Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนู Love 💞 ตามกระแส
•
ติดตาม
15 ส.ค. เวลา 01:55 • หนังสือ
บทที่ 44 ท่านมหาเสนาบดีในชาติก่อน
บทที่ 44 ท่านมหาเสนาบดีในชาติก่อน
ทุกคนต่างมองนักเรียนที่เพิ่งพูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชายคนนั้นเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “พวกเจ้าไม่รู้เรื่องนี้สินะ! เมื่อวานข้ากลับมาที่สำนักศึกษาเพื่อเอาของ บังเอิญได้ยินคุณหนูคนนั้นถามอาจารย์ด้วยหูตัวเองว่า ในสำนักศึกษาของเรามีคนที่มีพรสวรรค์เฉลียวฉลาด แต่ครอบครัวยากจนจนไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนหรือไม่ อาจารย์จึงพูดถึงโม่เหลี่ยน”
“ตอนนั้นคุณหนูคนนั้นก็ถามที่อยู่ของเขาทันที แล้วนั่งรถม้าไปหาเขา”
พูดจบ นักเรียนคนนั้นก็ตบไหล่โม่เหลี่ยน “เป็นอย่างไรบ้าง คุณหนูคนนั้นเป็นพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิดที่ทั้งสวยทั้งใจดีจริงหรือไม่?”
โม่เหลี่ยนขมวดคิ้ว มองสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคน ก่อนจะส่ายหน้าในที่สุด “ข้าย้ายออกจากที่พักเดิมแล้ว จึงไม่ได้พบกับนาง”
เพราะเรื่องของจางหยาง ทุกคนต่างรู้ว่าแม่เลี้ยงของเสิ่นอี้หมิงมอบผ้าและขนมจำนวนมากให้เขาเพื่อเป็นการขอบคุณ ทั้งยังออกเงินรักษาอาการป่วยของมารดาเขาอีกด้วย
เพื่อเป็นการตอบแทน เขาจึงมาทำหน้าที่เป็นเด็กรับใช้ของเสิ่นอี้หมิง เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าความจริงแล้วสองแม่ลูกได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของเสิ่นอี้หมิงแล้ว
เสิ่นเฉิงไฉนับเป็นคนเดียวที่รู้ความจริง แต่เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย และไม่มีใครสนใจว่าโม่เหลี่ยนย้ายบ้านไปอยู่ที่ไหน
เสิ่นเฉิงไฉเองก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาไม่ได้เข้าไปร่วมวงสนทนากับคนอื่น แต่กลับไปจัดการธุระของตัวเอง
ไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้อีก แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า เพียงไม่กี่วันต่อมา คุณหนูจากเมืองจ้งโจวคนนั้นจะกลับมาที่สำนักศึกษาอีกครั้ง
เวลานั้นทุกคนกำลังเรียนอยู่ อาจารย์ของสำนักศึกษาก็พาหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา
หญิงสาวสวมอาภรณ์ผ้าไหมหรูหรา ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างประณีต แม้เครื่องหน้าจะไม่ได้งดงามถึงขั้นสะกดสายตา แต่ในเมืองถงมู่แห่งนี้ก็นับว่าสวยโดดเด่น
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่ทุกคนกำลังมองมา นางก็ยอบกายเล็กน้อยให้ทุกคน
“ข้าน้อยหลีเซียงหรู คารวะนักเรียนทุกท่าน”
มารยาทที่พอดิบพอดีทำให้มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่านางเป็นคุณหนูผู้ดีที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอยู่ในเรือนมาตั้งแต่เด็ก และท่วงท่าที่สง่างามก็ยิ่งช่วยส่งเสริมความงามของนาง
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลายคนจึงรีบประสานมือคำนับตอบ เพียงแต่เพราะกำลังเรียนอยู่จึงไม่สะดวกที่จะลุกขึ้น
หลีเซียงหรูยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนเปิดตะกร้าที่ถืออยู่ในมือ “เมื่อวานตอนข้ามาเยือน บังเอิญตรงกับวันหยุดของสำนักศึกษา จึงไม่มีโอกาสได้พบกับนักเรียนทุกท่าน วันนี้ข้าจึงตั้งใจทำขนมมาเล็กน้อย เพื่อมาเยี่ยมเยียนทุกท่านอีกครั้ง”
พูดจบ นางก็ให้เด็กรับใช้ที่ตามมาด้านหลังช่วยกันแจกขนมให้ทุกคน
ทุกคนต่างมองนางด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่ใช่เพราะถูกขนมชิ้นเล็ก ๆ ซื้อใจ แต่เป็นเพราะซาบซึ้งในน้ำใจของนาง
เพื่อช่วยให้นักเรียนจากครอบครัวยากจนได้ศึกษาเล่าเรียน นอกจากจะบริจาคเงินให้สำนักศึกษาแล้ว ยังลงมือทำขนมมาเยี่ยมพวกเขาด้วยตัวเอง น้ำใจเช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้คนซาบซึ้งได้อย่างไร
ท่ามกลางคำขอบคุณของทุกคน หลีเซียงหรูยังคงยิ้มอ่อนโยนอย่างสงบนิ่งตลอดเวลา ราวกับไม่หวั่นไหวไปกับคำชื่นชมหรือคำดูหมิ่นใด ๆ
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าเสิ่นอี้หมิง นางก็วางขนมลงบนโต๊ะเบา ๆ
“ขอบคุณ”
เสิ่นอี้หมิงยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางพยักหน้าเพื่อขอบคุณ แต่คนที่คุ้นเคยกับเขาดีย่อมรู้ว่า รอยยิ้มนี้แฝงความห่างเหินอยู่ไม่น้อย
หลีเซียงหรูมองเด็กหนุ่มผู้สง่างามราวกับหยกตรงหน้าพลางชะงักไปเล็กน้อย นางไม่คิดเลยว่าเมืองเล็ก ๆ ห่างไกลเช่นนี้จะมีบุรุษที่หน้าตาหล่อเหลาเช่นนี้อยู่ด้วย
แต่ถึงอย่างไร นางก็ผ่านเรื่องราวครั้งใหญ่มาแล้ว จึงสามารถเก็บอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนก้าวไปหาโม่เหลี่ยนที่อยู่ด้านหลัง
โม่เหลี่ยนกล่าวขอบคุณเช่นกัน ท่าทีไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่หลีเซียงหรูกลับไม่ได้เดินจากไป
“เจ้าเป็นโม่เหลี่ยนใช่หรือไม่?”
คำพูดกะทันหันของนางทำให้ทุกคนหันมามองโดยไม่รู้ตัว
โม่เหลี่ยนชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าตอบอย่างสุภาพ “ใช่”
หลีเซียงหรูแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในชาติก่อน ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของนางถูกกักขังอยู่ในเรือนหลังขององค์ชายรอง จึงไม่เคยพบกับท่านมหาเสนาบดีผู้สูงศักดิ์คนนั้นด้วยตัวเอง แต่เคยได้ยินมาว่าเขาเป็นคนจากเมืองถงมู่เช่นเดียวกับนาง และยังได้ยินเรื่องเล่าของเขามาไม่น้อย นางจึงตามหามาจนถึงที่นี่
แม้ก่อนหน้านี้จะเกิดความเข้าใจผิด แต่โชคดีที่คราวนี้นางหาตัวคนพบแล้ว
ความคิดมากมายแล่นผ่านใจของหลีเซียงหรู แต่สีหน้าของนางกลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย “ข้าได้ยินอาจารย์พูดถึงเรื่องของเจ้า ด้วยความรู้ความสามารถของเจ้า หากตั้งใจศึกษาเล่าเรียนต่อไป ย่อมสอบผ่านได้ทีละขั้น และสามารถไปยังสถานที่อย่างเมืองจ้งโจวได้แน่นอน”
เมืองจ้งโจวคือศูนย์กลางแห่งอำนาจ เป็นสถานที่ประทับของราชวงศ์
ผู้ที่ใฝ่ศึกษาและเข้าสอบในแคว้นเฉินหนาน ล้วนใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะสามารถสอบได้เป็นจอหงวน และได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่เมืองจ้งโจว
คำพูดของหลีเซียงหรูถือเป็นคำยกย่องสูงสุดที่สามารถมอบให้บัณฑิตอย่างโม่เหลี่ยนได้แล้ว
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนต่างมองโม่เหลี่ยนด้วยสายตาทั้งอิจฉาและริษยา ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้รับความสนใจจากคุณหนูผู้สูงศักดิ์คนนี้
โม่เหลี่ยนเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงจู่ ๆ มาชื่นชมเขา หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็ประสานมือคำนับนาง
“ขอบคุณคุณหนูสำหรับคำชม”
แม้จะได้รับคำชมถึงเพียงนี้ สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาเกินควร ทุกการแสดงออกล้วนสุภาพเหมาะสม
หลีเซียงหรูสังเกตปฏิกิริยาของเขา มุมปากขยับเล็กน้อย เพียงแต่การเคลื่อนไหวนั้นเบามากจนไม่มีใครสังเกตเห็น
นางยิ้มบาง ๆ “ต่อไปหากมีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้ ข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมด้านหลังสำนักศึกษา”
ดูเหมือนนางตั้งใจจะช่วยเหลือโม่เหลี่ยนจริง ๆ จึงจงใจบอกสถานที่พักของตนเองออกมา
ทุกคนต่างตกตะลึงอยู่ในใจ และมองโม่เหลี่ยนด้วยสายตาอิจฉายิ่งกว่าเดิม
โม่เหลี่ยนยังไม่ทันได้ตอบ หลีเซียงหรูก็เดินไปหาคนต่อไป ราวกับว่านางเพียงชื่นชมเขาเป็นพิเศษเท่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น โม่เหลี่ยนจึงไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจก็ยังรู้สึกสงสัย
ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกอย่างประหลาดว่า คุณหนูจากเมืองจ้งโจวคนนี้ดูเหมือนจะมาหาเขาโดยเฉพาะ
เสิ่นอี้หมิงนั่งอยู่ด้านหน้า ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ใกล้ทั้งสองคนที่สุด เขาจึงเห็นบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ทั้งหมด
สายตาของเขาจับจ้องไปที่หลีเซียงหรูตลอดเวลา แววตาอ่อนโยนเผยความสงสัยออกมาเล็กน้อย
แต่เสิ่นอี้หมิงไม่รู้เลยว่า มีคนสังเกตเห็นท่าทางที่เขาเอาแต่จ้องหลีเซียงหรูอยู่
เสิ่นเฉิงไฉกำมือแน่น ความระแวดระวังผุดขึ้นในใจ
หรือว่าเสิ่นอี้หมิง ไอ้เด็กที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนคนนั้น ก็คิดจะเข้าใกล้คุณหนูหลีเช่นกัน?
ไม่ได้!
โอกาสนี้เป็นของเขา ใครก็ห้ามมาแย่งเขา!
……
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นอกจากหลีเยว่ซูจะยุ่งอยู่กับเรื่องหอสมุนไพรเหิงเต๋อและเรื่องของมารดาโม่แล้ว นางยังคิดหาวิธีตรวจร่างกายของเสิ่นเว่ยด้วย
ตามแผนของนาง ตอนนี้ก้อนเลือดคั่งในสมองของเสิ่นเว่ยน่าจะสลายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนสถานการณ์ที่แน่ชัดต้องถ่ายภาพตรวจดู
จากที่อาอี๋บอก เสิ่นเว่ยเคยเป็นองครักษ์ของตระกูลใหญ่ มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยภายในจวน หลังจากกลับมา เขาก็ยังดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ดังนั้นประสาทสัมผัสและความระมัดระวังของเขาจึงสูงกว่าคนทั่วไป
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิด หลีเยว่ซูจุดธูปในห้องและใส่ยาลงไป ขณะที่ตัวเองกินยาถอนพิษเอาไว้ล่วงหน้า
ด้วยวิธีนี้ นางจึงตรวจร่างกายของเสิ่นเว่ยอย่างละเอียดครบถ้วน และยืนยันได้ว่าก้อนเลือดคั่งในสมองของเขาสลายหายไปหมดแล้ว
แต่สมองของมนุษย์เป็นอวัยวะที่ลึกลับอย่างยิ่ง เสิ่นเว่ยจะฟื้นคืนสติและความทรงจำเมื่อใด ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้
ยังดีที่หลีเยว่ซูไม่ได้รีบร้อน นางคิดว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติก็พอ จึงไม่ได้ให้ยาเพิ่มหรือฝังเข็มแก่เขาอีก
เมื่อจัดการเรื่องของเสิ่นเว่ยเสร็จ ความสนใจทั้งหมดของนางก็ย้ายไปอยู่ที่เรื่องของมารดาโม่
ตัวอย่างเลือดที่เก็บมาจากคุกใต้ดินของที่ว่าการอำเภอครั้งก่อนตรวจสอบจนเสร็จหมดแล้ว และผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วเช่นกัน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย