Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
15 ส.ค. เวลา 01:53 • หนังสือ
บทที่ 41 ฐานะตามลำดับอาวุโสสำคัญกว่าอายุ
บทที่ 41 ฐานะตามลำดับอาวุโสสำคัญกว่าอายุ
“ท่านป้าโม คนเราจะมีความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด ก็ต่อเมื่อยังมีชีวิตอยู่”
สายตาของหลีเยว่ซูแน่วแน่ ราวกับกำลังถ่ายทอดพลังมากมายให้อีกฝ่ายทีละน้อย
“ข้าเคยเห็นชีวิตมากมายดับสูญไปกับตาตัวเองหลายครั้ง ดังนั้นข้าจึงเข้าใจคุณค่าของชีวิตยิ่งกว่าใคร คนเราตายแล้ว ก็จะตัดขาดจากทุกสิ่งสวยงามบนโลกนี้ที่ตัวเองยังอาลัยอาวรณ์อย่างสิ้นเชิง”
นี่ก็เป็นเหตุผลที่นางเลือกจะอยู่ต่อโดยไม่ลังเล หลังจากรู้ว่าตัวเองทะลุเข้ามาอยู่ในร่างแม่เลี้ยงใจร้ายของนิยาย
นางอยากมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหนก็ตาม นางก็อยากใช้ชีวิตให้ดี
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลีเยว่ซูก็ยิ้ม ก่อนจะไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับถอนหายใจอย่างโล่งอก
จริง ๆ แล้ว หลายครั้งสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยหมดกำลังใจและทรุดลงในที่สุด ก็คือสภาพจิตใจของพวกเขาเอง
ก่อนหน้านี้นางก็สังเกตเห็นแล้วว่า ท่าทีสงบนิ่งของท่านป้าโมนั้น ดูคล้ายกับคนที่ตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว
ลูกชายที่นางรักที่สุดก็มีคนคอยดูแล นางจึงรู้สึกว่าร่างกายที่เหลือเพียงซากนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่ออีกแล้ว
พูดอีกอย่างก็คือ จิตใจของนางตายไปก่อนร่างกายเสียอีก
หลังจากผ่านคำพูดของหลีเยว่ซูมา ท่านป้าโมแม้ภายนอกจะดูไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่แววตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ในนั้นมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ
……
เสิ่นอี้หมิ่นและเสิ่นถิงเหวินเพิ่งได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลเสิ่นจากเสิ่นทานและคนอื่น ๆ รวมถึงรู้ว่าหลีเยว่ซูกับตระกูลเสิ่นตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ทั้งสองไม่มีข้อโต้แย้งแม้แต่น้อย กลับรู้สึกด้วยซ้ำว่าควรเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
เวลานี้ หลีเยว่ซูกำลังเตรียมเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำของอร่อย ๆ
ปกติหลังจากกลับจากร้านยา นอกจากต้องสอนวิชาแพทย์และสมุนไพรให้เด็ก ๆ แล้ว นางยังต้องสอนหนังสือพวกเขาด้วย เรื่องทำอาหารจึงเป็นหน้าที่ของป้าหลิวมาโดยตลอด แม้ในวันที่พวกเขาไม่อยู่บ้าน ป้าหลิวก็ยังเป็นคนดูแลท่านป้าโม
ตอนนี้สองสามีภรรยาผู้เฒ่าตระกูลหลิวสนิทสนมกับพวกเขาราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว
เพราะคนในบ้านมีจำนวนมาก ป้าหลิวจึงเข้ามาช่วยงานในครัว แต่ทำไปได้เพียงครู่เดียว หลีเยว่ซูก็ไล่นางออกไป
ในครัวเล็ก ๆ ภายในมิติของนาง หลีเยว่ซูเตรียมของเอาไว้แล้ว ทั้งไก่ทอดและเค้ก ซึ่งเป็นของกินที่เด็ก ๆ ในยุคปัจจุบันชื่นชอบ
ที่บ้านมีเด็กถึงสิบสองคน หลีเยว่ซูจึงเตรียมไว้ไม่น้อย รับรองว่าเด็ก ๆ จะได้กินกันอย่างเต็มที่
ขณะที่หลีเยว่ซูกำลังยุ่งอยู่ในครัว เสิ่นอี้หมิ่นกับโม่เลี่ยนกำลังสอนหนังสือเด็ก ๆ คนอื่นอยู่ในลานบ้าน และนำความรู้ที่พวกเขาสรุปเอาไว้ออกมาให้ทุกคนดู
ทั้งสองคนเป็นอันดับหนึ่งกับอันดับสองของสำนักศึกษาอยู่เสมอ เมื่อมีพวกเขาคอยชี้แนะและช่วยเหลือ เด็ก ๆ ย่อมเรียนรู้ได้เร็วขึ้นมาก
เสิ่นอี้หมิ่นหันกลับมา และบังเอิญเห็นโม่เลี่ยน เขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเสิ่นมู่ลงมือทำร้ายท่านป้าโม
เขาเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“อาเลี่ยน ท่านป้าโมเป็นอย่างไรบ้าง?”
โม่เลี่ยนเม้มริมฝีปาก “สีหน้าของท่านแม่ดูไม่ค่อยดีนัก แต่สภาพจิตใจยังถือว่าไม่เลว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นอี้หมิ่นก็พยักหน้าและไม่ได้ถามอะไรต่อ
เขากำลังจะเดินจากไป โม่เลี่ยนกลับเรียกเขาเอาไว้
“จริงสิ อี้หมิ่น ต่อไปเจ้าอย่าเรียกท่านแม่ของข้าว่าท่านป้าโมอีก”
เสิ่นอี้หมิ่นชะงัก มองเขาอย่างงุนงง เห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจความหมาย
พวกเขารู้จักกันมานาน เขาก็เรียกแบบนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ?
โม่เลี่ยนยิ้มบาง ๆ “ข้าได้ยินฮูหยินเรียกท่านแม่ของข้าว่าท่านป้าโม”
สีหน้าของเสิ่นอี้หมิ่นแข็งค้าง ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด โม่เลี่ยนเอ่ยด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ว่า
“อี้หมิ่น หากนับตามนี้แล้ว เจ้าต้องเรียกข้าว่า ท่านอาน้อย”
ใบหน้าของเสิ่นอี้หมิ่นมืดครึ้มลงทันที “ดูเหมือนว่าเจ้าจะอายุน้อยกว่าข้าอยู่หลายเดือนนะ”
โม่เลี่ยนโบกมือ “ไม่เป็นไร ฐานะตามลำดับอาวุโสสำคัญกว่าอายุ”
เสิ่นอี้หมิ่น “……”
ไม่ได้การ เขาต้องให้ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนคำเรียก!
เสิ่นอี้หมิ่นยัดหนังสือใส่มือเสิ่นฉือที่อยู่ข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็เดินกระฟัดกระเฟียดไปทางห้องครัว
หลีเยว่ซูเพิ่งถือเค้กออกมาจากมิติ ก็เห็นเสิ่นอี้หมิ่นผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทางฮึดฮัด ทำเอานางตกใจจนเกือบทำเค้กหลุดมือ
อาหมิ่นเป็นภาพลักษณ์ของบัณฑิตหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยนมาตลอด แล้วนี่ไปเจอเรื่องอะไรมาถึงได้โกรธขนาดนี้?
เดิมทีเสิ่นอี้หมิ่นเตรียมคำพูดเอาไว้หมดแล้ว แต่ทันทีที่สบเข้ากับสายตาสงสัยของหลีเยว่ซู คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ ใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะความอึดอัด
เขาพลันตระหนักได้ว่าการกระทำของตัวเองช่างดูเด็กน้อยเพียงใด นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่คนมีนิสัยอย่างเขาปกติจะแสดงออกมาเลย
เสิ่นอี้หมิ่นรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง จึงกระแอมอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
“เอ่อ… ข้ามาดูว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่”
หลีเยว่ซูรู้สึกอยู่เสมอว่าเขาคงตั้งใจจะพูดเรื่องอื่น แต่เมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของเขา นางก็ไม่ได้เปิดโปง
นางยื่นเค้กในมือให้อีกฝ่ายโดยตรง
“พอดีเลย ของเกือบเสร็จหมดแล้ว เจ้าช่วยขนของพวกนี้ออกไปที”
เสิ่นอี้หมิ่นแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบยกเค้กออกไปทันที
ไม่นาน อาหารหน้าตาน่ากินมากมาย ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนก็ถูกนำขึ้นโต๊ะ ทุกคนแยกกันนั่งล้อมโต๊ะสองตัว พูดคุยหัวเราะและเริ่มกินอาหารกันอย่างมีความสุข
เมื่อเทียบกับความครึกครื้นสนุกสนานที่นี่ บ้านหลังคากระเบื้องสีเขียวอีกหลังหนึ่งในหมู่บ้านกลับเป็นอีกขั้วหนึ่งโดยสิ้นเชิง
เมื่อสามปีก่อน เสิ่นเว่ยกลับมา ไม่เพียงนำเงินจำนวนมากกลับมาด้วย แต่ยังสามารถล่าสัตว์บนภูเขาได้ทุกวัน
ทั้งสามคนในตระกูลเสิ่นค่อย ๆ เคยชินกับการพึ่งพาเขาในการดำรงชีวิต
แม้ภายหลังเสิ่นเว่ยจะเกิดเรื่องขึ้น แต่เงินที่เขาทิ้งเอาไว้ก็เพียงพอให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปได้อีกหลายปี
ทั้งสามคนที่เคยชินกับความขี้เกียจจึงไม่ได้กลับไปทำไร่ทำสวนอีก ที่ดินหลายหมู่ของครอบครัวจึงถูกปล่อยทิ้งร้างทั้งหมด
ตอนนี้เงินในบ้านไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว ทั้งสามจึงต้องอาศัยเสบียงที่เหลืออยู่ประทังชีวิต อาหารการกินยังแย่กว่าขอทานข้างถนนเสียอีก
เสิ่นเฉิงไฉเพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษาและเพิ่งรู้เรื่องทั้งหมด ยังไม่ทันทำใจได้ เมื่อมองโจ๊กใสแจ๋วตรงหน้า เขาก็ตบหน้าตัวเองฉาดหนึ่งทันที
เจ็บจริง ๆ นี่ไม่ใช่ความฝัน……
หยางซื่อเห็นการกระทำของเขา ก็รีบคว้ามือเขาเอาไว้ด้วยสีหน้าตกใจ
“ลูกแม่ เจ้าทำอะไรน่ะ!”
เสิ่นมู่เองก็เหมือนถูกกระตุ้นจนทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมาทันที
“นี่มันชีวิตอะไรกัน ข้าตายไปเสียเลยดีกว่า!”
สีหน้าของหยางซื่อกับเสิ่นหวังไม่สู้ดีนัก พวกเขาไม่สนใจเสียงโอดครวญของนางแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของเสิ่นมู่ก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนจะหาข้ออ้างให้ตัวเอง
“ไม่ได้ หากจะตายก็ต้องให้นังตัวดีหลีเยว่ซูตายก่อน! ถ้าไม่ใช่เพราะนาง พวกเราจะต้องตกอยู่ในสภาพนี้หรือ!”
“นังผู้หญิงสารพิษนั่นเป็นตัวกาลกิณี ทำให้เจ้าสามกลายเป็นคนโง่ แม้แต่แม่แท้ ๆ อย่างข้าก็ยังไม่ยอมรับ นางมันตัวหายนะ!”
เสิ่นหวังเริ่มรำคาญ จึงโยนตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง
“พอได้แล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ยืนกรานจะเอาเงินทั้งหมดเก็บรวมกัน พวกเราจะต้องตกอยู่ในสภาพนี้หรือ!”
เสิ่นมู่เหมือนถูกบีบคอในชั่วพริบตา พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าที่หยางซื่อมองเสิ่นมู่ก็แฝงไปด้วยความขุ่นเคืองเช่นกัน
เสิ่นเฉิงไฉไม่รู้เรื่องเหล่านี้ เพียงแต่เมื่อได้ฟังคำพูดของเสิ่นมู่เมื่อครู่ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา
“ในเมื่อเป็นเพราะนังผู้หญิงสารพิษคนนั้นทำให้พวกเราตกอยู่ในสภาพนี้ ถ้าไม่มีนาง ครอบครัวเราก็จะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ใช่ไหม?”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย