไฉกลับถึงบ้านก็ลากหยางซื่อโวยวายทันที
“แม่ ข้าจะซื้อชุดเครื่องเขียนใหม่! แม่ซื้อให้ข้า ข้าจะเอาชุดที่ดีที่สุด!”
หยางซื่ออ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ไม่กี่ตัว แต่ตั้งแต่ส่งเสิ่นเฉิงไฉไปเรียนที่สำนัก นางก็พอรู้แล้วว่าสิ่งของที่ใช้ในการเรียนมีอะไรบ้าง
ของพวกนั้นราคาแพงมาก ยิ่งเป็นชุดครบชุดก็ยิ่งแพง
หยางซื่อรีบพูดว่า
“ของที่เจ้ามีอยู่ก็ยังใช้ได้ดีไม่ใช่หรือ อย่าเสียเงินเลย”
“ไม่! ข้าจะเอา!”
เสิ่นเฉิงไฉอ้าปากร้องไห้ ทำให้ใบหน้าทรงเหลี่ยมของเขาดูชวนขบขันอย่างประหลาด
จากนั้นเขาก็ไปเกาะแม่เสิ่นต่อ
“ท่านย่า ท่านซื้อให้ข้าสักชุดเถอะ! แม้แต่เสิ่นอี้หมิ่น ไอ้ลูกไม่มีพ่อคนนั้น ยังเปลี่ยนเป็นชุดที่แพงที่สุดในร้านหนังสือเลย ข้าก็จะเอาเหมือนกัน!”
พู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกของเสิ่นเฉิงไฉยังใช้ได้ดี แม่เสิ่นย่อมไม่อยากเสียเงินโดยใช่เหตุ
แต่เมื่อได้ยินว่าเสิ่นอี้หมิ่นเปลี่ยนเป็นชุดที่แพงที่สุด สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
“เจ้าว่าไอ้ลูกไม่มีพ่อนั่นเปลี่ยนเป็นชุดที่แพงที่สุดงั้นหรือ? แล้วเขาเอาเงินมาจากไหน?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นเฉิงไฉก็รีบฟ้องทันที
“เป็นหญิงแพศยาคนนั้นซื้อให้ แม้แต่โม่เหลียน เจ้าเด็กรับใช้หนังสืออย่างเขา ยังมีชุดหนึ่งเลย!”
แม่เสิ่นทำหน้างุนงง
“โม่เหลียนคือใคร?”
“โม่เหลียนเป็นคนในสำนัก เป็นเด็กไม่มีพ่อเหมือนกัน”
เสิ่นเฉิงไฉพูดด้วยสีหน้าโกรธเคือง
“ปกติเขาสนิทกับเสิ่นอี้หมิ่นมาก พอได้ยินว่าหญิงแพศยาคนนั้นหาเงินได้ ก็เลยกลายเป็นเด็กรับใช้หนังสือของเสิ่นอี้หมิ่น หน้าด้านไปเกาะเขา แล้วยังขอชุดเครื่องเขียนมาอีกชุด!”
เสิ่นเฉิงไฉอายุพอ ๆ กับเสิ่นอี้หมิ่น แต่คำพูดกลับเต็มไปด้วยคำว่า “หญิงแพศยา” กับ “ลูกไม่มีพ่อ” ราวกับหญิงปากตลาดคนหนึ่ง
แม่เสิ่นกับหยางซื่อกลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ทั้งยังคิดว่านี่คงเป็นความหยิ่งทะนงของคนร่ำเรียนหนังสือ
เมื่อฟังคำพูดของเสิ่นเฉิงไฉ หยางซื่อก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“แม่ เงินสามร้อยตำลึงจะใช้ได้ทนขนาดนั้นเชียวหรือ?”
เมื่อสามปีก่อน ตอนน้องชายของสามีกลับมา พวกนางพยายามทุกวิถีทางเพื่อรีดเงินจากเขา ผ่านไปสองปีก็เก็บเงินได้เพียงร้อยกว่าตำลึงเท่านั้น
ปีนี้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างประหยัดแล้ว แต่ก็ยังใช้เงินไปกว่าครึ่ง เงินช่างหมดเร็วเหลือเกิน
ด้วยท่าทางของหลีเยว่ซู เงินสามร้อยตำลึงก็น่าจะใกล้หมดแล้ว นางยังยอมซื้อของราคาแพงขนาดนั้นให้เด็กรับใช้หนังสืออีกหรือ?
แม่เสิ่นเองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“เจ้าว่าหญิงแพศยานั่นออกไปข้างนอกทุกวัน นางไปทำอะไรกันแน่?”
หยางซื่อไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้จริง ๆ
“นี่…นางจะไปทำงานอะไรที่ต้องใช้เด็กเล็ก ๆ หาเงินหรือเปล่า? ที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าพวกนั้น ก็คงเพราะจะให้พวกเขาทำงานให้นาง?”
แม่เสิ่นทำหน้างุนงง
“มีงานอะไรที่ต้องใช้เด็กทำด้วยหรือ?”
หยางซื่อเงียบไป เห็นได้ชัดว่านางเองก็คิดไม่ออก
เสิ่นเฉิงไฉฟังบทสนทนาของทั้งสอง ดวงตาพลันเป็นประกาย
“ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไร พรุ่งนี้ตามไปดูไห้รู้ก็จบแล้วมิใช่หรือ! ท่านย่า พรุ่งนี้ข้าจะไปเมืองกับพวกท่านด้วย ไหน ๆ ก็ไปแล้วก็ซื้อชุดเครื่องเขียนให้ข้าด้วย ต่อให้พวกเขาจับได้ พวกเราก็มีเหตุผลอยู่ดี”
แม้แม่เสิ่นจะเสียดายเงินอยู่บ้าง แต่เมื่อเป็นหลานชายสุดที่รักของตัวเอง นางจึงกัดฟันตอบตกลง
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่หลีเยว่ซูออกจากบ้าน นางก็สังเกตเห็นว่าด้านหลังมีหางตามมาหนึ่งคนทันที
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย